• Advertisement

Moderator Control Panel ]

กาแฟขี้ชะมดดอยช้างเชียงรายชนิดพิเศษหายาก

ข่าวกิจกรรมท่องเที่ยวในพื้นที่ภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ประกอบด้วย เชียงราย สิบสองปันนา เชียงตุง-เมืองลา หลวงพระบาง
  • Ads

กาแฟขี้ชะมดดอยช้างเชียงรายชนิดพิเศษหายาก

โพสต์โดย Sam » จันทร์ มี.ค. 22, 2010 7:55 pm

สุดทึ่ง...! ว่ากันว่าเป็นสุดยอดของสุดยอดเมล็ดกาแฟ ชื่อว่ากาแฟขี้ชะมด ขณะนี้ผลิตได้แล้วบนดอยช้าง เชียงราย ราคาแพงระยับ ก.ก.ละ 60,000 บาท นายวิชา พรหมยงค์ ผู้บริหารกาแฟแบรนด์ดอยช้าง เผยเป็นกาแฟที่ถ่ายออกมาจากตัวชะมด ซึ่งกำลังเป็นที่ต้องการของทั่วโลก โดยเปิดให้คนไทยชิมแก้วละ 900 บาท หวังนำรายได้สร้างโรงเรียนให้เด็กชาวเขาบนดอยวาวี อ.แม่สรวย จ.เชียงราย อายุระหว่าง 2-8 ขวบได้เรียนฟรี เพื่อเพิ่มโอกาสการศึกษาให้แก่เด็กเชาวเขาทัดเทียมคนพื้นราบ

รูปภาพ
นายวิชา พรหมยงค์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ดอยช้างเฟรชโรสเต็ดคอฟฟี่ จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบันผลิตภัณฑ์กาแฟดอยช้างเกรดเอ มีผลผลิตบนดอยช้าง ต.วาวี อ.แม่สรวย เชียงราย ในปี 2552-2553 กว่า 1,700 ตัน โดยส่งออกต่างประเทศ 97% และขายในประเทศแค่ 3% ถือว่าประสบความสำเร็จในธุรกิจเพื่อสังคมนี้มากพอสมควร เพราะหลังจากได้ตรา (แบรนด์) ดอยช้างจำหน่ายแล้วยังมีผลิตภัณฑ์เกรดต่าง ๆ อีก 3-4 ยี่ห้อ เพื่อให้ผู้บริโภคได้เลือกซื้อ ส่วนตลาดระดับบนที่ส่งออกไปทั่วโลกนั้น ยังอยู่ในระดับท็อปเทนของกาแฟในโลก

ดังนั้น เพื่อเป็นการคืนกำไรสู่ชาวไร่กาแฟบนดอยช้างจึงได้จัดตั้งมูลนิธิกาแฟดอยช้างขึ้น มุ่งพัฒนาการศึกษา การรักษาพยาบาล พัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ให้กับชาวดอยช้าง 25 หมู่บ้าน โดยได้ระดมทุนเบื้องต้น 30 ล้านบาท เพื่อสร้างโรงเรียนอนุบาลที่ได้ระดับมาตรฐานให้แก่เด็กชาวเขาที่มีอายุ 2-8 ปีได้เรียนฟรี ที่ผ่านมาแม้เด็กจะได้เรียนหนังสือแต่ก็ยังไม่ทันเด็กพื้นราบ ขณะนี้ได้จัดหาที่ดินไว้แล้ว 40 ไร่เพื่อเตรียมสร้างโรงเรียนดังกล่าวบนดอยช้าง

นอกจากใช้ทุนของ มูลนิธิเองแล้ว ยังได้เชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาทั่วไปให้เข้ามามีส่วนร่วมด้วย โดยมีการนำกาแฟชนิดพิเศษซึ่งเป็นที่ต้องการของนักบริโภคกาแฟทั่วโลกออกมาให้ ผู้มีจิตศรัทธาได้ทดลองชิมตามงานกิจกรรมต่าง ๆ ปีละ 500 ถ้วย จากนั้นจะรับบริจาคแล้วแต่จิตศรัทธา

"กาแฟที่ถ่ายออกมาจากตัวชะมด เป็นที่ต้องการของทั่วโลก และพบว่ากาแฟดอยช้างประเภทนี้ได้รับการยกย่องจาก นักบริโภคว่าเป็นอันดับหนึ่งของโลกในปีนี้หลายเวทีการประกวด ส่วนแหล่งผลิตอื่น ๆ ก็มีหลายแห่ง เช่น อินโดนีเซีย"

