
ก.ท่องเที่ยวฯเสนอของบฯวัดใจรัฐบาล "อภิสิทธิ์" ปี"54 ชงอนุมัติ 2.77 หมื่นล้านบาท สร้างจุดเปลี่ยน ททท.ครบ 50 ปี เร่งพัฒนาตลาดคู่ขนานทั้ง "คุณภาพ-ปริมาณ" ใส่มาตรฐานความยั่งยืนเป็นแม่เหล็กดูดเงินเข้าประเทศให้ได้ปีละกว่า 1 ล้านล้านบาท "สภาฯท่องเที่ยว" ตัวแทนธุรกิจเอกชนชูธงหนุนเต็มสูบ ระบุคู่แข่งมาแรง ไทยต้องกล้าลงทุนเร่งหาตลาดดาวรุ่งเสริมทัพ
นายชุมพล ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า การเสนอของบประมาณประจำปี 2554 เพื่อนำมาใช้ด้านการท่องเที่ยวและกีฬาวงเงินรวมมากถึง 27,724,136,388 ล้านบาท สูงกว่าปีที่ผ่านมา 138.32% ด้านการท่องเที่ยวเพิ่มตามลำดับมากสุดไปจน น้อยสุด 4 ส่วน คือ ส่วนที่ 1 สำนักปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เพิ่มจาก 608 เป็น 3,867 ล้านบาท คิดเป็น 535.86% ส่วนที่ 2 กองทุนส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย 300 ล้านบาท คิดเป็น 100% ส่วนที่ 3 สำนักพัฒนาการท่องเที่ยว เพิ่มจาก 741 เป็น 1,269 ล้านบาท คิดเป็น 71.36% ส่วนที่ 4 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จะครบ 50 ปี ขอเพิ่มจาก 4,549 ล้านบาท เป็น 7,140 ล้านบาท คิดเป็น 56.94%
เป็นการใช้งบประมาณหลักพันล้านบาทเพื่อแลกกับการหารายได้เพิ่มจากอุตสาหกรรมการ ท่องเที่ยวตลาดในและ ต่างประเทศเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจเกินป ละ 1 ล้านล้านบาท กระจายสู่ธุรกิจต้นน้ำถึงปลายน้ำกลุ่มขนาดกลางและขนาดย่อม ทั่วประเทศจำนวนทวีคูณเป็นพันเท่า
ส่วนการพิจารณาอนุมัติยอดสรุป ท้าย ตามขั้นตอนหลังจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติกรอบวงเงินงบประมาณประจำปี 2553 เมื่อปลายเดือนมกราคม ส่งสำนักงบประมาณ กระทรวงการคลัง เมื่อ 1 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ทำหน้าที่ตรวจสอบกลั่นกรองรายละเอียดโครงการต่าง ๆ ตามที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเสนอไว้ โดยอาจจะต้องตัดลดตามความเห็นสำนักงบฯเพื่อส่งให้ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภาอภิปรายช่วงเดือนพฤษภาคมนี้
แนวโน้มอาจจะโดนตัดไม่ต่ำ กว่า 30% ก็เป็นได้ เนื่องจากเป็นปีแรกที่ตัดสินใจขอเกือบ 2.8 หมื่นล้านบาท เพราะตั้งเป้ากระตุ้นตลาดการขายโดยตรงเชิงรุกแข่งขันกับหลายประเทศที่รัฐบาล เป็นเสาหลักสนับสนุนทั้งนโยบายและเงินอย่างเข้มแข็ง เพื่อชิงความเป็นประเทศผู้นำเอเชีย
นายกงกฤช หิรัญกิจ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า สมาชิกสมาคมและผู้ประกอบธุรกิจท่องเที่ยวมีความเห็นตรงกันเรื่องการจัดสรร งบประมาณประจำปีมายังกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กับ ททท.ควรจะเพิ่มจากหลักพันเป็นหลักหมื่นล้านบาทได้แล้ว เพียงแต่กำหนดกรอบการใช้เงินให้ถูกต้องตามกฎหมายครอบคลุมทั้ง 3 ด้านคือ ยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวแห่งชาติ แบ่งเขตพัฒนารายภาค และรายพื้นที่
ตามนโยบายของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และนายชุมพล ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ชูทิศทางการใช้งบฯยกระดับการท่องเที่ยวของประเทศคู่ขนานกัน 2 ทาง เน้นทั้งคุณภาพและปริมาณ จะต้องให้ความสำคัญเท่าเทียมกัน โดยสร้างมาตรฐานเข้าไปให้เข้มข้น นำไปสู่การพัฒนาจุดขายสถานที่ท่องเที่ยว สิ่งอำนวยความสะดวก และบุคลากรภาคบริการ อย่างยั่งยืน ดึงดูดกำลังซื้อจากนักท่องเที่ยวตลาดเก่าและใหม่เพิ่มมากกว่าประเทศคู่แข่ง
เพราะมาเลเซีย เวียดนาม อินเดีย ได้รับงบฯสนับสนุนจากรัฐบาลบูมท่องเที่ยวต่อเนื่องกัน 2-3 ปีนี้ ทำโฆษณาประชาสัมพันธ์ ซื้อสื่อโฆษณาอินเตอร์ จัดกิจกรรมส่งเสริมตลาดการขาย เห็นผลตอบรับดีมาก ถึงจุดเปลี่ยนที่ไทยก็ควรจะอัดฉีดงบฯให้ ททท.ลงสนามแข่งอย่างสูสี เพราะต้องขยายตลาดใหม่ เปิดสำนักงานใหม่ในต่างประเทศ กระจายความเสี่ยง ซึ่งเดิมพึ่งตลาดเก่า พอเกิดวิกฤตผลกระทบรุนแรงกำลังซื้อหายเกือบหมด หรือค่าซื้อโฆษณาทางโทรทัศน์และสิ่งพิมพ์ยอดนิยมเพื่อสู้กับคู่แข่ง ถึงราคาจะแพงก็ต้องกล้าลงทุน โดยตลอดการก่อตั้ง ททท.เป็นหน่วยการตลาดท่องเที่ยว เคยมีจุดเปลี่ยนครั้งเดียวเมื่อปี 2531 รัฐเพิ่มงบประจำปีจากหลักร้อยล้านเป็นพันล้านบาท มาจนถึงทุกวันนี้นักท่องเที่ยวเพิ่มจากปีละ 1 ล้านคน เป็น 16 ล้านคน รายได้ขยับจากพันล้าน แสนล้าน และ 1 ล้านล้านบาท แต่โครงสร้างงบฯประจำปีก็ยังเท่าเดิม
แหล่งข่าว: วันที่ 04 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553 ปีที่ 33 ฉบับที่ 4181 ประชาชาติธุรกิจ