พระตำหนักดอยตุง บ้านแสนรักของนักปลูกต้นไม้

ข่าวกิจกรรมท่องเที่ยวในพื้นที่ภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ประกอบด้วย เชียงราย สิบสองปันนา เชียงตุง-เมืองลา หลวงพระบาง
Post Reply
Sam
Site Admin
Posts: 1786
Joined: Sun Mar 11, 2007 9:03 pm
Location: เชียงราย
Contact:

พระตำหนักดอยตุง บ้านแสนรักของนักปลูกต้นไม้

Post by Sam »

พระตำหนักดอยตุง บ้านแสนรักของนักปลูกต้นไม้

คอลัมน์ บันทึกเดินทาง

โดย วิภาวี จุฬามณี

Imageระเบียงดอกไม้ซึ่งยาวตลอดแนวของพระตำหนัก มอร์นิ่ง กลอรี่และดอกรักเร่

บ้านหลังนั้นอิงแอบอยู่หว่างเนินดินบนขุนเขาสีน้ำตาลไหม้ของไม้สนภูเขาที่ทาบทับอยู่บนผนัง ขับให้มวลดอกไม้ที่เบ่งบานอยู่รายรอบดูสวยสดยิ่งขึ้น บนส่วนยอดของตัวบ้านนั่นเล่า กาแลแกะสลัก ศิลปะพื้นบ้านล้านนายังยืนเด่นเป็นสง่า ราวกับว่าไม่เคยสะทกสะท้านไหว ไม่ว่าจะกี่คราวที่ลมหนาวมาเยือน

บ้านหลังนั้น "บ้านของสมเด็จย่า" หรือชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า ""พระตำหนักดอยตุง"" สร้างขึ้นบนเนื้อที่กว่า 29 ไร่ บนดอยสูงของจังหวัดเชียงราย ประกอบด้วยตัวอาคารไม้ 2 ชั้น และลานกว้างหน้าพระตำหนัก งดงามอ่อนหวานด้วยสถาปัตยกรรมแบบล้านนา แต่ทว่าเรียบง่ายอย่างบ้านปีกไม้สถาปัตยกรรมพื้นบ้านของสวิส

ตามประสาคนรักต้นไม้ และฝันใฝ่อยากจะมีบ้านที่แวดล้อมไปด้วยกลิ่นอายของธรรมชาติบ้างสักหลัง บ้านของสมเด็จย่าหลังนี้จึงเป็นดังภาพฝันที่ถูกเนรมิตให้เกิดขึ้นแล้วจริง ตรงหน้า

"ไม่ใช่ความหรูหราใหญ่โตที่ทำให้ที่นี่กลายเป็น "บ้านหลังแรก" ของแม่ฟ้าหลวงแห่งแผ่นดิน หากแต่น่าจะเป็นเพราะบ้านหลังนี้ เหมาะจะเป็นที่อยู่ของหัวใจ ของผู้ซึ่งหลงใหลในธรรมชาติเสียมากกว่า"

สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ ทรงเล่าไว้ในหนังสือ ""เวลาเป็นของมีค่า"" ถึงความเป็นนักนิยมธรรมชาติของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีไว้ว่า

"""แม่ ชอบดอกไม้ ต้นไม้มานานแล้ว เมื่ออายุประมาณ 10 ขวบ และอยู่บ้านคุณหญิงสงวน แม่ไปขุดดินหลังบ้าน และปลูกพริกโดยไม่มีใครขอให้ทำ เมื่ออยู่ฮาร์ทฟอร์ด (Hartford) กับมิสซิสสตรอง (Mrs.Strong) แม่ได้รับแบ่งที่ดินเล็กๆ ให้ทำสวน แม่ปลูกดอกไม้ เช่น ดอกคอสมอส (cosmos) เมื่ออยู่ที่วิลลาวัฒนามีสวนใหญ่ แม่ชอบทำสวนเอง เมื่อย้ายไปอยู่แฟลตที่อาว็องโปสต์ (Avant-Poste) ไม่มีสวน แม่จึงต้องทำสวนบนเฉลียง"""

Imageมุมมองจากระเบียงไม้

"จุดเริ่มต้นของการสร้างบ้านแห่งแรกบนดอยตุงนี้ ก็เพื่อว่าจะได้เป็นที่ประทับพักผ่อนแทนการเสด็จแปรพระราชฐานไปยังต่าง ประเทศ และจะได้สะดวกในการทรงงานดูแลสนับสนุนการฟื้นฟูสภาพป่าในโครงการพัฒนาดอยตุง ที่ทรงริเริ่มขึ้น"