นายวิชากล่าว อีกว่า ด้วยรสชาติที่แปลกพิสดารและเชื่อกันว่าเกิดจากการผ่านการคัดเลือกผลสุก คุณภาพดีจากตัวชะมด และผ่านกลไกภายในร่างกายของสัตว์แล้วจึงทำให้กาแฟชนิดพิเศษนี้มีราคาอย่าง ต่ำกิโลกรัมละ 60,000 บาท ซึ่งบริษัทจะจำหน่ายให้ได้ชิมถ้วยละ 900 บาทเพราะ หายากมาก โดยในปีนี้พบในไร่กาแฟบน ดอยช้างได้เพียง 46 กิโลกรัมเท่านั้น

"รายได้ทั้งหมดจะนำมาสมทบทุนการดำเนินงานของ มูลนิธิกาแฟดอยช้าง เพื่อก่อสร้างโรงเรียนให้เสร็จโดยเร็ว แต่จะเน้นรับเด็กชาวเขาที่อยู่ในพื้นที่บนดอยช้าง เท่านั้น โดยรุ่นแรกอาจจะรับได้ประมาณ 500 คน ซึ่งจะมีการประสานกับนักวิชาการที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยในการพัฒนาโรงเรียน และกิจกรรมทั้งหมด เมื่อเด็กจบการศึกษาขั้นพื้นฐานนี้ไปแล้วก็จะมีคุณภาพดี ทัดเทียมกับเด็กพื้นราบทั่วไป และเข้าสู่ระบบการศึกษาในระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาได้เป็นอย่างดีต่อไป" นายวิชากล่าว

รูปภาพ
ผลิตผลเมล็ดกาแฟจากขี้ชะมด จากดอยช้าง เชียงราย โดยเวบมาสเตอร์ เชียงรายโฟกัส เมื่อได้ไปเยือนดอยช้างแหล่งผลิตกาแฟขี้ชะมดกล่าวถึงกาแฟชนิดนี้ว่า

หลายคนสนใจกับกาแฟขี้ชะมด ซึ่งได้มาจากชะมดป่าไม่ใช่ชะมดเลี้ยง และ...เคยมีสมาชิกมาโพสว่ากาแฟขี้ชะมดเป็นกาแฟที่ดีที่สุด วันนี้ได้เห็นของจริงเลยครับ เห็นเขาบอกว่า "กาแฟขี้ชะมดดอยช้าง รสชาติเหมือนน้ำผึ้งผสมผลไม้ ติดคอนานมาก ไม่มีรสขมแม้แต่นิดเดียว"


จากนั้นมาติดตามเรื่องราวของกาแฟดอยช้าง และกาแฟขี้ชะมดดอยช้างกันต่อจาก Clip VDO สัมภาษณ์คุณวิชา พรมหยงค์ ประธานกาแฟดอยช้างกันต่อจากรายการ Voice of the Day โดย VoiceTV สำหรับความเห็นของคุณวิชา พรมหยงค์ ผู้ก่อตั้งกาแฟแบรนด์ดอยช้าง ต่อผลิตภัณฑ์กาแฟขี้ชะมด กล่าวว่า กาแฟขี้ชะมดดอยช้างนี่แหละ "สุดยอด"

“กาแฟขี้ชะมด” ตอนที่ 1 คุณวิชา พรมหยงค์ เล่าจุดเริ่มต้นของกาแฟดอยช้าง ในรายการ Voice of the Day จาก VoiceTV


“กาแฟขี้ชะมด” ตอนที่ 2 คุณวิชา พรมหยงค์ เล่าจุดเริ่มต้นของกาแฟขี้ชะมดดอยช้าง ในรายการ Voice of the Day จาก VoiceTV


“กาแฟขี้ชะมด” ตอนที่ 3 คุณวิชา พรมหยงค์ เล่าการก่อตั้งวิสาหกิจชุมชนผลิตกาแฟดอยช้าง ในรายการ Voice of the Day จาก VoiceTV


“กาแฟขี้ชะมด” ตอนที่ 4 คุณวิชา พรมหยงค์ เล่าถึงแนวคิดการรักษาธุรกิจกาแฟดอยช้าง ในรายการ Voice of the Day จาก VoiceTV

แหล่งข่าว: วันที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2553 ปีที่ 33 ฉบับที่ 4194 ประชาชาติธุรกิจ หน้า 24 และ VOICETV


Sam
Site Admin
 
โพสต์: 1778
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ มี.ค. 11, 2007 9:03 pm
ที่อยู่: เชียงราย

