สัมภาษณ์
สร้างชื่อเสียงมานับไม่ถ้วนในวงการท่องเที่ยวไทยและโลก "กุศะ ปันยารชุน" เจ้าของบริษัท เวิล แทรเวล เซอร์วิส จำกัด วัย 91 ปี ถ่ายทอดเรื่องราวธุรกิจตลอด การดำเนินกิจการ 64 ปี ใครจะคิดบ้างว่า นักศึกษาเศรษฐศาสตร์สาขาการเงินและพาณิชย์ จากมหาวิทยาลัยเพนซิลวาเนีย สหรัฐอเมริกา จะหักเหชีวิตไปเป็น "นักรบพลร่ม 101" กองทัพสหรัฐ ก่อนจะเปลี่ยนเส้นทางสู่ "เสรีไทย" ล่องเรืออยู่กลางทะเลดำใต้มหาสมุทร ต้องนอนบนกองปืนใหญ่ ด้วยลิขิตดวงและกรรมชักนำเข้าสู่ "ผู้บุกเบิก" วงการเปิดบริษัทนำเที่ยวเป็นรายแรกของเมืองไทย ให้สัมภาษณ์พิเศษ "ประชาชาติธุรกิจ" เสียงดังฟังชัด ท่าทางแข็งแรง สีหน้ามีความสุข สมองจดจำทุกรายละเอียดแม่นยำ
การสัมภาษณ์ท่ามกลางเสียงเพลงแฮปปี้ เบิร์ธเดย์เมื่อค่ำคืน 30 ธันวาคม 2552 เป็นวันเกิดของคุณกุศะ ปันยารชุน มีผู้คนอันเป็นที่รักเหล่าญาติมิตร เพื่อนพ้องรุ่นราวคราวเดียวกันและต่างวัย ลูกหลานเหลนพากันมาอวยพรอย่างอบอุ่น
เส้นทางแสนทรหด
ก่อนเข้าสู่วงการท่องเที่ยว
คุณ ย่าผมอพยพมาจากพม่าเข้ามาตั้งแต่ยุครัตนโกสินทร์ตอนต้น คุณปู่เป็นตำรวจ วัง สุดท้ายได้เป็นเจ้ากระทรวงกลาโหม คุณพ่อเป็นอดีตผู้การโรงเรียนวชิราวุธ พี่ชายเป็นอดีตรัฐมนตรีช่วยกระทรวงการต่างประเทศ สมัยคุณถนัด คอมันตร์ ส่วนคุณอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี น้องชายคนสุดท้องอายุห่างกัน 14 ปี
ชีวิตผมเดินทางท่องโลกมาตั้งแต่วัยเยาว์ ครอบครัวส่งไปเรียนมัธยมต้นที่ Silliman Collage ที่ Dumagate เกาะนีกรอส 1 ปี จากนั้นก็นั่งเรือข้ามมหาสมุทรไปถึงอเมริกา ระหว่างทางพอดีเกิดสงครามซัวเถาต้องแวะสิงคโปร์หาทางไปเวนิซ เข้าลอนดอน
อ้อ ! แวะปารีสไปเยี่ยม "ดร.รักษ์" พี่ชายคนโตก่อน แล้วก็นั่งรถชมทั่วยุโรปเป็นการท่องเที่ยวครั้งแรกตอนอายุ 18 ปี ได้ใช้ระบบคมนาคม รถโดยสาร รถไฟ ท่าเรือขนส่ง สนุกมากตอนนั่งเรือลิตาเลียนไลน์ข้ามช่องแคบไปถึงอียิปต์ นั่งจากเวนิซไปลอนดอน