เมื่อก้าวเข้าไปในตัวบ้าน ความรู้สึกแรกที่สัมผัสได้ คือความเรียบง่ายนั้นช่างงดงามอย่างประหลาด ไม่มีเครื่องตกแต่งอันหรูหราฟู่ฟ่า ไม่มีแม้เครื่องอำนวยความสะดวกอันเกินเลยไปจากความจำเป็นพื้นฐานของชีวิต หากแต่มองไปมุมไหนก็เห็นงานประดิษฐ์ชิ้นเล็กชิ้นน้อยที่ผู้เป็นเจ้าของบรรจง จัดแต่งไว้เป็นที่เพลิดเพลินใจแก่ผู้ที่ได้มาพบเห็น

เรื่องความเป็นคนช่างคิดช่างประดิษฐ์ของสมเด็จย่านี้ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ ได้เคยกล่าวไว้ในหนังสือเล่มเดียวกันว่า ท่านมักจะเก็บดอกไม้ภูเขาแล้วนำมาจัดใส่ในภาชนะเล็กๆ ต่างๆ เช่นถ้วยน้ำตาล ถ้วยแยม หรือถ้วยล้างมือ แล้วนำไปวางไว้ตามโต๊ะอาหารของผู้ที่ท่านรู้จัก ปีหนึ่งนักเขียนชาวฝรั่งเศส ชื่อ ดานิโนส์ ไปพักอยู่โรงแรมเดียวกันกับที่ท่านไปพักทุกปี เขาได้เขียนลงในหนังสือของเขาถึงหญิงสาวคนหนึ่งที่ได้พบที่นั่น ซึ่งคาดว่าหมายความถึงสมเด็จย่า ซึ่งเขาไม่รู้จัก

"""มีผู้หญิงสาวคนหนึ่งที่น่ารักมาก ซึ่งเก็บดอกไม้ที่ภูเขาและจัดช่อเล็กๆ ซึ่งเธอแอบไปวางไว้บนโต๊ะของคนหนุ่มสาว เธอเป็นคนจำพวกที่รู้จักชื่อของทุกสิ่งทุกอย่าง ต้นไม้เล็ก ต้นไม้ใหญ่ ทะเลน้ำแข็ง ตอนค่ำบนเฉลียงของโรงแรม เธอท่องชื่อดาวให้ฟัง และให้ความรู้แก่คนอย่างฉันซึ่งนอกจากดาวจระเข้แล้วไม่รู้เรื่องเลย"""

Image"ความต่อเนื่อง" ประติมากรรมกลางสวนดอยตุง

นอกจากสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีจะสนพระทัยเรื่องของต้นไม้ดอกไม้แล้วยัง สนพระทัยเรื่องของดวงดาวด้วยเช่นกัน สังเกตได้จากพระตำหนักในส่วนของท้องพระโรงนั้น แทนที่จะประดับเพดานด้วยดวงไฟย้อยระย้า กลับแกะสลักเป็นรูปราศีต่างๆ แล้วฝังดวงไฟเป็นสัญลักษณ์แทนดวงดาวตามราศีหรือหมู่ดาวนั้นๆ

จินตนาการเอาเถิดว่า ยามค่ำคืนเมื่อรอบกายมืดสนิท แลเห็นเพียงดวงดาวจำแลงส่องแสงอยู่ใกล้แค่เอื้อมจะโรแมนติคชวนฝันสักแค่ไหน

ภายในห้องเดียวกันนั้นยังประดับด้วยภาพเขียนสีน้ำมันขนาดใหญ่ 2 ภาพ ภาพหนึ่งวาดอยู่ในโทนสีเหลืองส้ม ใต้ภาพเขียนไว้ว่าพระธาตุดอยตุงยามตะวันชิงพลบ อีกภาพหนึ่งในโทนสีน้ำเงินเข้มแขวนอยู่ฝั่งตรงข้ามกัน บรรยายใต้ภาพไว้ว่า พระธาตุดอยตุงยามราตรีสงัด