กาแฟขี้ชะมดสุดยอดกาแฟมีที่มาที่ไปอย่างไร

โพสต์โดย Sam » พุธ ก.พ. 02, 2011 12:45 pm

ทีนี้ เรามาตามดูกันต่อนิดนึงว่า กาแฟขี้ชะมด สุดยอดกาแฟมีที่มาที่ไปอย่างไร

ว่ากันว่า กาแฟขี้ชะมด หรือ Kopi Luwak เป็นคำจากภาษาอินโดนีเซีย เป็นคำประสมระหว่าง คำว่า Kopi ในภาษาอินโดนีเซีย แปลว่า กาแฟ ส่วน Luwak หมายถึง ชะมดพันธุ์ Paradoxurus ที่อาศัยอยู่ในประเทศอินโดนีเซีย ดังนั้นเมื่อนำคำทั้งสองมาสนธิกัน จึงได้คำใหม่คือ Kopi Luwak [อ่านว่า โกปิ ลูวะ] คือกาแฟที่ได้มาจากตัวชะมดนั่นเอง และสาเหตุที่เรียกชื่อเช่นนี้ก็เพราะกาแฟชนิดนี้นี่แหละเป็นผลผลิตที่ออกมาพร้อมกับขี้ชะมด โว้ว...จริงหรือเนี่ย

ชะมด หรือ อีเห็น ข้อมูลจาก Wiki กล่าวว่า ชะมดเป็นสัตว์ที่มีรูปร่างเพรียว หน้าแหลมยาวเหมือนสุนัข ขนสีเทาหรือนํ้าตาล ที่สำคัญเป็นสัตว์ที่มีต่อมผลิตกลิ่นแรงใกล้อวัยวะเพศเกือบทุกชนิด ซึ่งกลิ่นนี้เองใช้เป็นเครื่องประกาศอาณาเขต ใช้ป้องกันตนเองและสื่อสารระหว่างกัน สัตว์ในตระกูลชะมดมีอยู่ถึง 35 ชนิด แต่ในประเทศอินโดนีเซียนิยมให้ชะมดที่อยู่ในสกุล Paradoxurus กินเมล็ดกาแฟที่ ชาวไร่ปลูก เพื่อรอเมล็ดที่ปะปนมากับมูลของมันไปแปรรูปเป็นกาแฟสำเร็จรูปที่มีรสชาติหอม หวานกว่าเดิม เนื่องจากในท้องของชะมดนั้นเมล็ดกาแฟจะผสมกับเอ็นไซม์และสารเคมีที่อยู่ในกระบวนการย่อยของมัน ทำให้กาแฟมีกลิ่นและลักษณะเฉพาะ

นอกจากนี้ A_Hawkins ได้อ้างอิงผลการวิจัยเชิงวิทยาศาสตร์ซึ่งบ่งชี้คุณลักษณะที่เป็นเอกลักษณ์ของกาแฟขี้ชะมดไว้ในกระทู้ที่ Pantip.com ดังนี้ ***สำหรับลิ้งอ้างอิงข่าวรายงานผลการวิจัยของ Dr. Massimo Marcone ผู้เขียนใส่เพิ่มทีหลัง***

การวิจัยกาแฟขี้ชะมดมีน้อยมาก ที่พอจะค้นหาได้จะเป็นผลการวิจัยโดย Dr. Massimo Marcone ผู้เชี่ยวชาญอาหารจาก University of Guelph, Ontario, Canada ครับ

สรุปผลการวิจัย

1. กาแฟขี้ชะมดมีรูบนพื้นผิวขนาดเล็กมาก โดยมองเห็นได้เฉพาะเมื่อส่องด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนกำลังขยาย 10,000 เท่าขึ้นไป ซึ่งเกิดจากเอ็นไซม์ในกระเพาะชะมดแทรกตัวเข้าไปในเมล็ดกาแฟเพื่อย่อยสลาย โปรตีนในเมล็ด ตรงนี้เองที่ทำให้กรรมวิธีหรือสารเคมีใดๆที่มนุษย์คิดค้นขึ้นไม่สามารถทดแทน ระบบย่อยอาหารในกาแฟขี้ชะมดได้ เนื่องจากกรรมวิธีเหล่านั้นไม่สามารถทำให้เกิดปฏิกิริยาภายในเมล็ดได้ ต่อมา Dr. Marcone แนะนำให้ใช้วิธีนี้เป็นวิธีการตรวจสอบกาแฟขี้ชะมดว่าเป็นของแท้หรือไม่ ซึ่งจากการสุ่มตัวอย่างของเขา ได้พบว่า ประมาณ 42% ของกาแฟขี้ชะมดที่มีอยู่ในท้องตลาดเป็นของปลอม

