มาร์คปัดฝุ่นเร่งแผนโครงการรถไฟเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ

ข่าวกิจกรรมท่องเที่ยวในพื้นที่ภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ประกอบด้วย เชียงราย สิบสองปันนา เชียงตุง-เมืองลา หลวงพระบาง
Post Reply
Sam
Site Admin
Posts: 1786
Joined: Sun Mar 11, 2007 9:03 pm
Location: เชียงราย
Contact:

มาร์คปัดฝุ่นเร่งแผนโครงการรถไฟเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ

Post by Sam »

Image

เริ่มต้นด้วยการเนรมิตสายกรุงเทพฯ-ระยอง "มาร์ค" สั่งสร้างรถไฟไฮสปีด

ครม.เศรษฐกิจรูดปรื๊ดแผนยกเครื่องรถไฟ สั่ง "โสภณ" ไปหารือสหภาพแรงงานขณะที่เจ้าตัวบอกเรียบร้อยแล้ว อีสเทิร์นซีบอร์ดถูกหวย "มาร์ค" ชี้นิ้วสร้างไฮสปีดเทรนกรุงเทพฯ-ระยอง

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เศรษฐกิจเห็นชอบแผนพัฒนาระบบขนส่งทางรถไฟและแนวทางแก้ไขปัญหาการบริหาร จัดการการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) โดยเน้นการลงทุนที่จะเป็นมาตรฐานความ ปลอดภัยของผู้ใช้บริการเป็นเรื่องสำคัญ ส่วนปัญหาเรื้อรัง อาทิ ราง หัวรถจักร อาณัติสัญญาณนั้น จะมีการลงทุนภายใต้โครงการปฏิบัติการไทยเข้มแข็งอยู่แล้ว โดยนอกจากเรื่องความปลอดภัยแล้ว ยังควรปรับปรุงระบบการวิ่งให้เร็วขึ้น จากปัจจุบัน 50-60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เป็น 80-120 กิโลเมตร อีกทั้งยังต้องดูเรื่องการลงทุนในเส้นทางใหม่ โดยเฉพาะเส้นทางเชื่อมกับประเทศเพื่อนบ้าน

ขณะที่นายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม กล่าวว่า แผนพัฒนา รฟท.จะเกี่ยวข้องกับความปลอดภัย และความมั่นคงของระบบโครงสร้างพื้นฐาน ภายใต้กรอบเงินลงทุนรวม 100,000 ล้านบาท มีระยะเวลาดำเนินการ 5 ปี ตั้งแต่ปี 2553-2557 ใน 3 ส่วนหลัก คือ 1. การปฏิรูประบบรถไฟเพื่อความปลอดภัย หัวรถจักร เปลี่ยนไม้หมอน และทำรางคู่ในสายหลัก โดยกระทรวงจะเสนอรายละเอียดให้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคม แห่งชาติ (สศช.) ภายใน 1 สัปดาห์ จากนั้น สศช.จะนำไปสรุปรายละเอียดเพื่อเสนอให้ ครม.รับทราบภายใน 45 วัน

2. การเชื่อมโยงโครงข่ายระบบรางและการขนส่งกับประเทศเพื่อนบ้าน จำนวน 2 เส้นทาง คือ เส้นทางรถไฟ บัวใหญ่-มุกดาหาร-นครพนม และเส้นทางเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ และ 3. การลงทุนโครงการรถไฟความเร็วสูงในระบบรางมาตรฐานหรือไฮสปีดเทรน โดยเส้นทางแรกที่จะดำเนินการก่อนคือ เส้นทาง กทม.-ระยอง ระยะทาง 250 กิโลเมตร เพื่อรองรับนิคมอุตสาหกรรมและท่าเรือ เนื่องจากบริเวณดังกล่าวมีกิจกรรมของชาวต่างชาติจำนวนมาก โดยให้ดำเนินการในรูปแบบที่เอกชนเป็นผู้ลงทุน ทั้งนี้ ในข้อ 2 และ 3 กระทรวงคมนาคมจะหารือร่วมกันกับกระทรวงการคลังเพื่อหาข้อสรุปเรื่องเงินลง ทุนต่อไป

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังรับทราบแผนปรับปรุงโครงสร้างการบริหารงานของ รฟท. ที่เตรียมแยกเป็นหน่วยธุรกิจ 3 หน่วยธุรกิจ คือ หน่วยธุรกิจการบริหารจัดการด้านทรัพย์สิน, หน่วยธุรกิจด้านการเดินรถ, หน่วยธุรกิจด้านซ่อมบำรุง และ 1 บริษัทลูก คือ บริษัทแอร์พอร์ตลิ้งค์ ซึ่งทั้งหมด รฟท.จะถือหุ้น 100% และถือว่าเป็นแผนที่หารือร่วมกับสหภาพพนักงาน รฟท.มาแล้ว