ทั้งสองภาพนี้มีวิธีการมองที่ออกจะ แปลกอยู่สักหน่อย คือให้เริ่มจากการยืนอยู่ด้านใดด้านหนึ่งของภาพ มองตรงไปยังตัวพระธาตุในรูปวาด จากนั้นค่อยๆ ก้าวเดินเป็นรูปครึ่งวงกลมอย่างช้าๆ จากด้านหนึ่งไปยังอีกด้านหนึ่งของภาพวาด ความมหัศจรรย์ที่เกิดขึ้นคือ จะมองเห็นแสงเงาของพระธาตุค่อยๆ เคลื่อนคล้อยเปลี่ยนทิศทางไปตามจังหวะที่ก้าวผ่าน และในภาพพระธาตุดอยตุงยามราตรีสงัดนั้น ดวงดาวในภาพก็คล้ายกับว่าได้พากันแขวนตัวเองไว้บนผืนฟ้าทีละดวงๆ

เรื่องเล่าเกี่ยวกับพระธาตุดอยตุงนี้ ตามตำนานสิงหนวัติเล่าไว้ว่า พระเจ้าอชุตราชเจ้าผู้ครองดินแดนแถบนี้ได้สร้างพระสถูปบรรจุพระสารีริกธาตุ ไว้บนยอดดอย แล้วปักธงตะขาบ หรือตุงตะขาบยาว 3,000 วาไว้เช่นกัน ด้วยเหตุนี้จึงเรียกที่แห่งนี้ว่า "ดอยตุง" ต่อมาในสมัยพระเจ้ามังรายก็ได้มีการสร้างพระสถูปบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ เคียงคู่ขึ้นอีกองค์หนึ่ง

ถัดออกมาทางขวามือของท้องพระโรง มีระเบียงไม้ทอดตัวยาวไปตามแนวของตัวบ้าน ระเบียงนี้ถูกออกแบบให้มีลักษณะเป็นกระบะที่สามารถปลูกดอกไม้ได้ตลอดแนว

จากมุมนี้มองออกไปไกลลิบตา คือภาพของทิวเขาน้อยใหญ่ที่เรียงตัวลดหลั่นกันไป จากใกล้ไปไกล จากที่เห็นแจ่มชัดไปยังที่เห็นเพียงเลือนรางอยู่ท่ามกลางสายหมอก

ระเบียงดอกไม้นี้นี่แหละ ที่น่าจะเป็นมุมโปรดของสมเด็จย่า เมื่อครั้งที่ยังมีพระชนม์ชีพอยู่พระองค์มักจะเสด็จออกมาดูแลต้นไม้ ทรงลิดกิ่ง ทรงพรวนดิน และทรงตัดดอกไม้สำหรับใส่แจกันด้วยพระองค์เองอยู่เสมอ

สุดแนวระเบียงคือสวนสวยบนลานกว้างหน้าพระตำหนัก ในลมหนาวที่พัดผ่านมาเป็นระลอก ดอกไม้หลากสียังชูช่ออวดกลีบสวยอย่างไม่ขวยเขิน สีชมพูสดของดอกรักเร่ สีส้มแดงของสแน็พดราก้อน สีฟ้าครามของมอร์นิ่ง กลอรี่ แต่งแต้มให้ที่แห่งนี้เป็นมากกว่าแค่ที่อยู่อาศัย

หากจริงอย่างที่ว่า "สวนคือที่อยู่ของหัวใจ" ตอนนี้ใครต่อใครที่ได้มาเยือนที่แห่งนี้ คงมีหัวใจที่แย้มยิ้ม เบิกบานและงดงามยิ่งกว่าดอกไม้สีใดๆ

สุดปลายแผ่นฟ้าตรงหน้าเบื้องล่างบนผืนดินสีเขียวกว้างไกล ก่อกำเนิดโครงการพระราชดำริที่สานต่อความตั้งใจของ "แม่" เพื่อพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของราษฎรในพื้นที่สูง

"โครงการพัฒนาดอยตุง สถานีวิจัยโครงการหลวงอินทนนท์ สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง เพื่อการพลิกดอยฝิ่นสู่ดอยคำ ฯลฯ ในวันวาน 30 ปีให้หลังออกดอกผลเป็นโครงการ "ปิดทองหลังพระ" ในวันนี้"

วันที่ 09 สิงหาคม พ.ศ. 2552 ปีที่ 32 ฉบับที่ 11474 มติชนรายวัน หน้า 23 http://matichon.co.th/matichon/view_new ... 2009-08-09" onclick="window.open(this.href);return false;