2. การทดสอบโดยใช้ Calorimeter และระบบ Electrophoresis พบเปปไทด์สายสั้น กรดอะมิโน และสารเคมีอื่นๆหลายชนิด ซึ่งไม่พบในเมล็ดกาแฟปกติ ซึ่ง Dr. Marcone สรุปว่า เนื่องจากเอ็นไซม์ในกลุ่ม Proteinase (Protease หรือ Peptidase) ซึ่งทำหน้าที่ย่อยสลายโปรตีนได้แทรกซึมเข้าไปในเมล็ดกาแฟ และย่อยสลายโปรตีนที่ปกติพบในเมล็ดกาแฟ ทำให้โมเลกุลโปรตีนสายยาวแตกตัวออกเป็นเปปไทด์สายสั้นๆ กรดอะมิโน และสารเคมีชนิดต่างๆ เนื่องจากโปรตืนสายยาวเป็นสารสำคัญที่ทำให้เกิดรสขมในกาแฟ การย่อยสลายโปรตีนจึงทำให้ลดความขมลง นอกจากนี้โมเลกุลเปปไทด์สายสั้นและสารเคมีอื่นๆทำให้เกิดรสชาติต่างๆกัน ทำให้กาแฟขี้ชะมดมีรสชาติเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว

3. มีกระบวนการหมักเกิดขึ้นในกระเพาะของชะมดขณะกาแฟถูกย่อยอยู่ในกระเพาะเป็น เวลา 1 วันครึ่ง กระบวนการหมักนั้นเป็นการกำจัดเยื่อเมือก (Mucilage) กระบวนการดังกล่าวเป็นขั้นตอนที่สำคัญในการผลิตกาแฟเพราะเยื่อเมือกที่ปะปน มากับเมล็ดกาแฟจะทำให้เสียรสชาติ การหมักดังกล่าวเกิดขึ้นโดยกรดในกระเพาะ และแบคทีเรีย โดยเฉพาะแบคทีเรียประเภทผลิตกรดแลคติก ซึ่งพบมากในกระเพาะของชะมด ซึ่งการหมักที่นานกว่า 24 ชั่วโมงในท้องชะมด ส่งผลให้เมล็ดกาแฟที่ได้มีรสชาติที่บริสุทธิ์ ไม่มีรสของผลกาแฟสุกปะปน

4. การทดสอบสารประกอบโดยใช้ Electronic Nose พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญระหว่างสารประกอบในเมล็ดกาแฟทั่วไปกับกาแฟขี้ ชะมด สารเหล่านี้เป็นสารให้กลิ่นซึ่งเกิดจากกระบวนการย่อยสลายโปรตีนและสารเคมี อื่นที่เกิดขึ้นข้างต้น ส่งผลให้กาแฟขี้ชะมดมีกลิ่นหอมและรสชาติที่เปลี่ยนไป

สรุปก็คือ มีกระบวนการเปลี่ยนแปลงทางเคมีโดยเอนไซม์ในกระเพาะชะมด โดยการเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นตั้งแต่เปลือกนอกไปยังเนื้อใน หรือพูดได้อีกอย่างว่าสารประกอบในเมล็ดกาแฟขี้ชะมดแตกต่างจากกาแฟทั่วไปโดย สิ้นเชิงครับ

ในปัจจุบันมีผู้พยายามจะเลียนแบบกระบวนการในกระเพาะชะมด แต่ยังไม่สามารถทำได้ครับ


รูปภาพ
รูปชะมดพันธุ์ Paradoxurus

รูปภาพ
หน้าตากาแฟขี้ชะมดที่เพิ่งเก็บมาใหม่ๆ

แล้วใครช่างคิดเอาขี้ชะมดมาผลิตเป็นกาแฟ
กาแฟขี้ชะมดแต่เดิมเป็นกาแฟสายพันธุ์โรบัสต้าราคาถูก ปรากฏว่ามีชาวพื้นเมืองอินโดนีเซียบนเกาะสุมาตราไปเดินป่า แล้วพบเห็นขี้ชะมดที่มีกาแฟซึ่งไม่ถูกย่อยและยังคงเป็นรูปเมล็ดอยู่ จึงเกิดความเสียดายนำกลับมาล้างและลองคั่วชงทานดู ปรากฏว่าได้รสชาติและกลิ่นที่หอมหวน แปลกใหม่ เข้มข้น แบบที่โรบัสต้าเดิมให้ไม่ได้ [กาแฟโรบัสต้า ขึ้นชื่อเรื่องความเข้มข้นของ Body แต่อ่อนหรื่อกลิ่นและรสชาติ] จากเหตุการณ์นั้นจึงกลายมาเป็นการต่อยอดการเพาะเลี้ยงชะมดในไร่กาแฟเป็นล่ำเป็นสันขึ้นเพื่อเพิ่มมูลค่าโรบัสต้า โว้ว...มี story น่าสนใจซะด้วย

