บินไทย-นกแอร์ดีเดย์ 1 มี.ค.53 ลุยกลยุทธ์ Two-Brand Strategy

ข่าวกิจกรรมท่องเที่ยวในพื้นที่ภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ประกอบด้วย เชียงราย สิบสองปันนา เชียงตุง-เมืองลา หลวงพระบาง
Post Reply
Sam
Site Admin
Posts: 1786
Joined: Sun Mar 11, 2007 9:03 pm
Location: เชียงราย
Contact:

บินไทย-นกแอร์ดีเดย์ 1 มี.ค.53 ลุยกลยุทธ์ Two-Brand Strategy

Post by Sam »

Image
นกแอร์พร้อมแล้วเปิดบินแทนบินไทย 3 เส้นทางในประเทศดีเดย์ 1 มี.ค.53 ส่วนปัญหาสายการบินต้นทุนต่ำ คิดราคาตั๋วโดยสารเกินกว่าราคาที่ประกาศขาย กรมการค้าภายในเตรียมกำหนดให้สายการบินต้นทุนต่ำต้องปิดป้าย แสดงราคาค่า บริการให้ชัดเจน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) ที่ประชุมมีมติให้สายการบินนกแอร์ ให้บริการแทนบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ใน 3 เส้นทาง คือเส้นทางบินกรุงเทพฯ-อุบลราชธานี ซึ่งการบินไทยจะให้บริการลดเหลือวันละ 1 เที่ยวบิน จากเดิม 3 เที่ยวบิน และนกแอร์จะให้บริการวันละ 2 เที่ยวบิน

เส้นทางบินกรุงเทพฯ-พิษณุโลก ให้การบินไทยยกเลิกให้บริการ แต่จะให้นกแอร์เข้ามาให้บริการแทนวันละ 2 เที่ยวบิน และเส้นทางบินเชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน ให้การบินไทยยกเลิกให้บริการเช่นกัน แต่จะให้นกแอร์ให้บริการแทนวันละ 2 เที่ยวบิน ซึ่ง กรอ.ได้ให้กระทรวงคมนาคมกำชับให้การบินไทยและนกแอร์ ให้บริการผู้โดยสารอย่างมีคุณภาพตรงต่อเวลา และกำหนดอัตราค่าบริการที่เหมาะสม พร้อมให้ประเมินผลการดำเนินการ เพื่อนำมาประกอบการพิจารณาปรับปรุงให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ใช้บริการ

“การบินไทยชี้แจงว่า มียุทธศาสตร์ในการพัฒนาองค์กร 3 ด้าน คือ เป็นองค์กรที่เน้นกลุ่มลูกค้า มีขีดความสามารถในการแข่งขัน มีความคล่องตัว โดยมีแผนปรับกลยุทธ์ภายใต้แนวคิด “Two-Brand Strategy” ให้ครอบคลุมลูกค้าระดับพรีเมียม และกลุ่มลูกค้าที่มุ่งเน้นการเดินทางราคาประหยัด โดยยังคงแบรนด์การบินไทย เป็นสายการบินที่มีเครือข่ายต่อเนื่องและบริการที่เป็นเลิศ ส่วนกลุ่มลูกค้าราคาประหยัดจะร่วมมือกับนกแอร์ โดยกำหนดตำแหน่งการตลาดของนกแอร์ให้เป็น Budget Carrier”

นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า ตอนนี้ กรมการบินพลเรือนมีท่าอากาศยานในความรับผิดชอบ 28 แห่ง แบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ

1.ท่าอากาศยานที่ให้บริการเชิงพาณิชย์และให้บริการส่วนราชการ 26 แห่ง ได้แก่ การให้บริการการบิน และการให้บริการภารกิจด้านความมั่นคง เช่น การฝึกบินและทำฝนหลวง แต่ยังใช้ประโยชน์ได้ไม่เต็มที่ และ 2.ท่าอากาศยานที่ไม่มีการใช้ประโยชน์ จำนวน 2 แห่ง คือที่สนามบินจังหวัดตากและแม่สะเรียง สาเหตุที่ไม่มีการใช้ประโยชน์เลย เพราะที่ตั้งทางกายภาพไม่เหมาะสม ไม่สะดวกในการเดินทาง การจัดตารางบินไม่สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนพื้นที่ และการเดินทางทางถนนสะดวกมากกว่า

โดยนายกรัฐมนตรีได้ให้กระทรวงคมนาคมพิจารณา จัดลำดับความสำคัญของการใช้ท่าอากาศยานให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยให้ศึกษาแนวทางการเปิดโอกาสให้เอกชนเข้ามาให้บริการสนามบิน เพื่อส่งเสริมนโยบายเปิดเสรีการบิน และกำหนดมาตรการสร้างแรงจูงใจ ให้สายการบินมาให้บริการท่าอากาศยานภูมิภาค เช่น การลดค่าธรรมเนียมทางการบิน การสร้างเส้นทางบินที่ประหยัด การเปิดเส้นทางบินที่มีศักยภาพเพื่อให้มีเส้นทางบินใหม่ที่เชื่อมจังหวัดและระหว่างภาค

