
กรมขนส่งทางอากาศ (ขอ.) เล็งตั้งหน่วยงานอิสระกำกับดูแลสนามบิน พ้อ บริษัทท่าอากาศยานไทย (ทอท.) เลือกฮุบสนามบินที่ได้กำไร พร้อมยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยด้านการบินเทียบเท่าสากล เล็งควานหา Inspector เพิ่มอีก 5 คน
เมื่อวันที่ 26 ก.ย. นายวุฒิชัย สิงหมณี รองอธิบดีกรมการขนส่งทางอากาศ (ขอ.) เปิดเผยว่า เร็วๆนี้ กรมการขนส่งทางอากาศจะหารือกันถึงแนวทาง ความเป็นไปได้ในการจัดตั้งองค์กรมหาชน หรือหน่วยงานอิสระขึ้นมากำกับดูแลท่าอากาศยานทั้ง 26 แห่งที่ส่วนใหญ่ประสบปัญหาขาดทุน มีเพียงสนามบินกระบี่เท่านั้นที่มีกำไรนอกนั้นเป็นภาระที่กรมต้องใช้จ่ายงบ ประมาณในการบริหารจัดการ ในเรื่องดังกล่าวทางบริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือทอท. อยู่ระหว่างการพิจารณาถึงความเป็นไปได้ในการเข้ามาบริหารจัดการ สนามบินภายใต้การกำกับดูแลของขอ.แต่ปัญหาอยู่ตรงที่ทอท.ต้องการเพียงบางแห่ง ที่มีกำไร เช่น สนามบินกระบี่ ขอ.จึงต้องหาทางออกในเรื่องนี้ การจัดตั้งองค์กรอิสระขึ้นมาจะทำให้การบริหารจัดการคล่องตัวมากขึ้น รวมถึงอาจให้ท้องถิ่นที่เป็นที่ตั้งของสนามบินเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหาร จัดการสนามบินให้มากขึ้น
นายวุฒิชัย กล่าวต่อว่า นอกจากนี้กรมการขนส่งทางอากาศ ยังมีนโยบายในการส่งเสริมการใช้เครื่องบินเล็กของพลเรือนมากขึ้น โดยจะแก้ไขกฎการอนุญาตทำการบิน หรือเงื่อนไขต่างๆที่อาจเป็นอุปสรรคในการส่งเสริมการบินพลเรือนให้ผ่อนปรน เพื่อจูงใจให้ประชาชนทั่วไปหันมาสนใจการหัดบินโดยใช้เครื่องบินเล็ก และจะอำนวยความสะดวกในการให้มีการเช่าใช้สนามบินของกรมการขนส่งทางอากาศ นอกจากจะเป็นการทำให้มีรายได้แล้วยังเป็นการส่งเสริมธุรกิจซ่อมบำรุง ซื้อขายอะไหล่อากาศยานได้โดยตรง
รองอธิบดีกรมการขนส่งทางอากาศ กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ จะมีการปรับปรุงกฎระเบียบและมาตรฐานด้านความปลอดภัยให้รอบคอบรัดกุม มากขึ้นให้ได้มาตรฐานทัดเทียมระดับสากลเพราะกฎระเบียบด้านการบินมีการ เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ประเทศไทยจึงต้องตามให้ทัน โดยเฉพาะการพัฒนาด้านบุคลากรผู้ทำการตรวจสอบการปฎิบัติการบิน (Inspector) ที่กรมการขนส่งทางอากาศ มีเพียง 16 คนเท่านั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดทำรายละเอียดเพื่อเสนอต่อ กระทรวงคมนาคม เพื่อให้มีการสอบบรรจุเจ้าหน้าที่ในตำแหน่งดังกล่าวเพิ่มเติมโดยในเบื้องต้น จะรับเพิ่มอีก 5 ตำแหน่ง หรืออาจมีความเป็นไปได้ว่าจะว่าจ้างนักบินของบริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) ที่เกษียณอายุไปแล้ว มาทำหน้าที่ดังกล่าว เพราะต้องอาศัยความเชี่ยวชาญมากเป็นพิเศษ เนื่องจากเมื่อเร็วๆนี้ องค์กรการบินระหว่างประเทศ หรือICAOได้กำหนดให้เจ้าหน้าที่เหล่านี้จะต้องทำหน้าที่ตรวจสอบการปฎิบัติ การบินของสายการบินทุกสายที่บินเข้ามาในประเทศไทย จากเดิมที่ตรวจสอบเพียงสายการบินภายในประเทศเท่านั้น
แหล่งข่าว: http://www.thairath.co.th/content/eco/35711" onclick="window.open(this.href);return false;