เข้าเรียนที่ Wharton School of Finance and Commerce มหาวิทยาลัยเพนซิลวาเนีย เรียน 2 ปี เกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ผมตัดสินใจสมัครเข้ารับราชการในกรมทหารพลร่มที่ 101 กองทัพสหรัฐ ก่อนจะเข้าร่วมเป็น "เสรีไทย" รุ่นแรก ขณะนั้นสังกัดสำนักงานหน่วยจารกรรมสหรัฐ (O.S.S.) ถูกส่งไปฝึกกับ C.I.A. หลายแห่ง ที่อิลลินอยส์ ชิคาโก สอนการเป็นสปายโดยใช้ระบบสื่อสาร สมัยนั้นอุปกรณ์ทุกอย่างต้องบังคับด้วยมือ ช่วงฝึกผมไปนอนในไร่ส้มไม่มีใครรู้ บางครั้งก็มีโอกาสใส่ชุดทหารอเมริกันไปเดินเที่ยวในชิคาโก ก่อนจะถูกส่งขึ้นเรือซานดิเอโก แถวลองบีช
ใช้ชีวิตช่วงสงครามอยู่ใน เรือรบกลางทะเล 93 วัน ข้ามทวีปมายังเอเชียผ่านกัลกัตต้า แปซิฟิก ออสเตรเลีย ทะลุออกทางคุนหมิง จีน บางเวลาเรือต้องหนีศัตรูดำลงใต้น้ำลึก พอโผล่ขึ้นมาผมต้องไปนอนบนตอร์ปิโดเพราะทหารในเรือแออัดมาก ตลอดการเดินทางมีเรื่องลุ้นระทึกอยู่ตลอด จนกระทั่งมาถึง "เกาะหมก" บริเวณถ้ำมรกต จังหวัดตรัง ทหารเรืออังกฤษขนสัมภาระมาไว้ในเรือ 3 ตัน เป็นเงินสด ของใช้ พวกผมต้องขนขึ้นไปขุดหลุมฝัง ตอนกลางดึก ขุดจนหลังเจ็บแถมเป็นบิด ท้องเสียไม่หยุด เผลอหลับไป ตื่นตอนตีห้าเห็นตาคนนับสิบยืนจ้องอยู่ เป็นชาวบ้านบนเกาะไปตามตำรวจมาจับ พวกเราต้องเช่าเรือหนีแต่ไม่ทันจึงโดนจับไปขึ้นตรงท่าเรือกันตัง ประกาศว่าจับวีรบุรุษสงครามได้ บังเอิญพระยานิมิตหลวงประดิษฐ์ทราบเรื่องก็บอกกับเจ้าเมือง หากเรา 3 คนหัวขาด ทุกคนก็หัวขาดเหมือนกัน
ผมกับเพื่อนถูกส่งขึ้นรถไฟ ระหว่างทางมีทหารญี่ปุ่นสวนไปมาจำนวนมากแต่รอดสายตามาได้ มีเรื่องเหลือเชื่อ รถไฟที่ผมนั่งเป็นขบวนสุดท้าย เพราะจากนั้นทุกสถานีถูกบอมบ์จนราบ ส่วนผมรอดมาได้ พอถึงกรุงเทพฯเป็นเชลยศึกพิเศษถูกส่งไปอยู่ในธรรมศาสตร์รวมกับชาวดัตช์ ออสเตรเลีย ไม่กี่วันธรรมศาสตร์ก็โดนบอมบ์ ทุกคนคิดว่าผมตาย บังเอิญผมไม่ฟังคำสั่งทหารญี่ปุ่นที่ห้ามออกนอกบริเวณ วันนั้นผมหนีออกไปทางทุ่งพระเมรุ สนามหลวง ก็เลยไม่ตาย
ทุ่มเทชีวิตนักธุรกิจ
ทำท่องเที่ยวนานถึง 64 ปี
พอ สงครามสงบ ผมกลับมารับราชการในกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ปี 2491-92 จากนั้นจึงไปเป็นรองผู้จัดการ บริษัท บางกอก แวร์เฮาส์ จำกัด อยู่สักพัก ดร.รักษ์ พี่ชายผมเปิด บริษัท Rak. Derick & Davis จำกัด ตัวแทนขายน้ำโพลาลิส โคคา-โคลา มีโอกาสร่วมมือกับโอเรียนท์ เอ็กซ์เพรส และโทมัสคุ้ก บอกว่า ผมเรียนทางเศรษฐศาสตร์ขอให้ช่วยทำธุรกิจหน่อย