รูปภาพ
ดูกันชัดๆ เมล็ดกาแฟไม่ได้ถูกย่อย อยู่ในสภาพสมบูรณ์อยู่ครบทุกเมล็ด

ทำไมราคาจึงแพงที่สุดในโลก
คอกาแฟหลายคนเล่าว่ามีราคาแพงและหายากที่สุดก็เนื่องจากกระบวนการผลิตที่ซับซ้อนกว่าการปลูกกาแฟทั่วไป ชะมดเป็นสัตว์ที่กินยาก เลือกกินเฉพาะเมล็ดกาแฟที่สุกดีแล้วเท่านั้น ขณะที่ผลกาแฟอยู่ในท้องของตัวชะมดนั้นเมล็ดจะผสมกับเอมไซม์และสารเคมีที่ อยู่ในกระบวนการย่อยของมัน ทำให้กาแฟชนิดนี้มีกลิ่นและลักษณะเฉพาะตัวผู้เชี่ยวชาญกาแฟบางรายระบุว่ากาแฟที่เก็บจากมูลชะมดทำได้ยากกว่าเก็บจากต้นจึงทำให้กาแฟชนิดนี้มีราคาสูง

ขั้นตอนหลังจากนั้นก็จะเหมือนการทำกาแฟชนิดอื่นๆ ด้วยการนำไปล้างเอามูลชะมดออกให้หมดจด และขั้นตอนสุดท้ายคือนำไปคั่วเพื่อพร้อมที่จะนำส่งให้บรรดาร้านกาแฟต่อไป และด้วยขั้นตอนการได้มาของกาแฟขี้ชะมดยากแสนยากอย่างนี้ทำให้ในปีหนึ่งมี กาแฟชนิดนี้ออกมาสู่ตลาดเฉลี่ยปีละ 500 ปอนด์เท่านั้น

สนนราคาก็ปอนด์ละประมาณ 300 ดอลล่าสหรัฐ อยากรู้เป็นเงินไทยเท่าไหร่ ลองคูณอัตราแลกเปลี่ยนดูโดยประมาณ 1 เหรียญสหรัฐต่อ 30 กว่าบาทไทย และถ้าใครอยากจะลองชิม ก็ต้องจ่ายหลายร้อยบาทต่อแก้ว โห...

รูปภาพ
บรรจุภันฑ์หรูหรา ถูกเก็บรักษาอย่างดี แถมขี้ชะมดในแท่งแก้วเพื่อยินยันว่าเป็นของจริง

รูปภาพ
รสชาติล้ำลึกนอนอยู่ในบรรจุภัณฑ์สีทอง

และแล้วก็มีคนบอกว่าไปชิม "กาแฟขี้ชะมด" มาว่า "ประทับใจมาก" ว่าอย่างนั้น

สำหรับกาแฟลูวัก หรือกาแฟขี้ชะมดที่ขึ้นชื่อว่าหายากและแพงที่สุดในโลก ผมได้ชิมจาก 2 แหล่งด้วยกัน พบว่าตัวที่ชิมของวันที่ 1 พ.ค. นั้นคุณภาพดีกว่าและหอมอร่อยกว่า กาแฟถูกคั่วมาอ่อนจนน่าใจหาย แต่เปรี้ยวน้อยมาก กลิ่นหอมแรงเฉพาะตัว ในโทนโกโก้ ครีม คาราเมล นุ่มนวล mellow สุดๆ บอดี้หนักแน่น และอาฟเตอร์เทสยาว ประทับใจมากครับ

บางคนบอกราคามันไปไกลเกินไปจนดูไร้สาระ แต่ส่วนตัวผมถือว่าแก้วที่ได้ชิมนั้นไม่ธรรมดาเลย หากคิดว่าเป้นประสบการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิตและลืมเรื่องราคาที่แพงบ้าบอไป ยังนับว่าเป็นประสบการณ์กาแฟที่น่าตื่นเต้นและคงไม่ลืมง่ายๆ ครับ (วุฒิ)


สำหรับ Verm #ความเห็นที่ 34 กล่าวถึงความรู้สึกหลังจากไปเสาะหาที่ชิมกาแฟชนิดนี้ว่า

