หลังการบรรยาย ร.ต.อ.ดร.นิติภูมิ นวรัตน์ กล่าวกับผู้สื่อข่าวแม็กกาซีนข่าวเชียงรายทูเดย์ว่า การที่จะกล่าวว่าตนคือสัญญลักษณ์แห่งการท่องเที่ยวคงจะยังกล่าวไม่ได้ เพราะยังมีคนที่เดินทางไปทั่วโลกมากกว่าตนอยู่มาก แต่เนื่องจากการเดินทางแต่ละครั้งของตนจะนำออกเผยแพร่ผ่านทางสื่อหลายช่อง ทางเช่น ทางหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ทางทีวีในรายการเปิดเลนส์ส่องโลก ทางวิทยุ อสมท.
F.M. 96.5 และ 99.0 ทางอินเตอร์เน็ทในเว็บไซด์ http://www.nitiphum.com" onclick="window.open(this.href);return false; ที่มีคนเข้าวันละกว่าหมื่นคน และโดยการบรรยายในที่ต่างๆทั่วประเทศกว่า 50 จังหวัด จึงทำให้ผู้คนเห็นตนมีความเกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวอยู่มาก
ในโลกนี้มีประเทศที่เป็น Nation State ในสหประชาชาติทั้งหมด 192 ประเทศ ตนเดินทางทั่วโลกมาแล้ว 70 ประเทศ แต่ก็ยังมีคนเดินทางไปประเทศต่างๆทั่วโลกมากถึง 100 ประเทศมาแล้วก็มี การเดินทางใน 70 ประเทศของตนนั้นได้เดินทางไปในทุกทวีปครบแล้ว ไปประเทศไหนก็จะใช้เวลาศึกษาอย่างละเอียด พำนักอยู่เป็นเวลานาน เดือนหนึ่งบ้าง สองเดือนบ้าง เพื่อให้มีเวลาเดินทางจากเหนือจรดใต้ เมื่อลองนำเรื่องการท่องเที่ยวในประเทศต่างๆมาเปรียบเทียบกับการท่องเที่ยว ของประเทศไทย ถือว่าไทยอยู่ในระดับกลางๆ ประเทศไทยมีแหล่งท่องเที่ยวและการบริหารจัดการอยู่ในเกณฑ์ที่ดี นิตยสารเกี่ยวกับการท่องเที่ยวระดับโลกยังยกย่องให้ประเทศไทยเป็น Destination หนึ่งของการท่องเที่ยวที่น่าสนใจของโลก ซึ่งประเทศไทยเองต้องตามแนวโน้มการท่องเที่ยวสมัยใหม่ของโลกให้ทัน เมื่อมีเทคโนโลยีใหม่ๆ การท่องเที่ยวก็จะเปลี่ยนแปลงตามเทคโนโลยี ต้องคิดถึงการท่องเที่ยวใหม่ๆและคิดออกนอกกรอบอยู่เรื่อยๆ ร.ต.อ.ดร.นิติภูมิกล่าว
จากรายการเปิดเลนส์ส่องโลกที่มักนำเสนอแต่ประเทศเล็กๆที่ไม่ค่อย มีคนรู้จัก ร.ต.อ.นิติภูมิกล่าวว่า การเดินทางของตนแต่ละครั้งเป็นการเดินทางตามภาระกิจหน้าที่ในฐานะที่ปรึกษา รัฐมนตรีต่างประเทศ และรัฐมนตรีพาณิชย์ เมื่อเดินทางไปประเทศไหนก็จะนำทีมงานถ่ายทำติดตามไปด้วย การเดินทางไปงานราชการใช้งบของราชการ ส่วนการเดินทางมางานส่วนตัวก็ใช้งบส่วนตัว ประเทศที่คนรู้จักดีตนก็เดินทางไปบ่อยครั้งในแต่ละปีเช่น ประเทศในยุโรป อมเริกา ออสเตรเลีย จีนกับญี่ปุ่นก็เดินทางไปทุกปี และมีการนำเสนอผ่านสื่อออกไป ประเทศในแอฟฟริกามี 53 ประเทศ ตนเคยไปมาแล้วครบทุกภูมิภาคของทวีป อย่างเช่นทางเหนือได้แก่ แอลจีเรีย อียิปท์ ทางตะวันออกได้แก่ เคนยา โมซัมบิค ทางใต้ได้แก่ เลโสโท แอฟฟริกาใต้ มาลาวี มาดากัสกา ทางตะวันตกได้แก่ กาน่า โตโก เบนิน บูกินาฟาโซ เมื่อนำเสนอผ่านสื่อคนก็ให้ความสนใจมากเพราะไม่เคยเห็น ประเทศที่คนเคยไปแล้วจะเป็นเรื่องชินตา เลยไม่ได้สนใจ แม้ตนจะเดินทางไปในประเทศต่างๆครบทุกทวีปแล้ว แต่ประเทศที่ยังไม่ได้ไปก็มีและมีความต้องการอยากจะไปประเทศในแถบยุโรปเหนือ
แนวคิดที่จะทำให้การท่องเที่ยวยั่งยืน ร.ต.อ.ดร.นิติภูมิกล่าวว่า การท่องเที่ยวในประเทศไทยถือว่าไปได้ไกลมากแล้ว ประเทศอื่นก็มีการท่องเที่ยวอยู่ทั่วโลก คงต้องมองการท่องเที่ยวแนวใหม่ โดยเฉพาะการท่องเที่ยวเฉพาะกลุ่ม (Niech Market) แนวทางการท่องเที่ยวของผู้คนก็จะเปลี่ยนไป การมีเทคโนโบยีใหม่ๆ มีสื่อมากขึ้น การท่องเที่ยวก็จะเข้มข้นขึ้น นักท่องเที่ยวบางกลุ่มอาจจะสนใจด้านประวัติศาสตร์ บางกลุ่มสนใจตำนาน บางกลุ่มสนใจโบราณคดี บางกลุ่มสนใจท้องถิ่น ในขณะที่ทั่วไปสนใจธรรมชาติ ต้องมีแหล่งท่องเที่ยวรองรับ ต้องซอย Section ให้ มากที่สุด การท่องเที่ยวก็จะยั่งยืน อย่างเชียงราย การท่องเที่ยวยังสามารถไปพม่าและลาวได้ด้วย เป็นต้น
การใช้เทคโนโลยีด้านอินเตอร์เน็ทเป็นสิ่งจำ เป็นสำหรับการท่องเที่ยวในปัจจุบัน แม้คนจะใช้ชีวิตทำงานอยู่กับที่ แต่ก็สามารถท่องเที่ยวไปได้ในขณะเดียวกันโดยการใช้อินเตอร์เน็ท สถานบริการที่พักโรงแรมใดถ้าไม่มีระบบ WIFI จะเสียเปรียบ การท่องเที่ยวเชียงรายถือว่าแหล่งท่องเที่ยวครบ ขาดแต่เพียงทะเลอย่างเดียว เมื่อมีการท่องเที่ยวแนวใหม่ คนเชียงรายต้องมาคิดแล้วว่าจะทำอย่างไรให้นักท่องเที่ยวมา และต้องมีทรัพยากรบุคคลพร้อมที่จะรองรับอย่างพอเพียง แนวคิดอีกอย่างหนึ่งคือ ความยั่งยืนจะคู่กับความดี ต้องแคร์สังคม ทำให้นักท่องเที่ยวมีความสุขใจและอิ่มใจ จะเป็นการจุดประกายการท่องเที่ยวได้อย่างยั่งยืนอีกทางหนึ่ง
สำหรับแนวคิดการจัดงาน 750 ปี จังหวัดเชียงราย ร.ต.อ.นิติภูมิแสดงความคิดเห็นว่า จังหวัดเชียงรายน่าจะซื้อดีวีดีการบันทึกเทปการจัดงานการครบรอบของเมือง สำคัญๆของโลกมาดูมาศึกษาหาแนวทางการจัดงาน น่าจะทำให้คิดได้ว่าควรทำอย่างไร
การท่องเที่ยวเชียงรายจะยั่งยืนได้จริง นอกจากการตามให้ทันเทคโนโลยีแล้ว ยังต้องอาศัยการร่วมแนวคิดและแนวปฏิบัติร่วมกัน ไม่ใช่ต่างคนต่างทำ มองผลประโยชน์ส่วนตนเพียงน้อยนิดมากกว่าประโยชน์ส่วนรวม และที่สำคัญคือ อย่าทิฏฐิทางความคิดกันมากจนเกินไป อย่างนี้การท่องเที่ยวเชียงรายมีโอกาสยั่งยืนได้แน่
แหล่งข่าว เชียงรายทูเดย์ เก็บต่อมาจาก chiangraifocus.com