
“พาณิชย์” เร่งทำแผนเปิดเสรีบริการอาเซียนชุดที่ 8 หลังมีเป้าหมายชัดต้องเปิดเสรีใน 4 สาขาเร่งรัด ให้นักลงทุนอาเซียนถือหุ้นได้ 70% ในปี 2553 และสาขาบริการที่เหลือปี 2558 เผยเปิดเสรีทำให้แพทย์ วิศวกร พยาบาล พ่อครัว นวดแผนไทย ทำงานในอาเซียนได้เพิ่มขึ้น
นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า ขณะนี้กรมอยู่ระหว่างการเปิดรับฟังความคิดเห็นในการจัดทำข้อผูกพันการเปิด ตลาดการค้าบริการชุดที่ 8 ภายใต้กรอบความตกลงว่าด้วยบริการของอาเซียน หรือ AFAS เพราะตามกำหนดประเทศสมาชิกอาเซียนจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในปี 2553 โดยยึดตามกรอบเป้าหมายของแผนการเป็นประชาคมอาเซียน หรือ AEC ที่กำหนดให้มีการเปิดเสรีในสาขาบริการเร่งรัด 4 สาขา ได้แก่ สาขาคอมพิวเตอร์และโทรคมนาคม สาขาสุขภาพ สาขาท่องเที่ยว และสาขาขนส่งทางอากาศ
“ในปี 2553 การเปิดเสรีสาขาเร่งรัด 4 สาขา ประเทศอาเซียนจะต้องอนุญาตให้ผู้ให้บริการมีสัดส่วนการถือหุ้นของนักลงทุนอา เซียนไม่ต่ำกว่า 70% และยกเลิกข้อจำกัดการเข้าสู่ตลาดทั้งหมด และเพิ่มสาขาโลจิสติกส์ ในปี 2556 ส่วนสาขาบริการที่เหลือ ต้องอนุญาตให้ต่างชาติจากประเทศสมาชิกอาเซียนมีสิทธิถือหุ้นในนิติบุคคลที่ เข้ามาประกอบธุรกิจในไทยได้ไม่ต่ำกว่า 51 และ 70% ในปี 2558 และลดข้อจำกัดการเข้าสู่ตลาดอื่นๆ ให้หมด”
สำหรับข้อจำกัดอื่นๆ ที่มีการดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน เช่น การจำกัดจำนวนผู้ให้บริการ การจำกัดมูลค่ารวมทั้งหมดของธุรกรรมทางการค้าบริการ ข้อกำหนด เรื่องสัดส่วนผู้ให้บริการที่เป็นบุคลากร การกำหนดสัญชาติและถิ่นที่อยู่ของผู้บริหาร และการกำหนดเรื่องทุนขั้นต่ำ
นางนันทวัลย์ กล่าวต่อว่า ตามกำหนดแผนงานการเปิดเสรีการค้าบริการของอาเซียน ได้กำหนดให้มีการเจรจาเปิดเสรีอย่างต่อเนื่องเป็นรอบ รอบละ 2 ปี จนถึงปี พ.ศ. 2558 ขณะนี้กำลังดำเนินการจัดทำข้อผูกพันชุดที่ 8 โดยการเปิดตลาดการค้าบริการที่ผ่านมาในชุดที่ 7 ไทยเปิดเสรี 143 รายการ เช่น วิชาชีพคอมพิวเตอร์ การวิจัยและพัฒนา อสังหาริมทรัพย์ การเช่า บริการธุรกิจ โทรคมนาคม ก่อสร้าง สิ่งแวดล้อม สุขภาพ ท่องเที่ยว นันทนาการ ขนส่งทางน้ำระหว่าประเทศ ขนส่งทางรถไฟ ขนส่งทางบก และธุรกิจเกี่ยวกับการขนส่ง โดยทุกรายการข้อผูกพันเป็นไปตามกรอบกฎหมายไทยกำหนด
ทั้งนี้ ในการเปิดเสรีการค้าบริการจะเพิ่มโอกาสให้กับผู้ประกอบการวิชาชีพต่างๆ ของไทย เช่น วิศวกร สถาปนิก แพทย์และพยาบาล รวมถึงแรงงานไทยที่มีฝีมือ เช่น พ่อครัว แม่ครัว พนักงาน สปา พนักงานนวดแผนไทย ที่จะสามารถเข้าไปให้บริการในประเทศสมาชิกอาเซียนได้ง่ายยิ่งขึ้น ส่วนเรื่องแรงงานไร้ฝีมือไม่อยู่ในแผนการเปิดเสรีของอาเซียน
อย่างไรก็ตาม ไทยมีศักยภาพในการแข่งขันในธุรกิจบริการในภาพรวมเป็นอันดับ 2 รองจากสิงคโปร์ หากมองในแง่ของการลงทุนไทยไม่เสียเปรียบ หรือหากมองในแง่การให้บริการวิชาชีพเช่น แพทย์ พยาบาล วิศวกร ข้อผูกพันก็ได้กำหนดเงื่อนไขและข้อจำกัดที่เป็นไปตามกฎหมายไทย ซึ่งไม่อนุญาตให้ต่างชาติเข้ามาประกอบธุรกิจในไทยโดยไม่มีใบอนุญาต ปัจจุบันกฎหมายก็ไม่อนุญาตให้วิชาชีพซึ่งกำหนดภายใต้กฎหมายการทำงานของคน ต่างด้าว พ.ศ. 2551 เข้ามาทำงาน
แหล่งข่าว: http://www.transportnews.co.th/index.ph ... 40-03.html" onclick="window.open(this.href);return false;