ที่เดอะมอลล์บางกะปิ ชั้นล่าง ฝั่งแมคโดนัลด์มีอยู่ร้านนึงครับ ขายแก้วละ 300 น่าจะถูกที่สุดเท่าที่มีขายในตอนนี้แล้วล่ะมั้ง ใช้เวลาตัดสินใจอยู่ 3 วัน ในที่สุดผมก็ไปลองโดนมาเรียบร้อยแล้วครับ ผลคือ... ลิ้นไพร่ของผมไม่อาจสัมผัสความวิเศษของมันได้มากเท่าไหร่ครับ แต่ก็พอรับรู้ได้ว่าหอมติดลำคอกว่า เวิร์คกว่ากาแฟยี่ห้อเงือกแหกครีบครับ


นั่นแหละคือที่มาของ กาแฟขี้ชะมด หรือ Kopi Luwak

ภาพและข้อมูลบางส่วน: Coffee Shop
Sam
Site Admin
 
โพสต์: 1778
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ มี.ค. 11, 2007 9:03 pm
ที่อยู่: เชียงราย

กาแฟขี้ชะมดกำลังฮิตเมืองกาญจน์ก็มีที่ไร่คุณหญิงขายกิโลละแสน

โพสต์โดย Sam » พฤหัสฯ. มี.ค. 03, 2011 11:37 am

กาแฟขี้ชะมดนอกจากจะมีผลิตได้ที่บนดอยช้าง ต.วาวี อ.แม่สรวย จ.เชียงราย โดยบริษัทกาแฟดอยช้างแล้ว กาแฟชนิดนี้ยังมีผลิตได้อีกที่ ว่ากันว่าอยู่ที่ร้านกาแฟสดไร่คุณหญิงเมืองกาญจนบุรีใกล้ๆ กรุงเทพฯ นี่เอง งานนี้กาแฟโคปี้ลูวักบนดอยช้างจะเจอคู่แข่งสัญชาติเดียวกันซะแล้ว อย่างไรก็ตามอาจจะมองอีกมุมหนึ่งได้ว่าเมื่อมีจำนวนผู้ผลิตเพิ่มวัตถุดิบเมล็ดกาแฟประเภทนี้เพิ่มขึ้นก็จะเป็นการเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภค หรืออีกนัยหนึ่งหากมีการส่งออกก็เป็นการช่วยกันหารายได้เข้าประเทศไทยได้เช่นกัน เอาใจช่วยให้ผลิตภัณฑ์กาแฟไทยสู้กับคู่แข่งในตลาดโลก

รูปภาพรูปภาพรูปภาพ
ฮือฮาร้านกาแฟขี้ชะมด ฮิตในเมืองกาญจน์ กิโลฯละแสน

เมื่อ 9 มี.ค. ผู้สื่อข่าวจังหวัดกาญจนบุรี รายงานเรื่องราวกิจการกาแฟสดที่ผลิตจากขี้ชะมดในราคาแก้วละ 500-1,500 บาท ที่ร้านกาแฟสดจากไร่คุณหญิง เลขที่ 105 หมู่ 1 ถ.แสงชูโต ต.แก่งเสี้ยน อ.เมือง จ.กาญจนบุรี หลังจากมีคอกาแฟแวะเวียนมาชิมไม่ขาดสาย และบางรายขอซื้อกลับบ้านเพื่อนำไปชงดื่มเองในราคากิโลกรัมละ 1 แสนบาท

ร้านดังกล่าว มีนายสุรเชษฐ์ ยุทธสุนทร และนางสุจิตรา ยุทธสุนทร สองสามีภรรยา เป็นเจ้าของ โดยมีพนักงานกว่า 10 คน นายสุรเชษฐ์ เล่าว่า กาแฟสดนี้ผลิตขึ้นจากมูลของตัวชะมด (หรืออีเห็น) ขายราคาแก้วละ 500 บาทถึงแก้วละ 1,500 บาท อยู่กับลูกค้าว่าต้องการกาแฟรสชาติแบบไหน ส่วนปริมาณเท่ากับแก้วกาแฟตามร้านทั่วไป ถึงแม้ว่าจะมีราคาแพงแต่ลูกค้าก็พร้อมจะควักกระเป๋าจ่ายอย่างเต็มใจ และมีลูกค้าบางรายขอซื้อกาแฟสดซึ่งเป็นวัตถุดิบเพื่อนำไปชงดื่มที่บ้านใน ราคากิโลกรัมละ 100,000 บาท เหตุที่กาแฟชนิดนี้มีราคาแพง เพราะว่าวัตถุดิบนั้นหายากและขั้นตอนการผลิตก็มีความละเอียดอ่อน ใน 1 ปีถึงจะมีกาแฟชนิดนี้ให้บริการลูกค้า