ขณะเดียวกันต้องมีการกำหนดการดูแลสายการบินต้นทุนต่ำ เพื่อสร้างความมั่นใจและความเชื่อมั่นให้กับผู้ใช้บริการทั้งเรื่องคุณภาพ การตรงต่อเวลาและความปลอดภัย โดยให้กรมการบินพลเรือนกำกับคุณภาพการให้บริการจริงจัง

ส่วนการบริหารท่าอากาศยานภูมิภาคจำนวน 26 แห่ง ไม่รวมท่าอากาศยานตาก และแม่สะเรียง ซึ่งไม่ได้ใช้ประโยชน์ใดๆ นั้น ที่ประชุมเห็นชอบให้กรมการบินพลเรือนศึกษาแนวทางการใช้ประโยชน์ให้เกิด ประสิทธิภาพสูงสุด โดยให้ดำเนินการใน 2 แนวทาง คือ 1.ท่าอากาศยานที่ไม่มีเที่ยวบินพาณิชย์ใช้บริการ จำนวน 8 แห่ง คือ ท่าอากาศยานแพร่ เพชรบูรณ์ เลย นครราชสีมา หัวหิน ชุมพร ระนอง และปัตตานี ให้ศึกษาว่าจะให้เอกชน

รวมทั้งบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท.เข้าไปบริหารจัดการได้หรือไม่ โดยต้องศึกษาข้อกฎหมายและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องว่าสามารถดำเนินการได้หรือ ไม่ และเข้าข่ายการดำเนินงานตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินการในกิจการของรัฐ พ.ศ.2535 หรือไม่

2.ท่าอากาศยานอีก 18 แห่ง ซึ่งมีเที่ยวบินพาณิชย์ให้บริการ คือ ท่าอากาศยานแม่ฮ่องสอน ปาย น่าน ลำปาง แม่สอด พิษณุโลก อุดรธานี สกลนคร นครพนม ขอนแก่น ร้อยเอ็ด บุรีรัมย์ อุบลราชธานี สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช กระบี่ ตรัง และนราธิวาสนั้น ให้กรมการบินพลเรือนศึกษาว่าจะดำเนินการอย่างไรเพื่อเพิ่มปริมาณสายการบิน และเที่ยวบิน เพื่อให้ตรงกับความต้องการของประชาชนในพื้นที่อย่างแท้จริง

ส่วนปัญหาสายการบินต้นทุนต่ำ คิดราคาตั๋วโดยสารเกินกว่าราคาที่ประกาศขาย กรมการค้าภายในเตรียมกำหนดให้สายการบินต้นทุนต่ำต้องปิดป้าย แสดงราคาค่า บริการให้ชัดเจน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตอนนี้กระทรวงพาณิชย์ได้หาทางแก้ไข ปัญหาสายการบินต้นทุนต่ำ (โลว์คอสต์) คิดราคาตั๋วโดยสารเกินกว่าราคาที่ประกาศขาย โดย กรมการค้าภายในจะกำหนดให้สายการบินต้นทุนต่ำต้องปิดป้ายแสดงราคาค่าบริการ ให้ชัดเจน ว่าอัตราค่าโดยสารในเที่ยวบินต่างๆรวมค่าอะไรบ้าง ไม่ใช่โฆษณาว่าตั๋วโดยสารราคาถูก เพื่อดึงดูดให้เข้าไปใช้บริการ แต่ เมื่อซื้อจริงๆ ต้องจ่ายค่าต่างๆเพิ่มขึ้นอีกมาก

ส่วนการแก้ไขปัญหา อื่นๆ กรมการค้าภายในได้ประสานไปยังสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เพื่อให้เข้าไปดูแลกรณีการโฆษณาเกินจริง เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้บริโภคหลงผิดและเข้าใจความหมายของการโฆษณาอย่างถูก ต้อง นอกจากนี้ ยังได้ประสานไปยังกรมการบินพลเรือน ที่มีหน้าที่ในการกำกับดูแลค่าโดยสารเครื่องบินภายในประเทศและระหว่างประเทศ เพื่อขอให้เข้ามาดูแล เพราะกรมการค้าภายในไม่มีอำนาจในการกำกับดูแลค่าบริการที่เกี่ยวกับอัตราค่า ขนส่งและค่าโดยสารของสายการบิน

แหล่งข่าว: chiangmainews.co.th