อาเซียนตั้งเป้าเปิดเสรี "ขนส่งอากาศ-ท่องเที่ยว-สุขภาพ"

ข่าวกิจกรรมท่องเที่ยวในพื้นที่ภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ประกอบด้วย เชียงราย สิบสองปันนา เชียงตุง-เมืองลา หลวงพระบาง
Post Reply
Sam
Site Admin
Posts: 1786
Joined: Sun Mar 11, 2007 9:03 pm
Location: เชียงราย
Contact:

อาเซียนตั้งเป้าเปิดเสรี "ขนส่งอากาศ-ท่องเที่ยว-สุขภาพ"

Post by Sam »

วันที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2552 เวลา 21:09:53 น. มติชนออนไลน์

อาเซียนตั้งเป้าเปิดเสรี "ขนส่งอากาศ-ท่องเที่ยว-สุขภาพ"
Image
นางสาวเก็จพิรุณ เกาะสุวรรณ์ รักษาการระดับเชี่ยวชาญ กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคมถึงความคืบหน้าการเจรจาการค้าบริการและการลงทุนภายใต้กรอบอาเซียน ว่า ขณะนี้อาเซียนได้กำหนดที่จะรวมตัวกันเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ในปี 2558 โดยมี 4 สาขาที่เร่งรัดการเปิดเสรี คือ ขนส่งทางอากาศ ท่องเที่ยว สุขภาพ และ E-ASEAN คือ โทรคมนาคม และคอมพิวเตอร์ และมีเป้าหมายให้นักลงทุนอาเซียนสามารถถือหุ้นได้ 70% ในปี 2553 ส่วนโลจิสติกส์ซึ่งเป็นสาขานำร่องที่เพิ่มเข้ามา มีเป้าหมายให้นักลงทุนประเทศสมาชิกอาเซียนสามารถถือหุ้นได้ 70% ในปี 2556 และบริการทั้งหมดมีเป้าหมายให้นักลงทุนประเทศสมาชิกอาเซียนสามารถถือหุ้นได้สูงสุด 70% ในปี 2558

สำหรับสาขาบริการด้านธุรกิจ (Business Services) ซึ่งประกอบด้วยบริการด้านวิชาชีพ อาทิ หมอ พยาบาล วิศวกร บริการด้านคอมพิวเตอร์ บริการวิจัยและพัฒนา บริการด้านอสังหาริมทรัพย์ บริการเช่า/เช่าซื้อสังหาริมทรัพย์และบริการด้านธุรกิจอื่นๆ ขณะนี้อาเซียนได้จัดทำข้อตกลงยอมรับร่วม ซึ่งเป็นการยอมรับร่วมในเรื่องคุณสมบัติของผู้ให้บริการ เช่น ด้านการศึกษา ประสบการณ์การทำงาน ใบอนุญาต ของวิศวกรรม พยาบาล สถาปัตยกรรม แพทย์ และทันตแพทย์ แต่ไม่ใช่การอนุญาตโดยอัตโนมัติ ต้องผ่านการประเมินคุณสมบัติให้สอดคล้องและปฏิบัติตามระเบียบทุกประการในเรื่องความปลอดภัยและความรับผิดชอบก็ยังมีกฎหมายภายในของแต่ละประเทศบังคับใช้อยู่เช่นเดิม อีกทั้งยังมีกรอบแนวทางเพื่อใช้เป็นพื้นฐานในการจัดทำข้อตกลงยอมรับร่วมสำหรับนักสำรวจและวิชาชีพบัญชีด้วย

นางสาวทวินันท์ จันทนจุลกะ ผู้อำนวยการส่วนการค้าบริการทวิภาคี กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า การเปิดตลาดการค้าบริการในสาขาท่องเที่ยวภายใต้องค์การการค้าโลก (WTOป ไทยเปิดให้ต่างชาติลงทุนถือหุ้นได้ไม่เกิน 49% ในธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร และการบริหารโรงแรม หรือในธุรกิจนำเที่ยว สำหรับอาเซียนอนุญาตให้ถือหุ้นได้ 49% เช่นเดียวกับการเปิดตลาดใน WTO แต่สาขาท่องเที่ยวในอาเซียนเป็นสาขาเร่งรัดที่จะต้องมีการเปิดตลาดให้ต่างชาติถือหุ้นได้ไม่เกิน 70 % ในปี 2553 ส่วนการเปิดเสรีในกรอบเอฟทีเอไทย-ออสเตรเลีย ออสเตรเลียเปิดเสรีให้ไทย 100% ในการเข้าไปจัดตั้งธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร และธุรกิจนำเที่ยว ส่วนเอฟทีเอไทย-ญี่ปุ่น ญี่ปุ่นเปิดให้ไทยเข้าไปจัดตั้งและให้บริการโรงแรมร้านอาหาร ธุรกิจนำเที่ยวได้อย่างเสรี ขณะที่ไทยเปิดให้ญี่ปุ่นถือหุ้นได้ไม่เกิน 60% เฉพาะโรงแรมหรู ขนาดใหญ่และร้านอาหารขนาดใหญ่