นายสุรเชษฐ์ เล่าด้วยว่า เริ่มต้นกิจการนี้เมื่อประมาณ 5 ปีที่ผ่านมา โดยค้นพบในเว็บไซต์ของอินโดนีเซียที่ผลิตกาแฟจากมูลของตัวชะมด เมื่ออ่านรายละเอียดจนเข้าใจ จึงปรึกษาภรรยาคิดว่าน่าจะลองทำดูบ้าง และเป็นความโชคดีอยู่อย่างหนึ่งคือ ก่อนหน้านั้นมีชาวบ้านนำตัวชะมดจำนวน 2 ตัวเพื่อมาขายให้กับร้านอาหารแห่งหนึ่ง ตนเห็นเข้าเกิดความสงสารจึงขอซื้อชะมดทั้ง 2 ตัว และนำมาเลี้ยงไว้ที่บ้าน จนในที่สุดก็ออกลูกเพิ่มมาอีก 4 ตัว รวมเป็น 6 ตัว ปัจจุบันมีตัวชะมดอยู่ประมาณ 20 ตัว

ส่วนการการผลิตนั้น ตนและภรรยาได้ลองผิดลองถูกมานานกว่า 3 ปี จึงนำออกมาจำหน่ายให้กับลูกค้าได้ ซึ่งสรรพคุณของกาแฟที่ผลิตจากมูลของตัวชะมด นอกจากมีรสชาติที่เข้มข้นเป็นที่ติดใจของบรรดาคอกาแฟทุกคนแล้วยังเชื่อว่าบำรุงรักษาอวัยวะภายใน

แหล่งข่าว: วันที่ 09 มีนาคม พ.ศ. 2554 เวลา 00:24 น. ข่าวสดออนไลน์
Sam
Site Admin
 
โพสต์: 1778
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ มี.ค. 11, 2007 9:03 pm
ที่อยู่: เชียงราย

"กาแฟขี้ชะมด" สุดยอดกาแฟแพงที่สุดในโลกมีขั้นตอนผลิตอย่างไร

โพสต์โดย Sam » พฤหัสฯ. มี.ค. 10, 2011 5:19 pm

เมื่อขึ้นชื่อว่าเป็น "สุดยอดกาแฟที่สุดในโลก" แล้ว ขั้นตอนการผลิตย่อมไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน มติชนออนไลน์นำเสนอเรื่องราวขั้นตอนการผลิตกาแฟขี้ชะมดของชาวอินโนนีเซียซึ่งแรกเริ่มผลิตกาแฟชนิดนี้ไว้ทานกันเองในครอบครัว จนกระทั้งได้รับกระแสความนิยมในการตลาดค้าขายกาแฟ การผลิตไว้ทานกันเองในครอบครัวจึงถูกขยายขอบเขตไปสู่ระบบอุตสาหกรรม (ถึงแม้จะเป็นอุตสาหกรรมขนาดเล็กระดับครอบครัวก็ตาม) อย่างน้อยที่สุดก็ช่วยให้ครอบครัวชาวเกาะเหล่านี้มีรายได้จากการผลิตเมล็ดกาแฟขี้ชะมด ต้องขอบคุณเจ้าชะมดน้อยที่ของเสียหรือว่ามูลของมันสามารถสร้างมูลค่าทางการค้าได้ อย่างนี้แล้วไม่รู้ว่าจะเป็นผลบวกหรือผลลบต่อเจ้าชะมดน้อย แต่อย่างหนึ่งก็คือชีวิตน้อยๆ ของเจ้าชะมดเหล่านี้คงไม่ได้อยู่อย่างอิสระเสรีตามธรรมชาติอีก ในเมื่อต้องกลายมาเป็นหนึ่งในวัฏจักรของการผลิตกาแฟชนิดพิเศษสนองความอยาก (needs) ของมนุษย์ไปซะแล้ว

กาแฟขี้ชะมด ตอนนี้สามารถผลิตได้แล้วในเมืองไทย เช่น ที่ดอยช้าง ต.วาวี อ.แม่สรวย จ.เชียงราย หรืออีกที่หนึ่งคือ ไร่คุณหญิง อ.เมือง จ.กาญจนบุรี สนนราคาของทั้งสองที่ก็ยังแตกต่างกัน เช่นของดอยช้างขายอยู่ที่กิโลกรัมละประมาณ 60,000 บาท ส่วนของไร่คุณหญิงว่ากันที่กิโลกรัมละเป็นแสนบาท แต่ที่มติชนออนไลน์นำเสนอผลผลิตจากอินโดนีเซียขายอยู่ที่กิโลกรัมละ 13,940 บาท

ว่ากันว่ารสชาติกาแฟขี้ชะมดนั้น "มีเอกลักษณ์ นุ่มนวล เจือด้วยกลิ่นของช็อคโกแลต ดินและโคลน" แต่ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ของสัญชาติไหน ถึงแม้จะเป็นคอกาแฟ สำหรับผู้เขียนแล้วก็ขอบายที่จะหากาแฟชนิดนี้มาลองชิม

=====
เขาทำ"กาแฟขี้ชะมด" สุดยอดกาแฟ "แพงที่สุดในโลก" อย่างไร?