ด้านนาย กอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า กระทรวงคมนาคมได้แจ้งให้ที่ประชุม ครม.เศรษฐกิจทราบว่ากำลังศึกษาการปรับเพิ่มความเร็วของรถไฟใน 4 เส้นทาง ได้แก่ 1. กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ระยะทาง 745 กิโลเมตร 2. กรุงเทพฯ-หนองคาย ระยะทาง 615 กิโลเมตร 3. กรุงเทพฯ-จันทบุรี ระยะทาง 330 กิโลเมตร 4. กรุงเทพฯ-ปาดังเบซาร์ อ.สะเดา จ.สงขลา ระยะทาง 985 กิโลเมตร โดยจะใช้เวลาในการศึกษา 3 เดือน

นายกอร์ปศักดิ์กล่าวว่า เมื่อรับฟังกระทรวงคมนาคมชี้แจงแล้วเสร็จ นายกฯได้สั่งการให้ กระทรวงคมนาคมไปศึกษาโครงการรถไฟความเร็วสูงเส้นทางกรุงเทพฯ-ระยอง ให้แล้วเสร็จภายใน 45 วัน เนื่องจากเป็นเส้นทางที่มีศักยภาพ เพราะมีทั้งกลุ่มนักลงทุนและนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางไป จ.ระยอง เพราะมีระยะทางในการเดินทางไม่เกิน 3 ชั่วโมง ดังนั้น ควรศึกษาเส้นทางที่มีระยะสั้นและควรเร่งทำในเส้นทางนี้ไปก่อน นอกจากนี้ ยังให้ไปศึกษาเส้นทางรถไฟเชื่อมกับประเทศลาว จากกรุงเทพฯผ่านบัวใหญ่ จ.นครราชสีมา เชื่อมต่อไปยัง จ.นครพนมและมุกดาหารต่อไปประเทศลาวด้วย

"สำหรับ แหล่งเงินที่จะมาใช้ในการลงทุน ปรับปรุงระบบราง 100,000 ล้านบาทนั้น ควรใช้เงินงบประมาณ ส่วนเรื่องเงินกู้นั้น ขณะนี้มีเงินจีนที่รอให้กู้อยู่แล้ว 400 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งต้องเร่งทำเรื่องกู้มาปรับปรุงระบบรางรถไฟ คาดว่าภายในเดือน ธ.ค.นี้จะเห็นภาพชัดเจนและสามารถเดินหน้าพัฒนาระบบรางรถไฟของประเทศ"

นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ประชุมได้ มอบหมายให้กระทรวงคมนาคมไปหารือกับ รฟท. ทั้งฝ่ายบริหาร สหภาพ รฟท. ให้เป็นที่ยอมรับก่อน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการตั้งหน่วยธุรกิจ 3 หน่วย และ 1 บริษัทลูก แล้วนำกลับมาเสนอ ครม.เศรษฐกิจอีกครั้งโดยเร็วที่สุด

ด้านนายสาวิทย์ แก้วหวาน ประธานสหภาพ แรงงานรัฐวิสาหกิจ รฟท. กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่เห็นแผนดังกล่าว จึงยังบอกไม่ได้ว่าจะรับหรือไม่รับ ต้องรอดูรายละเอียดของแผนก่อน แม้ว่า ครม. เศรษฐกิจจะเห็นชอบแล้วก็ตาม เพราะนายกรัฐมนตรีได้รับปากแล้วว่าหลังแผนดังกล่าวผ่าน ครม.เศรษกิจก็จะนำมาหารือกับสหภาพอีกรอบก่อนที่จะนำเข้า ครม.ชุดใหญ่.

แหล่งข่าว: http://www.thairath.co.th/content/eco/46181" onclick="window.open(this.href);return false;
ภาพประกอบข่าว: http://english.people.com.cn/200204/02/ ... ailway.jpg" onclick="window.open(this.href);return false;
Sam
Site Admin
Posts: 1786
Joined: Sun Mar 11, 2007 9:03 pm
Location: เชียงราย
Contact:

Re: มาร์คปัดฝุ่นเร่งแผนโครงการรถไฟเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ

Post by Sam »

วันที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552 เวลา 19:10:00 น. มติชนออนไลน์

"นายกฯ"ใจป้ำควัก 1 แสนล้าน ปฏิรูปรถไฟ สคร.ไม่ขวางแผนเลิกตั้งบริษัทลูกเดินรถ-บริหารสินทรัพย์

นายกฯ ยันเดินหน้าลงทุนรถไฟ 1 แสนล้าน ให้มีบทบาทสำคัญขนส่งคน-สินค้า สคร.ไม่ขัดแผนพื้นฟู ร.ฟ.ท. ที่เลิกตั้งบริษัทลูกเดินรถ-บริหารสินทรัพย์ ระบุวงเงินแสนล้านบาทจัดสรรในแผนไทยเข้มแข็งให้แล้ว แต่ซื้อหัวรถจักรเพิ่มอีก 63 คันต้องหารือก่อนเพิ่มงบฯ สบน.พร้อมดึงเงินกู้ในวง 4 แสนล้านบาทให้

เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์ โดยอัดรายการจากประเทศสิงคโปร์ ระหว่างร่วมการประชุมผู้นำกลุ่มความมือทางเศรษฐกิจเอเชียแปซิฟิก (เอเปค) ถึงการแก้ปัญหาของการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ว่า หลังยุติปัญหาเกิดความขัดแย้งระหว่างพนักงานกับฝ่ายบริหารจนรถไฟกลับมาบริ การตามปกติแล้ว ทางคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ กำหนดแนวทางที่ชัดเจนแล้วว่าการลงทุนที่สำคัญต้องเกิดขึ้น จะมีการตรวจสอบความปลอดภัยตั้งแต่ระบบราง อาณัติสัญญาณ ไปจนถึงหัวรถจักร อุปกรณ์โครงสร้างพื้นฐานต้องมีการปรับปรุงอย่างรวดเร็ว โดยได้รับการจัดสรรงบประมาณจากแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง

นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า สำหรับการขยายบริการ จะต้องให้รถไฟมีบทบาทสำคัญมากขึ้นในการขนส่งทั้งสินค้าและคน โดยเฉพาะความเร็วที่วิ่งอยู่ที่ประมาณ 50-60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ด้วยเหตุผลที่มีระบบรางเดี่ยว ทำให้เสียเวลาในการสับหลีก จึงวางเป้าหมายว่ารถไฟจะต้องวิ่งเร็วขึ้นประมาณ 100-120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง นอกจากการปรับปรุงรางหรือเส้นทางเดิมแล้วก็จะมีการลงทุนในเรื่องของระบบราง คู่ นอกจากนี้เส้นทางสำคัญในภาคอีสานที่จะไปเชื่อมต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน คือเส้นทางจากบัวใหญ่ ไปมุกดาหาร ไปถึงนครพนม เพื่อเชื่อมโยงกับทางลาวและเวียดนาม หรือเส้นทางทางเหนือที่จะต้องไปเชื่อมโยงกับจีน คือจากเด่นชัยไปเชียงรายและไปที่ชายแดน ก็จะเป็นเส้นทางลงทุนที่สำคัญ โดยจะเปิดโอกาสให้เอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการลงทุนตรงนี้ ซึ่งทั้งหมดใช้เงินประมาณ 100,000 ล้านบาท โดยบางส่วนใช้ตามกรอบของแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง และบางส่วนจะเจรจากับต่างประเทศ โดยเฉพาะจีนที่สนใจที่จะเข้ามาร่วมลงทุน

จะให้ภาคเอกชนมาร่วมลงทุนในโครงการเกี่ยวกับรถไฟที่จะครอบคลุมไปถึง โครงการรถไฟความเร็วสูง โดยได้ศึกษาเส้นทางที่เหมาะสมไว้แล้ว คือจากกรุงเทพฯไปยังภาคตะวันออก ไประยอง จันทบุรี และอาจจะไปถึงตราด ที่คณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจเห็นชอบในหลักการแล้ว นายอภิสิทธิ์กล่าว

นายกุลิศ สมบัติศิริ รองผู้อำนวยการและโฆษกสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) กล่าวถึงกรณีที่ ครม.เศรษฐกิจเห็นชอบแนวทางการพัฒนาการรถไฟที่ให้ตั้ง 3 หน่วยธุรกิจ และ 1 บริษัทลูกว่า ถือเป็นแผนที่สอดคล้องกับแผนฟื้นฟูรถไฟของ สคร.ก่อนหน้านี้ ส่วนแผนการใช้เงิน 1 แสนล้านบาทนั้น ถือเป็นวงเงินเดิมที่จัดสรรไว้ในงบฯตามแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็งระยะ 3 ปีอยู่แล้ว ทั้งการจัดซื้อหัวรถจักร บูรณะระบบราง และแก้ปัญหาจุดตัด แต่ในส่วนของการจัดซื้อหัวรถจักรนั้นเดิมกำหนดไว้ 14 คัน แต่ตามแผนของกระทรวงคมนาคมต้องการเพิ่มอีก 63 คัน รวมเป็น 77 คัน ซึ่งส่วนที่เพิ่มขึ้นมานั้นคงต้องรอให้กระทรวงคมนาคมจัดทำแผนอย่างละเอียด เสนอ ครม.อีกครั้งเพื่อดูว่ามีความจำเป็นต้องใช้งบฯเพิ่มเติมมากน้อยเพียงใด