โดย ตั้งบริษัท เวิล แทรเวล เซอร์วิส จำกัด ปี 2494 แยกออกมาจาก Rak ดูแลด้านท่องเที่ยวโดยตรง มีคู่ค้าเป็นพันธมิตรต่างชาติได้รับการแต่งตั้งเป็นตัวแทนขาย (General Sales Agent : GSA) ให้แก่ สายการบินอลิตาเลียน แอร์ฟรานซ์ ยูไนเต็ดแอร์ไลน์ส แอร์นิวซีแลนด์ แคนาเดียนแอร์ไลน์ส ฟลายอิ้งไทเกอร์
ตั้งแต่ วันแรกจวบจนวันนี้ทุกลมหายใจในการทำธุรกิจผมมีความสุขทุกวัน ชอบผลการดำเนินงานทุกปี ยกเว้นปี 2552 หมดกำลังใจมาก ไม่ใช่เพราะเป็นหนี้เป็นสิน หากอยากเห็นคนไทยยอม ๆ กัน ตราบใดคนไทยไม่สามัคคีกัน เห็นแก่ตัว ประเทศก็แย่ เพราะความวุ่นวายทางการเมืองภายในประเทศทำให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวได้รับ ผลกระทบรุนแรง การทำธุรกิจท่องเที่ยวต้องพึ่งพากันและกัน ทำคนเดียวไม่ได้
ความหวังปี"53
ปัจจัยแวดล้อมจะดียิ่งขึ้นไป
ผม ว่าธุรกิจปีนี้เริ่มมีสัญญาณดี ปัจจัยแวดล้อมเป็นบวกมาตั้งแต่ฤดูท่องเที่ยวปลายปีที่ผ่านมา สถานการณ์รายได้และ ลูกค้าฟื้นขึ้นตามลำดับบ้างแล้ว ถึงผมจะอายุมากแล้วก็ยังจะไปทำงานทุกวัน มีพนักงานต้องดูแลถึง 600 ชีวิต 3 บริษัท คือ เวิล แทรเวล เซอร์วิส, เวิลด์ แอร์สปอร์ต เซอร์วิส และแอร์ไลนส์ เอเยนซี่ ทุกคนทำงานกับผมมาค่อนชีวิต ผมปลาบปลื้มทีมเวิร์กที่ทุกคนร่วมใจกันเรื่องนี้สำคัญที่สุด หากไม่มีทีมเวิร์กบริษัท ก็ไม่แข็งแรง สู้ปิดกิจการดีกว่า แต่ตอนนี้ทีมเวิร์กยังดีอยู่ ผมจะสู้ต่อไป
ส่วนทายาทธุรกิจผมมีลูก ชายก็จริง แต่การทำงานของพ่อกับลูกไม่เหมือนกัน วันนี้ผมเป็นคนที่อยากทำเองไปจนกว่าจะหมดลมหายใจ หากถึงวันนั้นเมื่อไรใครจะทำอย่างไร ก็สุดแล้วแต่ทุกคน
รหัสชีวิตของ "กุศะ ปันยารชุน" คือ วีรบุรุษแห่งวงการท่องเที่ยว ตัวแทนนักธุรกิจไทย ผู้บุกเบิกก่อตั้งสมาคมท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศมาแล้วนับองค์กรไม่ ถ้วน ตลอด 64 ปี นำเงินตราจากนักท่องเที่ยวนานาประเทศเข้ามาหล่อเลี้ยงเศรษฐกิจประเทศมูลค่า นับแสนล้านบาท
วันที่ 07 มกราคม พ.ศ. 2553 ปีที่ 33 ฉบับที่ 4173 ประชาชาติธุรกิจ หน้า 22 http://www.prachachat.net/view_news.php ... 2010-01-07" onclick="window.open(this.href);return false;
"กุศะ ปันยารชุน" ผู้สร้างตำนานบริษัททัวร์ไทยในเวทีโลก
-
Sam
- Site Admin
- Posts: 1786
- Joined: Sun Mar 11, 2007 9:03 pm
- Location: เชียงราย
- Contact: