บีโอไอชี้ช่องนักลงทุนไทยบุกเมืองลาวขยายฐานผลิต

บีโอไอจัดสัมมนา ที่เมืองพ่อขุน ชี้ช่องลงทุนในลาว แนะนักลงทุนขยายการผลิตสู่ตลาดต่างแดนให้ข้อมูลเชิงลึกผู้ประกอบการไทยใช้ ตัดสินใจก่อนเข้าทำธุรกิจ มั่นใจจะสร้างความเชื่อมั่นผู้ประกอบการเดินหน้าขยายตลาดในต่างประเทศมากขึ้น
นายวิญญู เล้าพูนพิทยะ ผู้อำนวยการกลุ่มบริการการลงทุน ศูนย์บริการลงทุน สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า บีโอไอตระหนักถึงความจำเป็นในการขยายภาคการผลิตออกสู่ต่างประเทศ โดยเฉพาะสาขาที่ผู้ประกอบการไทยมีศักยภาพและมีความเชี่ยวชาญ จึงร่วมกับสถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดสัมมนาโอกาสและลู่ทางการลงทุนไทยในสาธารณรัฐ ประชาธิปไตยประชาชนลาว วันพุธที่ 2 มิถุนายน 2553 ณ โรงแรมเวียงอินทร์ จังหวัดเชียงราย เพราะพบว่าการลงทุนของไทยในต่างประเทศ โดยเฉพาะในอนุภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผู้ประกอบการไทยมีโอกาสเข้าไปขยายภาคการผลิตได้อีกมาก จากความได้เปรียบด้านภูมิศาสตร์ ซึ่งสะดวกต่อการคมนาคมติดต่อ อีกทั้งยังมีวัฒนธรรมประเพณีที่ใกล้เคียงกัน ทำให้ผู้ประกอบการไทยมั่นใจที่จะเข้าไปลงทุน ในประเทศภูมิภาคนี้
การสัมมนาดังกล่าว บีโอไอจะให้รายละเอียดเกี่ยวกับบทบาทการส่งเสริมการลงทุนในลาว และยังได้รับ ความร่วมมือจากที่ปรึกษาฝ่ายการพาณิชย์ สถานเอกอัครราชทูตลาวประจำประเทศไทย มาบรรยาย เรื่อง นโยบายการส่งเสริมการลงทุนของสปป.ลาว : โอกาสของนักลงทุนไทย ที่สำคัญยังมีตัวแทนจากธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย ( EXIM BANK ) มาให้ความรู้เรื่อง บทบาทของ EXIM BANK กับการสนับสนุนการลงทุนไทยในลาวอีกด้วย
“ผู้เข้าร่วมงานสัมมนาทุกคนจะได้ข้อมูลเชิงลึก ที่ผ่านการคัดกรองเพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจก่อนเข้าไปลงทุนจริง รวมทั้ง ความรู้จากนักลงทุนไทยที่ไปลงทุนในประเทศลาวแล้วว่าจะต้องปฏิบัติอย่างไรให้ ธุรกิจอยู่รอด เชื่อว่าจะสร้างความมั่นใจและความพร้อมให้กับนักลงทุนไทยมากยิ่งขึ้น ” นายวิญญูกล่าว
สำหรับข้อมูลการลงทุนจากต่างประเทศในลาวนั้น ในปี 2550 นักลงทุนไทยได้เข้าไปลงทุนในลาวมูลค่าประมาณ 93 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นอันดับสาม รองจากประเทศจีนที่เข้าไปลงทุนในลาวโดยมีมูลค่า 496 ล้านเหรียญสหรัฐ และเวียดนามมีมูลค่า 155 ล้านเหรียญสหรัฐ ตามลำดับ โดยอุตสาหกรรมเป้าหมายที่ไทยมีโอกาสเข้าไปลงทุนในลาวนั้น ได้แก่ อุตสาหกรรมแปรรูปไม้ จากการที่ลาวมีไม้ซึ่งเป็นวัตถุดิบจำนวนมาก และมีค่าจ้างแรงงานที่ต่ำ รวมทั้งกิจการระบบโลจิสติกส์ ซึ่งเป็นกิจการสำคัญที่รัฐบาลลาวผลักดันพัฒนาระบบบริการขนส่ง ขณะที่กิจการ ที่นักลงทุนไทยได้เข้าไปทำธุรกิจแล้วขณะนี้ได้แก่ กิจการอุตสาหกรรมเกษตรและอาหาร กิจการพลังงานไฟฟ้าจากน้ำและการก่อสร้าง กิจการปลูกยางพารา กิจการธนาคารเป็นต้น อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาบีโอไอ ได้มีมาตรการส่งเสริมการลงทุนไทยในต่างประเทศ ผ่านการให้บริการด้านข้อมูลและคำแนะนำในการทำธุรกิจ รวมทั้งมีการตั้งโต๊ะส่งเสริมการลงทุนเป็นรายประเทศ ( Country Desk ) ซึ่งลาวเป็นหนึ่งในประเทศที่บีโอไอให้ความสำคัญ นอกเหนือจาก กัมพูชา พม่า และเวียดนาม หรือ กลุ่มประเทศ CLMV และยังได้ประสานกระทรวงการต่างประเทศ ออกมาตรการคุ้มครองการลงทุนเพิ่มเติม เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับนักลงทุนไทยที่ต้องการเข้าไปลงทุนในต่างประเทศมากที่สุด
ผู้สนใจเข้าร่วมงานสัมมนา “โอกาสและลู่ทางการลงทุนไทยในสาธารณรัฐ ประชาธิปไตยประชาชนลาว” สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทรศัพท์ 02 -537 -8111 ต่อ 1111 หรือ 1115 หรือ ที่
http://www.boi.go.th" onclick="window.open(this.href);return false;
แหล่งข่าว:
chiangmainews.co.th