
เปิดช่องทางช่วยหัตถกรรมภาค เหนือพ้นวิกฤตย่ำแย่!!
เชียงใหม่เป็นแหล่งผลิตสินค้าหัตถกรรมที่สำคัญและแหล่งใหญ่ของประเทศหากมีการจัดเวทีเพื่อให้ผู้ประกอบการนำสินค้ามาจัดแสดงก็จะเป็นโอกาสดี โดยการจัดงาน Thailand Northern Handicraft and Financial 2010 นับว่าจะกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวรวมไปถึงสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการหัตถกรรมเชียงใหม่ให้มียอดขายที่เพิ่มขึ้น หลังจากที่ภาวะการเมืองทำให้ยอดขายของผู้ประกอบการหล่นหายไปมากพอสมควร ทั้งนี้เชื่อว่าระหว่างการจัดงาน 5 วันนี้จะสร้างเงินหมุนเวียนไม่ต่ำกว่า 30-40 ล้านบาท
นายกสมาคมผู้ผลิตและผู้ส่งออกสินค้าหัตถกรรมภาคเหนือกล่าวว่า เชียงใหม่เป็นจังหวัดที่มีชื่้อเสียงทางด้านการผลิตสินค้าหัตถกรรมเนื่องจาก ผู้คนมีความสามารถสูงซึ่งในแต่ละปีจะมียอดขายทั้งในประเทศและต่างประเทศปีละมหาศาล แต่ในช่วงที่ผ่านมามีเหตุการณ์ทางการเมืองมาบั่นทอนธุรกิจทำให้ผู้ประกอบการผลิตสินค้าหัตถกรรมได้รับความเดือดร้อน โดยเฉพาะเดือนพฤษภาคมที่เกิดเหตุ ออเดอร์หายไปกว่า 90% นอกจากนี้ยังมีออเดอร์ที่แจ้งไว้ล่วงหน้าก็ยกเลิกเป็นจำนวนมาก แม้บางรายจะวางมัดจำไว้ แต่ก็เพียง 30% ของมูลค่าคำสั่งซื้อทั้งหมดเท่านั้น ขณะที่บางรายไม่มีการวางเงินมัดจำ ส่งผลให้มีสินค้าค้าสต็อกเป็นจำนวนมาก ผู้ประกอบการต้องแบกรับภาระต้นทุนกว่า 50% ทั้งค่าวัตถุดิบ ค่าแรงงาน ค่าเก็บรักษาสินค้าที่ผลิตไปแล้ว แต่ไม่สามารถส่งต่อให้กับผู้ประกอบการรายใหญ่จากกรุงเทพ เพื่อนำไปจำหน่ายต่อได้
ดังนั้นรัฐบาลและภาคเอกชนในประเทศก็มีแนวคิดที่จะจัดงานกระตุ้นเศรษฐกิจในท้องถิ่น โดยงานแรกนั้นกระทรวงการคลัง ได้เป็นเจ้าภาพ จัดงาน “thailand northern handicraft and financial expo 2010” เปิดประตูสินค้าหัตถกรรม สู่เวทีโลก ภายใต้แนวคิด “creative craft for creative economy – เศรษฐกิจสร้างสรรค์ เชื่อมไทยเชื่อมโลก” ระหว่างวันที่ 23-27 ก.ค. 2553 ณ หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ โดยมีภาครัฐหลายหน่วยงานให้ความร่วมมือกันอย่างพร้อมเพียง ซึ่งนอกจากจัดงานกระตุ้นเศรษฐกิจแล้วที่สำคัญไปกว่านั้น คือ เป็นช่องทางสำหรับผู้ประกอบการ smes ทางด้านสินค้าหัตถกรรมของ 17 จังหวัดภาคเหนือ จะได้รับโอกาสแสดงศักยภาพนำเสนอสินค้าของตนสู่เวทีการค้าระดับสากล