นายกุดิศกล่าวว่า นอกจากนั้นยังมีส่วนการลงทุนที่เพิ่มเข้ามาจากเส้นทางใหม่ที่ ครม.เศรษฐกิจมอบหมายให้ศึกษาเส้นทางเชื่อมโยงประเทศเพื่อนบ้าน คือ บัวใหญ่-มุกดาหาร-นครพนม และเด่นชัย-เชียงราย รวมทั้งการศึกษาโครงการรถไฟความเร็วสูงด้วย ส่วนของการลงทุนรถไฟฟ้าสาสีแดงนั้นจัดสรรงบฯไว้ใน 1 แสนล้านบาทแรกแล้ว
นาย กุดิศกล่าวว่า อย่างไรก็ตาม แผนพัฒนารถไฟระยะ 5 ปีของกระทรวงคมนาคมนั้นมีส่วนที่แตกต่างกันตรงการยกเลิกจัดตั้งบริษัทลูกที่ เป็นบริษัทเดินรถและบริษัทบริหารสินทรัพย์โดยให้เป็นเพียงหน่วยธุรกิจหนึ่ง ของ ร.ฟ.ท.แทน เพื่อลดกระแสต่อต้านจากสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทย (สร.ร.ฟ.ท.) และเหลือเพียงการจัดตั้งบริษัทลูกเพื่อบริหารโครงการแอร์พอร์ตเรลลิงก์เท่า นั้น ซึ่ง ร.ฟ.ท.ต้องทำรายละเอียดแผนบริหารจัดการเสนอมาอีกครั้ง โดย ร.ฟ.ท.อาจจ้างบริษัทภายนอกเข้ามาเดินรถหรือใช้เจ้าหน้าที่ของ ร.ฟ.ท.เอง หลังจากนี้ สคร.จะติดตามเพื่อให้ดำเนินการไปตามแผนที่เสนอมา

นายจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล รองผู้อำนวยการ รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) กล่าวถึงการจัดหาเงินกู้ให้ ร.ฟ.ท.ว่า สบน.คงต้องพิจารณารายละเอียดของโครงการใช้เงินอีกครั้งว่ามีส่วนที่เพิ่ม ขึ้นมาเท่าใด เพราะส่วนหนึ่งน่าจะจัดสรรวงเงินไว้ให้แล้วในงบฯไทยเข้มแข็ง หากมีส่วนที่ต้องใช้เงินเพิ่มก็สามารถใส่ในงบฯไทยเข้มแข็งส่วนที่เหลืออีก 4 แสนล้านบาทจาก พ.ร.บ.ที่ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินได้ เพราะการใช้เงินของ ร.ฟ.ท.คงไม่ได้เริ่มในทันทีและพร้อมกันหลายโครงการ เพราะขึ้นอยู่กับความพร้อมของแต่ละโครงการด้วย

นายจักรกฤศฏิ์กล่าวว่า ส่วนที่บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ระบุว่าการติดตั้งโครงข่าย 3 จีทั่วประเทศ ซึ่งจะใช้งบประมาณ 2 หมื่นล้านบาท โดยมาจากเงินกู้ประมาณ 80% นั้น ก่อนหน้านี้กระทรวงการคลังได้บรรจุไว้ในแผนการก่อหนี้ปี 2552 อยู่แล้ว ซึ่งเป็นไปตามมติ ครม.ที่อนุมัติให้ค้ำประกันเงินกู้ โดยการใช้เงินนั้นขึ้นอยู่กับความพร้อมของทีโอทีเอง ที่ผ่านมามีการปรับเปลี่ยนไปมาและไม่พร้อมดำเนินการเอง หากทีโอทีจะใช้เงินกระทรวงการคลังก็พร้อมจะค้ำประกันเงินกู้ให้อยู่แล้ว

แหล่งข่าว: http://matichon.co.th/news_detail.php?n ... =00&catid=" onclick="window.open(this.href);return false;
Sam
Site Admin
Posts: 1786
Joined: Sun Mar 11, 2007 9:03 pm
Location: เชียงราย
Contact:

รถไฟฟ้า (แอร์พอร์ตลิ้งค์)(ไม่) มาหานะเธอ

Post by Sam »

หนังน่ารักเรื่อง "รถไฟฟ้ามาหานะเธอ" ทำรายได้เกิน 150 ล้านบาทไปแล้ว แต่หนังเรื่องยาว "รถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิ้งค์" ลงทุนไป 3 หมื่นล้านบาท สร้างมานาน 5 ปี วันนี้ยังไม่มาหา แม้จะสร้างเสร็จแล้ว ตู้โดยสารก็ซื้อมาจอดทิ้งคลุกฝุ่นอยู่ในโรงเก็บมานานกว่า 2 ปีแล้ว

ก่อน หน้านี้ นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีคมนาคมพรรคภูมิใจไทย นายยุทธนา ทัพเจริญ ผู้ว่าการรถไฟ ผู้รับผิดชอบโดยตรง ประกาศว่า จะเปิดให้บริการในวันที่ 5 ธันวาคม 2552 ซึ่งเป็น วันเฉลิมพระชนมพรรษา

แต่ผมขอเรียนท่านผู้อ่านว่า วันที่ 5 ธันวาคมนี้ รถไฟฟ้า (สายแอร์พอร์ตลิ้งค์) จะ (ไม่) มาหานะเธอ เพราะ รถไฟฟ้าวิ่งไม่ได้

