
1.ของเล่นจากภูมิปัญญาของอุ้ย
2.วงสนทนาความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ณ บ้านป่าแดด
3.อุ้ยน้อยกำลังถักยอหรือจั๋มดักปลา มีหลานนั่งไม่ห่างกาย
4. "พิพิธภัณฑ์เล่นได้" หนึ่งความภูมิใจของชาวบ้านป่าแดด
พิพิธภัณฑ์ของเล่นที่บ้านป่าแดด อ.แม่สรวย จ.เชียงราย เป็นพิพิธภัณฑ์ที่สวนกระแสพิพิธภัณฑ์กระแสหลักที่ของสำคัญค่า สูงล้ำห้ามแตะ ห้ามยุ่ง แต่พิพิธภัณฑ์เล่นได้เต็มไปด้วยของเล่นที่วางเรียงรายละลานตา ทุกชิ้นจับหยิบ ลูบคลำ และนำมา "เล่น" ได้ตามใจเรียกร้อง
มนุษย์อยู่คู่กับการเล่น อย่าว่าแต่เด็กเลย ผู้ใหญ่ก็ชอบของเล่น ลูกแมวลูกสุนัขซนๆ ก็ชอบเล่นของเล่น การเล่นทุกชนิดช่วยพัฒนาทักษะด้านต่างๆ มากมาย
เราควรสนับสนุนให้เด็กได้ "เล่น" การละเล่นและการเล่นทำให้เกิดการเรียนรู้ ไม่ว่าจะเล่นโดยใช้ร่างกายเป็นเครื่องประกอบ เล่นเดี่ยว เล่นคู่ เล่นเป็นหมู่คณะ ได้ฝึกสมองประลองปัญญา มีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่น ได้สังเกต ได้เข้าสังคม เรียนรู้การเคารพกติกา การฝึกฝนร่างกาย สร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ
ที่บ้านป่าแดด อ.แม่สรวย จ.เชียงราย นอก จากมีคุณดังเช่นที่กล่าวมา ของเล่นยังทำให้เกิดความสุขในกลุ่มผู้สูงอายุและมีสวัสดิการสังคมแก่บรรดาอุ้ยหรือคนเฒ่าคนแก่คุณตาคุณยายในชุมชนหลายด้าน
เมื่อสิบกว่าปีก่อน กลุ่มคนเฒ่าคนแก่ป่าแดด เริ่มเป็นที่รู้จักผ่านหนังสือสารคดีและรายการทุ่งแสงตะวันรวมทั้งสื่ออื่นๆ ที่สนใจเรื่องการพัฒนาเด็กและพัฒนาสังคม มีจุดเริ่มต้นง่ายๆ ว่าลูกเขยป่าแดดคือคุณเบิ้ม วีระพงษ์ กังวานนวกุล เห็นผู้สูงอายุว่างๆเหงาๆ จึงถามถึงของเล่นแก้เหงา อุ้ยสองสามท่านทำของเล่นมาอวด คุณเบิ้มปิ๊งไอเดียให้คนแก่หายเหงาด้วยการประดิษฐ์ของเล่นให้ลูกหลาน แล้วพาของเล่นอวดคนภายนอก กลายเป็นเทรนด์ทันสมัยปลุกกระแสการนำของเล่นพื้นบ้านมาฮิตใหม่

1.มัคคุเทศก์จิ๋วยืนเรียงแถวต้อนรับผู้มาเยือน
2.อุ้ยหน่อและอุ้ยใยนั่งทำปลาตะเพียนสานที่ลานหน้าบ้าน
3."อมรเทพ" ของเล่นชิ้นเอกของอุ้ยชื่น
เด็กในชุมชนตระหนักว่าของเล่นพลาสติกซื้อมาเล่นก็งั้นๆ ไม่เท่เหมือนให้ปู่ย่าตายายหรืออุ้ยทั้งหลายทำให้เป็นพิเศษ อยากได้แบบไหนก็ให้อุ้ยทำให้ กังหันที่ทำจากวัสดุธรรมชาติ ติดเข้ากับแฮนด์รถจักรยาน ถีบเที่ยวในชุมชน ให้กังหันพัดหวิวๆ เล่นลม เก๋กว่าของเล่นจากตลาด พร้อมกับฮิตออกไปนอกชุมชน กลายเป็นรายได้ให้คนเฒ่าคนแก่ เป็นความภูมิใจ ได้รื้อฟื้นภูมิปัญญาท้องถิ่น และเป็นคำตอบเรื่องการพึ่งตนเอง ของผู้อาวุโสในยุคที่สวัสดิการรัฐยังเอื้อมไม่ค่อย ถึงคนจนในชนบท
คนหนุ่มอย่างคุณเบิ้มและน้องๆ 2-3 คน จับมือกับอุ้ยหลายท่านและเด็กๆ ในชุมชน ทำให้เกิดการเคลื่อนไหวในกลุ่มคนที่เห็นคุณค่าของเล่นพื้นบ้าน จนชุมชนอื่นๆ เห็นคุณค่าและลงมือทำกิจกรรมสร้างสรรค์อีกหลายแขนง