นอกจากนี้ ภายใต้การเจรจาระหว่างอาเซียนกับประเทศคู่เจรจา ได้แก่ อาเซียน-จีน พบว่าจีนเปิดตลาดให้อาเซียนเข้าไปจัดตั้งธุรกิจโรงแรม ร้านอาหารและธุรกิจนำเที่ยวได้อย่างเสรี ส่วนไทยอนุญาตให้จีนเข้ามาประกอบธุรกิจโรงแรม ภัตตาคาร และการจัดการในรูปแบบบริษัทโดยถือหุ้นได้ไม่เกิน 49% ในกรอบอาเซียน-เกาหลี เกาหลีให้ไทยเข้าไปลงทุนธุรกิจโรงแรม ร้านอาหารและ จัดเลี้ยง และการจัดทัวร์ได้เสรี ส่วนไทยเปิดให้เกาหลีจัดตั้งธุรกิจโรงแรม การจัดการนำเที่ยวในรูปบริษัทโดยถือหุ้นได้ไม่เกิน 49% ส่วนการเข้ามาประกอบธุรกิจตัวแทนจัดการเดินทาง และธุรกิจนำเที่ยวมีเงื่อนไขเพิ่มเติมว่า จำนวนกรรมการบริหาร ต้องเป็นคนไทยเกินกึ่งหนึ่ง

นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ ผู้อำนวยการส่วนการค้าบริการอาเซียน กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า การเปิดตลาดในสาขาโลจิสติกส์ส่วนใหญ่คู่เจรจาเปิดตลาดให้ไทยได้เข้าไปลงทุนมากกว่าที่ไทยเปิดให้ประเทศคู่เจรจาเข้ามาลงทุนในไทย โดยปัจจุบันไทยยังจำกัดเพดานการถือหุ้นของชาวต่างชาติที่ร้อยละ 49 อาทิ ความตกลงการค้าเสรีไทย-ออสเตรเลีย เปิดให้ไทยลงทุนถือหุ้นได้ร้อยละ 100 ในทุกประเภทการขนส่ง ยกเว้นสายการบินและท่าอากาศยาน แต่ไทยเปิดให้ออสเตรเลียลงทุนในธุรกิจมารีน่า (ท่าเทียบเรือยอร์ช) ได้ไม่เกินร้อยละ 60 ตามเงื่อนไขที่กำหนด และความตกลงการค้าเสรีไทย-ญี่ปุ่น ญี่ปุ่นเปิดให้ไทยลงทุนได้ 100%ในทุกประเภทการขนส่ง แต่ไทยผูกพันเพิ่มเติมจาก WTO โดยให้ญี่ปุ่นเข้ามาให้บริการ Logistics Consulting Services ได้โดยถือหุ้นไม่เกินร้อยละ 51

นายวิโรจน์ รมเยศ ประธานชมรมผู้ขนส่งจังหวัดระยองและประธานฝ่ายขนส่งและคมนาคม หอการค้าจังหวัดระยอง กล่าวว่า การขนส่งในไทยส่วนใหญ่ยังเป็นการขนส่งทางบกราว 80% แม้จะมีการส่งเสริมการขนส่งอื่นๆ เช่น พาณิชย์นาวี แต่ก็ยังไม่เติบโตมากนัก เมื่อเทียบในกลุ่มประเทศอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง (GMS) ไทยมีความพร้อมในการแข่งขันอยู่แล้ว ได้เปรียบประเทศรอบข้างทั้งหมด เป็นรองเพียงแค่จีนประเทศเดียว ส่วนกลุ่มประชาคมอาเซียนนั้นหากเป็นประเทศในอาเซียนจริง คิดว่าน่าจะสู้ได้ แต่มีความกังวลว่าจะมี nominee ของประเทศเหล่านี้อาศัยประโยชน์ เพราะหากเป็นประเทศที่สามที่ไม่ใช่ประเทศในอาเซียนจะมี ความรู้ เทคโนโลยี การเงิน และการเพิ่มมูลค่าที่สูงกว่า อาจทำให้ไทยประสบปัญหาได้

นายชัยรัตน์ ไตรรัตนจรัสพร นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดระยอง กล่าวว่าภาคการท่องเที่ยวของไทยมีความได้เปรียบ เพราะความยิ้มแย้มแจ่มใส การต้อนรับ การบริการที่ดี ประกอบกับสถานที่ที่สวยงาม แต่ปัจจุบันการท่องเที่ยวชะลอตัวลงบ้าง จากปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจและการระบาดของไข้หวัด 2009 อีกทั้งภาคเอกชนยังมีปัญหาด้านเงินทุน จึงต้องการให้ภาครัฐช่วนเหลือและส่งเสริม ส่วนโอกาสใหม่ๆ ทางด้านการท่องเที่ยว คือการเปิดการท่องเที่ยวชายแดน เพราะถนนหนทางเรียบร้อยแล้ว การเดินทางสะดวกมาก ไม่ว่าจะเป็นด่านชายแดนทางภาคอีสาน ตะวันออก หรือเหนือ เป็นต้น ขณะที่สิ่งที่ต้องเสริม คือ การอบรมพัฒนาบุคลากร เช่น สามารถพูดภาษาต่างประเทศได้