สัปดาห์ ที่แล้ว คุณราล์ฟ ฮาสเซลบัคเคอร์ รองประธานฝ่ายรถไฟฟ้า บริษัท ซีเมนส์ จำกัด เชิญผมและทีมงานไปชม โครงการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิ้งค์ ที่สถานีมักกะสัน สถานีพญาไท สถานีสนามบินสุวรรณภูมิ อู่ซ่อม และโรงเก็บรถไฟฟ้า ไปจนถึงระบบการควบคุมการเดินรถทุกซอกทุกมุมอย่างละเอียดยิบ ทดลองนั่งไปกลับ เพื่อให้เห็นถึงประสิทธิภาพของระบบรถไฟฟ้าซีเมนส์ และให้เห็นถึงศักยภาพของโครงการแอร์พอร์ตลิ้งค์ ที่ถูกสร้างทิ้งสร้างขว้างอย่างน่าเสียดาย

งานนี้ผมเลยถือโอกาส ทดลองขับรถไฟฟ้าสายแอร์พอร์ตลิ้งค์ ด้วยตัวเอง ไม่ยากอย่างที่คิดแฮะ ทุกอย่างควบคุมด้วยระบบคอมพิวเตอร์ จากศูนย์ควบคุม ผมทำความเร็วที่ 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จากความเร็วสูงสุดที่ 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง วิ่งจากมักกะสันไปสุวรรณภูมิแค่ 15 นาทีเอง

ตัวอาคารสถานีรถไฟ มักกะสันใหญ่โตมาก เดินจนเมื่อย เพราะเป็นโครงสร้างที่สร้างขึ้นมาเพื่อรองรับ รถไฟฟ้าสายสีแดงเดิม ซึ่งตามแผนเดิมจะให้เป็นรถไฟฟ้าที่วิ่งเชื่อมระหว่าง สนามบินสุวรรณภูมิ กับ สนามบินดอนเมือง และมีโครงการจะต่อเส้นทางไปจนถึงมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และไปยังพัทยาได้ อย่างสบาย

แต่ถูกตัดทอนเหลือสั้นจู๋แค่ สนามบินสุวรรณภูมิ-พญาไท ในสมัย รัฐบาลทักษิณ ที่มี นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นรัฐมนตรีคมนาคม

ผม ทิ้งคำถามไว้ตอนแรกว่า วันที่ 5 ธันวาคม ที่ รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ประกาศว่า จะเปิดให้บริการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิ้งค์อย่างเป็นทางการนั้นรถไฟฟ้าจะไม่มาหา นะเธอ เพราะรถไฟฟ้าวิ่งไม่ได้

ทำไมผมจึงกล้าฟันธงขนาดนั้น

คำ ตอบก็ไม่ยาก วันที่ผมไปดูโครงการและทดลองนั่งรถไฟฟ้าสายนี้ ก็สัปดาห์ที่แล้วนี่เอง ท่านผู้อ่านทราบไหมครับ การรถไฟยังไม่มีผู้บริหารและพนักงานสำหรับการเดินรถไฟฟ้าสายแอร์พอร์ตลิ้งค์ แม้แต่คนเดียว จากจำนวนพนักงานที่จะต้องมีทั้งหมด 450500 คน เพื่อให้บริการเดินรถตลอด 24 ชั่วโมงสาเหตุเพราะยังรับพนักงานได้ไม่ถึงครึ่ง และยังไม่ได้ฝึกอบรม
พนักงาน ขับรถไฟฟ้าที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน เป็นพนักงานขับรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิ้งค์ของมาเลเซีย ที่ทางซีเมนส์จ้างมาไม่กี่คนเพื่อทดลองโครงการโดยเฉพาะ ไม่สามารถใช้ขับให้บริการในเวลาปกติได้

ต่อให้ นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีคมนาคม ใช้ "มนต์ดำ" เนรมิตพนักงานรถไฟฟ้าได้ทันที 450-500 คนในวันนี้ รถไฟฟ้าสายนี้ก็ยังวิ่งไม่ได้อยู่ดี เพราะผู้บริหารซีเมนส์บอกผมว่า การฝึกพนักงานขับรถ การฝึกพนักงานที่ให้บริการทั้งหมด ไปจนถึงเจ้าหน้าที่เทคนิคควบคุมระบบการเดินรถ ช่างซ่อมบำรุงรักษา ปกติจะต้องใช้เวลาฝึกอบรมนานถึง 2 ปี เร็วที่สุดเอาแค่คนขับก็ต้องใช้เวลา 1 ปี ส่วนช่างจะต้องฝึกอย่างต่ำปีครึ่งถึงสองปี

แต่วันนี้ การรถไฟยังไม่มีพนักงานรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิ้งค์แม้แต่คนเดียว

แล้วจะ มาพูดลอยๆว่า จะเปิดให้บริการรถไฟฟ้าในวันที่ 5 ธันวาคมได้อย่างไร ผมถามฝรั่งที่ดูแลโครงการว่า แล้วจะเปิดเดินรถได้เมื่อไร เขาได้แต่หัวเราะ ตอบคำเดียวว่า ไม่ทราบ น่าเศร้าไหม ประเทศไทยของเรา.

"ลม เปลี่ยนทิศ" 18 พฤศจิกายน 2552, 05:00 น.

http://www.thairath.co.th/column/pol/thai_remark/47335" onclick="window.open(this.href);return false;
Sam
Site Admin
Posts: 1786
Joined: Sun Mar 11, 2007 9:03 pm
Location: เชียงราย
Contact:

รถไฟฟ้า (แอร์พอร์ตลิ้งค์) (ไม่) มาหานะเธอ-2

Post by Sam »

เมื่อวานนี้ผมเล่าให้ฟังว่า รถไฟฟ้าสายแอร์พอร์ตลิ้งค์ และ สายซิตี้ไลน์ ที่ลงทุนสร้างไปกว่า 3 หมื่นล้านบาท ไม่สามารถเปิดวิ่งได้ในวันที่ 5 ธันวาคมนี้ ต่อให้ดึงดันทำพิธีเปิดแบบซอฟท์โอเพ่นนิ่ง จะเพื่อสร้างภาพ หรือเพื่ออะไรก็ตาม แต่เปิดแล้วก็ต้องปิดทันที เปิดให้วิ่งบริการไม่ได้ เพราะไม่มีคนขับและไม่มีพนักงานบริการตามสถานีต่างๆ

วันนี้ผมจะเล่าต่อ การลงทุนแบบล้างผลาญของโครงการนี้ แต่ใช้งานได้ไม่คุ้มค่า เชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าบีทีเอสไม่ได้

รถไฟฟ้า สายแอร์พอร์ตลิ้งค์ และ สายซิตี้ไลน์ (สำหรับประชาชนทั่วไป) แต่วิ่งบนรางเดียวกัน มี สถานีมักกะสัน และ สถานีสุวรรณภูมิ เป็นสถานีหลักต้นทางปลายทาง ส่วน สายซิตี้ไลน์ จะมีสถานีต้นทางขยายไปถึง สถานีพญาไท ซึ่งตามแผนจะให้เป็น สถานีเชื่อมต่อ กับ รถไฟฟ้าบีทีเอส เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสารในการเดินทางต่อรถไฟฟ้าในเมืองได้สะดวกขึ้น

แต่เมื่อสร้างเสร็จกลับไม่เป็นไปตามแผน

รถไฟฟ้า สายแอร์พอร์ตลิ้งค์ และ ซิตี้ไลน์ กลับ สิ้นสุดเส้นทางลงอย่างด้วนๆ ก่อนจะถึง สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสพญาไท เพียงไม่กี่เมตร เท่านั้น ผู้โดยสารจากเส้นทางสุวรรณภูมิที่ต้องการไปต่อรถไฟฟ้าบีทีเอส หรือผู้โดยสารที่ใช้รถไฟฟ้าบีทีเอสจะไปต่อรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิ้งค์ จะต้องลงจากรถแล้วลงจากสถานี เดินข้ามถนน ไปขึ้นสถานีอีกฟาก เพื่อไปต่อรถอีกสถานีหนึ่ง

ถ้าเป็นผู้โดยสารที่จะไปสนามบิน ก็ต้องลากกระเป๋าลงจากสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสข้ามถนน แล้วลากกระเป๋าขึ้นสถานีรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิ้งค์อีกทอด ผู้โดยสารที่เดินทางมาจากสนามบินสุวรรณภูมิ จะไปต่อรถไฟฟ้าบีทีเอส ก็ต้องทำแบบเดียวกัน

มันน่าทุเรศไหมประเทศไทย

เหตุผลที่เขายก ขึ้นมาอ้างก็คือ รถไฟฟ้าทั้งสองสายเป็นคนละโครงการกัน และทางเชื่อมสถานีรถไฟฟ้าทั้งสองสายที่สถานีพญาไท ซึ่งอยู่ห่างกันแค่ไม่กี่เมตร ไม่มีใครรับผิดชอบที่จะลงทุน เพราะกลัวอีกฝ่ายได้ประโยชน์

ไม่มีใครคิดถึงผลประโยชน์ของผู้โดยสารเลย ไม่มีใครคิดถึงผลประโยชน์ของชาติ เรื่องการขนส่งและโลจิสติกส์ที่พูดกันเอนจอยปากมาตลอดเวลา

ทั้ง ที่รถไฟฟ้าสองโครงการนี้ ใช้เงินภาษีของประชาชนมาสร้างเหมือนกัน รวมสองโครงการกว่าแสนล้านบาท แต่ประชาชนผู้โดยสารกลับต้องลำบากลำบน ต้องเดินขึ้นลงทั้งสองสถานี ต้องขนกระเป๋าขึ้นลงทั้งสองสถานี เพื่อต่อรถ ทั้งๆที่สองสถานีอยู่ห่างกันแค่ไม่กี่เมตร ทำแค่ ทางเชื่อมก็ใช้ได้แล้ว แต่เพราะพวกสมองนิ่มเหล่านั้น มันอ้างเหตุผลที่ไร้สาระขึ้นมาเป็นข้ออ้างที่จะไม่ทำ