กลุ่มคนเฒ่าคนแก่ที่ทำกิจกรรมกันเฉพาะในชุมชนบ้านป่าแดด ก็ขยับขยายเครือข่ายกลายเป็นกลุ่มใหญ่ในระดับตำบล มีคนเฒ่าคนแก่หลายหมู่บ้านในเขตอบต.ป่าแดดเข้าร่วมเป็นสมาชิก อบต.เองเข้ามาร่วมสนับสนุนเป็นระยะ รวมทั้งทำให้เกิดมิติอื่นๆ ในการดูแลผู้อาวุโส เช่น การเข้าถึงสวัสดิการรัฐ การมีส่วนร่วมในโครงการต่างๆ เกี่ยวกับผู้สูงอายุ
ขณะเดียวกันจากการประดิษฐ์ของเล่นตามใต้ถุนบ้านและทำตามที่ลูกค้าสั่งก็เริ่มเป็นระบบมากขึ้น มีร้านค้าขายของเล่น งานหัตถกรรมในชุมชน
เวลาผ่านเข้ามาถึงปี 2555 วันที่ทีมงานทุ่งแสงตะวันไปเยือนป่าแดดอีกครั้ง ก็ได้เห็นบรรยากาศพิพิธภัณฑ์เล่นได้ ซึ่งเป็นอาคารไม้ชั้นเดียวเล็กๆ อัดแน่นด้วยของเล่นนานาชนิดนับร้อยๆ อันวางรอให้คนมาเที่ยวทดลองเล่น ศึกษา เรียนรู้ รองรับเด็กตั้งแต่อนุบาลจนถึงผู้ใหญ่ที่สนใจเรื่องของเล่น
มีคนแวะเวียนกันมาอย่างสม่ำเสมอ มีห้องเล็กๆ สำหรับวางสินค้าให้คนมาเยี่ยมเยียนซื้อกลับบ้าน สินค้าทุกชิ้นเป็นสินค้าที่ใช้วัสดุท้องถิ่นซึ่งมีไม้ไผ่เป็นวัสดุหลัก นอกจากนั้นก็มีงานผ้าทอและงานประดิษฐ์ตัดเย็บจากวัสดุพื้นบ้านให้คนเลือกซื้อกันด้วย เท่าที่เห็น นึกอยากจะให้ใครก็ได้ที่พอจะมีงบประมาณไปช่วยขยายอาคารพิพิธภัณฑ์ให้กว้างขวางขึ้น
ทุกวันนี้ชาวบ้านมักจะพยายามจัดเวรสลับกันไปดูแลพิพิธภัณฑ์เล่นได้ ซึ่งรองรับคนเดินทางมาชม "ฟรี" รายได้ที่เข้าหล่อเลี้ยงพิพิธภัณฑ์คือการขายของเล่น และการบริจาคสมทบ นานๆ ก็จะมีงบประมาณจากส่วนราชการหรืออบต.วนเข้ามาบ้างตามวงจรงบประมาณ หรือมีกิจกรรมของเล่นเดินทางที่เจ้าของงานอาจจะให้ค่ารถค่าวิทยากรเพื่อนำของเล่น อุ้ย หรือเด็กไปร่วมกิจกรรม
ในปี 2555 ที่ทีมงานเข้าเยี่ยมกลุ่มคนเฒ่าคนแก่ป่าแดด อุ้ยบางท่านก็ร่วงลาไปตามกาลเวลา อุ้ยหลายท่านก็เฒ่าชรากว่าเดิม แต่ที่ไม่เคยเปลี่ยนเลยคืออุ้ยยังคงทำของเล่นอย่างมีความสุขและความภูมิใจในตนเอง
เด็กรุ่นเดิมเติบโตกลายเป็นหนุ่มสาว บ้างก็ออกไปทำงานนอกชุมชน บ้างก็ยังติดต่อไปๆ มาๆ บางคนยังร่วมกิจกรรมอย่างสม่ำเสมอ และที่แน่นอนที่สุดคือในหมู่บ้านยังคงมีเด็ก และเด็กๆ ก็ชอบของเล่นไม่เคยเปลี่ยน แปลง
สิ่งที่เปลี่ยนไปคือร้านเกมเยอะขึ้น เวลาของเด็กที่จะสัมพันธ์กับคนในครอบครัวและเรียนรู้ชุมชนมีน้อยลง การสร้างกิจกรรมใหม่ๆ ที่จะผูกร้อยเชื่อมโยงเด็กๆ แห่งยุคสมัยให้ยังคงรักและรู้คุณค่าภูมิปัญญาในชุมชน ทำอย่างไรให้สถาบันการศึกษาโรงเรียน ฯลฯ เห็นคุณค่าภูมิปัญญาท้องถิ่น รักษาพื้นที่ชุมชนให้เป็นพื้นที่ปลอดภัยและมีความสุขของเด็กๆ และสมาชิกในชุมชน
ณ วันนี้ ชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนในหมู่บ้านป่าแดดเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร ของเล่นที่อุ้ยทำมีมูลค่าทางจิตใจเด็กๆ มากน้อยขนาดไหน ติดตามรับชมความน่ารักของอุ้ยและหลานๆ ได้ในรายการทุ่งแสงตะวัน ตอน ของเล่นป่าแดด วันเสาร์ที่ 14 ม.ค. เวลา 06.25 น. ทางช่อง 3
หากสนใจต้องการติดต่อพิพิธภัณฑ์เล่นได้ โทร.0-5370-8070
วันที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2555 ปีที่ 21 ฉบับที่ 7715 ข่าวสดรายวัน หน้า 24