นายประกิตติ์ พิริยะเกียรติ รองผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ด้านสื่อสารการตลาด กล่าวเพิ่มเติมต่อเรื่องดังกล่าวว่า เป็นโอกาสเสริมภาพลักษณ์ของไทยอย่างดียิ่ง โดยเฉพาะจังหวัดเชียงใหม่เป็นเมืองหลักทางการท่องเที่ยว ที่ใช้เป็นสถานที่จัดงานและเป็นกรอบแนวคิดเดียวกันที่สอดคล้องกับแผนการตลาด การท่องเที่ยวของ ททท. ที่มุ่งเน้นกลยุทธ์การสื่อสารเพื่อสร้างการรับรู้ให้เห็นถึงความเข้มแข็งของประเทศไทยด้านการท่องเที่ยวในฐานะแหล่งท่องเที่ยวคุณภาพ โดยเฉพาะเรื่องของสินค้าท่องเที่ยวไทยยังเป็นจุดแข็งที่สามารถแข่งขันได้ รวมทั้งเป็นการสานต่อนโยบายเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ของรัฐบาล ด้วยการ “ต่อยอด เพิ่มค่า หาจุดต่าง” โดยรูปแบบการจัดงานได้นำเสนอสินค้าผลิตภัณฑ์เพื่อการส่งออกในระดับพรีเมี่ยม ผลิตภัณฑ์ที่เน้นเอกลักษณ์ของล้านนา เป็นการสนับสนุนสล่า (ช่าง/ศิลปิน) พื้นบ้าน สินค้าโอทอป และสินค้าจากวิสาหกิจชุมชน ซึ่งเป็นการเชื่อมโยงหัตถกรรมเพื่อการท่องเที่ยวอีกด้วย
สมาคมนอร์แมค พร้อมเต็มสูบ กับงาน Thailand Northern Handicraft and Financial 2010 เปิดประตูสินค้าหัตถกรรมสู่เวทีโลก เชื่อจะกระตุ้นรายได้และการท่องเที่ยวในตัวเมืองเชียงใหม่ให้คึกคักหลังการ เมืองทำพิษผู้ประกอบการโดนหางเลข คาดสร้างเงินหมุนเวียนไม่ต่ำกว่า 30-40 ล้านบาท ระหว่างการจัดงาน
นายจุลนิตย์ วังวิวัฒน์ นายกสมาคมผู้ผลิตและผู้ส่งออกสินค้าหัตถกรรมภาคเหนือ หรือ นอร์แมค เปิดเผยในการแถลงข่าวการจัดงาน Thailand Northern Handicraft and Financial 2010 เปิดประตูสินค้าหัตถกรรมสู่เวทีโลกว่า เมื่อวันที่ 9 ก.ค. 53 ณ โรงแรมฮอลิเดย์อินน์ เชียงใหม่ ว่า ในปี 2552 กระทรวงการคลัง ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายกรณ์ จาติกวณิช ได้จัดให้มีคลังสัญจรมายังจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งในครั้งนั้หลาย ภาคส่วนของรัฐและเอกชนได้นำเสนอปัญหาและการแก้ไข ปัญหาเศรษฐกิจของเมืองเชียงใหม่ในฐานะที่เป็นเมืองที่มีความสำคัญทางการท่องเที่ยวและงานฝีมือหัตถกรรม
นับว่าภาครัฐและเอกชนได้เล็งเห็นถึงช่องทางในการส่งเสริมสนุบสนุนสินค้า หัตถกรรมไทยซึ่งมีมูลค่ามหาศาลในตลาดโลก แต่ในช่วงเวลานี้ยังเจอกับอุปสรรคปัญหาในด้านการตลาดที่ยืดเยื้อมาจากผลกระทบในประเทศ ซึ่งคาดว่างานที่จัดขึ้นมาเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆเหล่านี้จะเป็นตัวช่วยชั้นยอดที่ดีทีเดียวสำหรับผู้ประกอบการ
แหล่งข่าว: chiangmainews.co.th 16/7/2553