ใช้นิ้วเท้าไหนมาคิดกันไม่ทราบ

ผม ต้องกราบขออภัยท่านผู้อ่านที่ใช้คำว่า "มัน" ในข้อเขียน เพราะรู้สึกทนไม่ได้จริงๆ ที่เห็นการย่ำยีชาติบ้านเมืองและประชาชนอย่างนี้ ขนาดฝรั่งผู้รับเหมาก็ยังส่ายหน้าด้วยความหดหู่ใจ ที่เห็นคนไทยทำกับบ้านเมืองตัวเองอย่างนี้

ถ้าหากวันที่ 5 ธันวาคม กระทรวงคมนาคมและการรถไฟยืนยันที่จะทำพิธีเปิด ผมก็ขอให้ นายกฯอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เดินทางไปที่ สถานีพญาไท แล้วดูความอัปยศที่สถานีแห่งนี้ด้วยตัวเอง แล้วกลับไปคิดใคร่ครวญดูให้ดี รัฐมนตรีคมนาคม และ ผู้ว่าการรถไฟ อย่างนี้ สมควรจะให้อยู่ในตำแหน่งหรือไม่

นี่ แค่ตัวอย่างเล็กๆที่เกิดขึ้นเท่านั้น วันก่อน นายกฯอภิสิทธิ์ เพิ่งอนุมัติ งบอีก 100,000 ล้านบาท ให้ กระทรวงคมนาคม ไปลงทุนรถไฟ สายแรกเป็น รถไฟความเร็วสูง กรุงเทพฯ-ระยอง ระยะทาง 250 กิโลเมตร

ผมอยากเรียน นายกฯอภิสิทธิ์ ไว้ตรงนี้ว่า รถไฟความเร็วสูงสายกรุงเทพฯ-ระยอง 250 กม. จะเป็นโครงการ ลงทุนล้างผลาญเงินของแผ่นดินอีกโครงการ เรื่องราวเป็นอย่างไร จะค่อยๆเล่าให้ฟัง เล่าไปแล้วผมก็ชักสงสัยเหมือนกัน นายกฯอภิสิทธิ์ไม่รู้เรื่องเหล่านี้จริง หรือแกล้งทำเป็นไม่รู้.

"ลม เปลี่ยนทิศ" 19 พฤศจิกายน 2552, 05:00 น.
http://www.thairath.co.th/column/pol/thai_remark/47579" onclick="window.open(this.href);return false;
Sam
Site Admin
Posts: 1786
Joined: Sun Mar 11, 2007 9:03 pm
Location: เชียงราย
Contact:

รถไฟความเร็วสูงสายแรก

Post by Sam »

เมื่อวานนี้ผมเขียนทิ้งท้ายเรื่อง โครงการรถไฟความเร็วสูง กรุงเทพฯ-ระยอง 250 กิโลเมตร ที่ ครม.อนุมัติให้เร่งสร้างเป็นเส้นทางสายแรกนั้น กลัวจะเป็นโครงการลงทุนที่ล้างผลาญเงินของแผ่นดินอีกโครงการ แล้วบอกว่าจะเล่าให้ฟัง วันนี้มาฟังกันต่อครับ

ผมจะค่อยๆเล่าทีละเรื่อง ทีละจุด เพื่อให้ผู้อ่านได้เห็นภาพชัดเจน

โครงการ รถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิ้งค์ ที่ผมเล่าไปตั้งแต่ตอนแรกบอกว่าสถานีมักกะสันสร้างเสียใหญ่โตมาก ใหญ่เกินความจำเป็นสำหรับผู้โดยสารในระยะทางสั้นๆ แค่ 28 กิโลเมตร การอำนวยความสะดวกผู้โดยสารในการเช็กอินก็มีเพียง "สายการบินเดียว" คือ "การบินไทย" ซึ่งเป็นผู้ลงทุนเคาน์เตอร์เช็กอินจนบัดนี้สร้างเสร็จแล้ว ก็ยังไม่มีข่าวว่า มีสายการบินอื่นใดร่วมด้วย หรือเช็กอินที่สถานีนี้ได้ ถ้าไม่มีก็ยิ่งไม่คุ้มประโยชน์

การสร้างอาคารสถานีรถไฟใหญ่โตมโหฬาร พื้นที่กว้างขวางพอๆกับบริเวณพื้นที่เช็กอินของสนามบินสุวรรณภูมิเลยทีเดียว ถ้าจะเล็กกว่าก็คงไม่มาก ตัวสถานีรถไฟอยู่บริเวณชั้น 3 ใครที่คิดจะขับรถไปเอง จอดรถในที่จอดรถ แล้วขนกระเป๋าไปเช็กอินเอง ก็ได้ลากกระเป๋าเดินกันเหนื่อยหอบกว่าจะถึงจุดเช็กอิน

