
ภาพถ่ายโดย: chiangraiphotoclub.com
เชียงรายเตรียมจัดงาน "น้ำผึ้งพระจันทร์ มหัศจรรย์ดอยแม่สลอง" ระหว่างวันที่ 12 – 15 กุมภาพันธ์ 2553 ส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดให้คึกคัก สร้างเงินสะพัดรับเดือนแห่งความรัก
นายสุเมธ แสงนิ่มนวล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดเชียงราย ให้สามารถท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี และมีกิจกรรมให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสกับกิจกรรมการท่องเที่ยวได้ทุกเดือน อันจะเป็นผลดีต่อธุรกิจการท่องเที่ยว ประชาชน ผู้ประกอบการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงราย และเป็นการผลักดันให้มีเงินในธุรกิจการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นรายได้หลักของจังหวัด หมุนเวียนตลอดทั้งปี ซึ่งจะส่งผลให้เศรษฐกิจของจังหวัดเชียงรายมีความคล่องตัวขึ้น และเป็นการสร้างรายได้ให้กับธุรกิจการท่องเที่ยวอีกช่องทางหนึ่ง
ในส่วนของจังหวัดเชียงราย ได้ร่วมกับอำเภอแม่ฟ้าหลวง องค์การบริหารส่วนตำบล แม่สลองนอก และชนเผ่าในพื้นที่ดอยแม่สลอง จะได้จัดงานในระหว่างวันที่ 12 – 15 กุมภาพันธ์ 2553 โดยชื่องานว่า “น้ำผึ้งพระจันทร์ มหัศจรรย์ดอยแม่สลอง”
ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เปิดเผยต่อว่า ที่ตั้งชื่องานอย่างนี้ เพราะอยากให้นักท่องเที่ยวได้มาสัมผัสกับความมหัศจรรย์ของดอยแม่สลอง
คำว่า น้ำผึ้งพระจันทร์ เป็นการจัดงานฉลองงานวิวาห์ ครั้งที่ 2 ให้กับคู่รัก ที่แต่งงานกันมาหลายปีแล้ว เพื่อเพิ่มความรักความสุข ให้กับคู่รักมากขึ้น ด้วยการจัดแต่งงานใหม่ กับคนรักเดิม ตามแบบประเพณีของชนเผ่าที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดอยแม่สลองซึ่งมีอยู่จำนวน 6 ชนเผ่า ประกอบด้วย ชนเผ่าจีน ชนเผ่าอาข่า ชนเผ่าลาหู่ ชนเผ่าไทยใหญ่ ชนเผ่าเย้า และชนเผ่าลีซอ โดยผู้ที่จะเข้าพิธีวิวาห์รอบ 2 นี้ สามารถเลือกที่จะแต่งงานตามประเพณีชนเผ่าไหนก็ได้ ตามที่ชื่นชอบ โดยมีการเตรียมชุดชนเผ่าให้กับคู่บ่าวสาวได้สวมใส่ตามแบบประเพณีของชนเผ่า นั้นอย่างสมบูรณ์
ส่วน มหัศจรรย์ดอยแม่สลอง ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย บอกว่า ดอยแม่สลองเป็นดินแดนมหัศจรรย์ ทั้งในด้านสิ่งแวดล้อม การอยู่ร่วมกัน การประกอบอาชีพ วิถีชีวิต ตั้งแต่การเริ่มการก่อตั้งหมู่บ้านจนถึงปัจจุบัน ซึ่งดอยแม่สลองในอดีต เป็นชุมชนของอดีตของทหารจีนกองพล 93 สังกัดพรรคก๊กมินตั๋งของนายพลเจียงไคเช็ค ทำการรบอยู่ทางตอนใต้ของจีนในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ต่อมาเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในจีน เมื่อพรรคคอมมิวนิสต์ นำโดยเหมาเจ๋อตุงยึดอำนาจสำเร็จ พรรคก๊กมินตั๋งจึงถอยไปปักหลักที่เกาะไต้หวัน กองพล 93 กลายเป็นกองกำลังพลัดถิ่น เกิดการปะทะกันถอยร่นมาถึงเทือกดอยตุงชายแดนไทย และได้ทำเรื่องขอลี้ภัยในประเทศไทย ส่วนทหารสังกัดนายพลต้วนซีเหวิน 15,000 คน อยู่บนดอยแม่สลอง
จากนั้นราวปี พ.ศ.2512 อดีตทหารจีนคณะชาติกองพลที่ 93 จึงอาสาเข้าร่วมกับทหารไทยสู้รบกับผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ จนเหตุการณ์สงบ จากความเสียสละของทหารจีน รัฐบาลไทยเห็นบุคคลเหล่านี้ได้ทำคุณประโยชน์ให้แก่ประเทศไทย จนมีมติให้อาศัยอยู่ในประเทศไทยอย่างเป็นการและให้สัญชาติไทยแก่บุคคลเหล่า นี้ ประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก ได้ริเริ่มการปลูกชา และปลูกสนสามใบ เพื่อทดแทนป่าชุมชนบนดอยแม่สลอง จนกระทั่งเป็นสินค้าส่งออกที่ทำรายได้สูงสุดของประชาชน ทำให้ดอยแม่สลองเป็นที่รู้จักและกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญนับตั้งแต่นั้นมา
ที่มา: chiangmainews.co.th
เชียงรายจัดแสดงศิลปวัฒนธรรม ประเพณีชนเผ่า จัดฉลองคู่สมรส ในเทศกาลวันแห่งความรัก บนดอย แม่สลอง ระหว่างวันที่ 12-15 กุมภาพันธ์ 2553