รูปภาพ
หนึ่งในกาแฟที่เป็นที่รู้จักกันดีในหมู่ผู้ชื่นชอบกาแฟ คือ " โกปิ ลูวะ" (กาแฟขี้ชะมด) มีที่มาจากอินโดนีเซีย รสชาติอันกลมกล่อมของกาแฟ เกิดจากผลกาแฟที่ถูกตัวลูวัค หรือชะมดพันธุ์ Paradoxurus ที่อาศัยอยู่ในประเทศอินโดนีเซีย กินเข้าไป และขับถ่ายมูลออกมา

รูปภาพ
นายวายัน ดีร่า และนางซารี อาร์ตินี สองสามีภรรยา เลี้ยงชะมดไว้ 9 ตัว เป็นเวลากว่า 2 ปี

รูปภาพ
ผลกาแฟอยู่ในท้องของตัวชะมดจะผสมกับเอมไซม์และสารเคมีที่อยู่ในกระบวนการย่อย ทำให้โปรตีนในเมล็ดกาแฟแตกตัวเป็นโมเลกุลขนาดเล็ก เวลานำเมล็ดกาแฟชนิดนี้ไปคั่วบดจะมีกลิ่นหอมเป็นพิเศษ ตัวชะมดจะถ่ายมูลซึ่งเหลือแต่เพียงเมล็ดกาแฟออกมา ซึ่งทำให้สะดวกต่อการเก็บมูลของมัน

รูปภาพ
เมล็ดกาแฟที่เก็บได้ซึ่งมีมูลของตัวชะมดติดออกมาด้วยเล็กน้อย จะถูกนำมาตากแห้ง ก่อนที่จะนำไปล้างให้สะอาด และนำไปคั่วเพียงเล็กน้อย

รูปภาพ
หลังจากที่มันเริ่มได้รับความนิยม แต่ละครัวเรือนก็จะผลิตอุปกรณ์ขึ้นเองในครัวเรือน และผลิตเป็นอุตสาหกรรมในครัวเรือน

รูปภาพ
นายวายันกำลังตรวจสอบเมล็ดกาแฟ"โกปิ ลูวะ" ซึ่งผ่านการคั่วเพียงเล็กน้อย ต่างจากกาแฟทั่วไปที่ต้องทำการคั่วเป็นเวลานาน เพื่อให้ได้สีน้ำตาลอ่อนหรือเข้มกว่าเพียงเล็กน้อย เพื่อคงรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์

รูปภาพ
กาแฟที่ผ่านการคั่วแล้วจะถูกนำมาผึ่งไว้บนพื้น

รูปภาพ
เม็ดกาแฟกำลังผ่านเครื่องบด

รูปภาพ
หลังจากนั้นจึงนำมาบรรจุในห่อ

รูปภาพ
เมื่อสิ้นสุดกระบวนการ "โกปิ ลูวะ" สามารถจำหน่ายได้ถึง ปอนด์ละ 227 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 6,969 บาท หรือกิโลกรัมละ 13,940 บาท) และตลาดใหญ่ที่สุดคือ ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ โดยรสชาติของมันได้รับการอธิบายว่า "มีเอกลักษณ์ นุ่มนวล เจือด้วยกลิ่นของช็อคโกแลต ดินและโคลน"

แหล่งข่าว: วันที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554 เวลา 12:35:00 น. มติชนออนไลน์
Sam
Site Admin
 
โพสต์: 1778
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ มี.ค. 11, 2007 9:03 pm
ที่อยู่: เชียงราย


ย้อนกลับไปยัง News: ข่าวท่องเที่ยวภูมิภาคลุ่มน้ำโขง

ผู้ใช้งานขณะนี้

่กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน

cron

185/8 หมู่ 4 ต.ริมกก อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย 57100
โทร. 081-8854644 (หนุ่ย) E-mail: booking@ichiangrai.com Website: www.ichiangrai.co.th | www.ichiangrai.com