ถ้าใช้บริการ สายแอร์พอร์ตลิ้งค์ ก็ค่อยยังชั่วหน่อย ในบริเวณสถานีติดแอร์เย็นฉ่ำสบาย แต่ สายซิตี้ไลน์ สำหรับประชาชนทั่วไปในเส้นทางสายนี้ ผมรับรองว่าคงได้ร้อนกันตับแลบแน่ๆ เพราะไม่มีแอร์ และอยู่ใต้หลังคาโค้งที่ร้อนไม่แพ้หลังคากระจกของสนามบินสุวรรณภูมิ

มา เข้าเรื่อง รถไฟความเร็วสูง หรือ ไฮสปีดเทรนสายแรก ที่ ครม.อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เพิ่งอนุมัติให้ กระทรวงคมนาคม ดำเนินการดีกว่า ระยะแรก ที่จะสร้างก่อนคือ กรุงเทพฯ-ระยอง ระยะทาง 250 กม. ระยะสอง จะต่อไปจนถึง จันทบุรี อีก 80 กม. รวมเป็นระยะทาง 330 กม. เงินลงทุนเท่าไหร่ยังไม่ทราบ

เรื่อง นี้ผมถาม คุณโวล์ฟกัง รูพริชค์ ผู้ดูแลโครงการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิ้งค์ของซีเมนส์ว่า รถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิ้งค์ วิ่งด้วยความเร็วสูงถึง 160 กม. ต่อชั่วโมง ทำไมไม่ต่อไปจนถึง พัทยา และ สัตหีบ ซึ่งมีระยะทางแค่ 120-150 กม.เท่านั้น ใช้เวลาแค่ชั่วโมงเดียวเอง

คุณรูพริชค์ ตอบว่า จะต่อรางไป ภาคตะวันออก หรือต่อไป สนามบินดอนเมือง รังสิต ธรรมศาสตร์ หรือ สระบุรี ก็ได้ ขึ้นอยู่กับนโยบายของรัฐบาล

จาก สถานีรถไฟฟ้ามักกะสัน ไปยัง เมืองพัทยา ระยะทาง 120 กม. ใช้เวลาวิ่งไม่ถึง 1 ชั่วโมง ถ้าวิ่งจาก สนามบินสุวรรณภูมิ ก็ยิ่งใกล้เข้าไปอีก จะต่อไปยัง สัตหีบ ก็ไปอีกนิดเดียว จะต่อไป ระยอง จันทบุรี หรือ วิ่งไปถึง ตราด เลยก็ยังได้ ระยะทาง 330-350 กม. ใช้เวลาวิ่งไม่เกิน 2 ชั่วโมง สะดวกสบายกว่าการใช้รถยนต์เยอะ รวดเร็วและประหยัดอีกต่างหาก

นักท่องเที่ยว จาก สนามบินสุวรรณภูมิ ที่ต้องการไป เมืองพัทยา หรือภาคตะวันออก ก็นั่งรถไฟฟ้าจาก สถานีสนามบินสุวรรณภูมิ แยกไปอีกสายได้ทันที

ประเด็นสำคัญที่ผมติดใจ จากคำอธิบายของ คุณรูพริชค์ ก็คือ การลงทุนจะต่ำมากๆ เพราะ ระบบเดินรถ อู่จอดรถ และ โรงซ่อมรถไฟฟ้า สามารถใช้ร่วมกันที่สถานีมักกะสันได้ เพราะสร้างไว้ใหญ่โตเกินจริงหลายเท่า ระบบรางนอกเมือง ก็บนพื้นดินได้ ไม่ต้องสร้างตอม่อใหญ่ยักษ์ราคาแพงยกรางขึ้นสูงให้เปลืองเงินเล่น (แต่นักการเมืองชอบลงทุนเยอะเปอร์เซ็นต์เยอะ)

ผมเอามาเล่าให้ นายกฯอภิสิทธิ์ ฟังเพื่อเป็นข้อมูลครับ

รถไฟ ความเร็วสูงสายตะวันออก แค่สร้างต่อจากสายแอร์พอร์ตลิ้งค์ก็ใช้ได้แล้ว และสร้างได้เร็วด้วย ถ้าสร้างใหม่ทั้งหมด ไม่รู้จะใช้เงินอีกกี่หมื่นล้าน ผมเสียดายเงินภาษีครับ ไม่อยากให้นักการเมืองเอาไปปู้ยี่ปู้ยำลงทุนแบบล้างผลาญหวังเปอร์เซ็นต์ก้อน โตอีก ตัวอย่างก็มีมาแล้ว เช่น สนามบินสุวรรณภูมิ ฝรั่งพูดแบบขำๆ เป็นสนามบินที่แพงที่สุดในโลก (ต่อตารางเมตร).

"ลม เปลี่ยนทิศ" 20 พฤศจิกายน 2552, 05:00 น.
http://www.thairath.co.th/column/pol/thai_remark/47786" onclick="window.open(this.href);return false;
Post Reply