แม้ว่าการเยือน
เชียงตุง เพื่อความสัมพันธ์ระหว่างผู้บริหารของ จ.เชียงใหม่ กับผู้นำรัฐฉานของเมียนมาร์ในโครงการบ้านพี่เมืองน้องไม่นานจะเสร็จสิ้นไปแล้ว แต่โครงการดังกล่าวยังไม่จบ มีอีกหลายเรื่องที่ทั้งสองฝ่ายจะต้องดำเนินการต่อให้เกิดผลเป็นรูปธรรม
การเดินทางไป จ.เชียงตุง มีนายธานินทร์ สุภาแสน ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ (ปัจจุบันเป็นผู้ว่าฯลำปาง) เป็นหัวหน้าคณะ รวมทั้งหัวหน้าส่วนราชการทั้งหลายในเชียงใหม่ ขณะที่ทางฝ่ายรัฐบาลเมียนมาร์ ส่งระดับรัฐมนตรีมาร่วม นั่นคือ "อู เท อ่อง" รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและโรงแรม พร้อมกับผู้นำรัฐฉาน อู ซับอ่อง เมี้ย มุขมนตรี และผู้บริหารของรัฐฉานอีกหลายท่าน
การเชื่อมความสัมพันธ์ในรูปแบบเมืองพี่เมืองน้อง ระหว่าง
เชียงใหม่-เชียงตุง ดังกล่าว เป็นผลอันเนื่องมาจากผลของการหารือของ พล.อ.เต็ง เส่ง ประธานาธิบดีสาธารณรัฐแห่งสหหภาพเมียนมาร์ กับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในคราวประชุมสุดยอดอาเซียนที่กรุงบันดาร์เสรีเบกาวัน บรูไนดารุสลาม เดือนเมษายนที่ผ่านมา
ก่อนวันประชุมหารือกันระหว่างผู้บริหาร
เชียงใหม่-เชียงตุง อุ่นเครื่องกันด้วยพิธีเปิดงานแสดงนิทรรศการและจำหน่ายสินค้าระหว่างเชียงใหม่-เชียงตุง ผู้ประกอบการของไทย ล้วนเป็นสินค้าโอท็อป 15 ราย นำผลิตภัณฑ์ไปโชว์ ทางด้าน จ.เชียงตุง มีผู้ประกอบการนำสินค้าไปขายด้วยเช่นกัน ในงาน "อู ซับอ่อง เมี้ย"
นายธานินทร์กล่าวในพิธีเปิดว่า "สองเมืองมีประวัติศาสตร์ความเป็นมายาวนานกว่า 700 ปี มีประเพณี ศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นที่สืบทอดกันมายาวนาน มีความใกล้ชิดกันตั้งแต่สมัยราชวงศ์มังราย การจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าเพื่อเชื่อมความสัมพันธ์เชียงใหม่-เชียงตุง จะเป็นแนวทางในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ตลอดจนเชื่อมโยงเครือข่ายการผลิต เครือข่ายการค้าระหว่างกัน เพื่อขยายโอกาสการค้าและการเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือเออีซี"
ปรากฏว่า ทันทีที่เปิดขายบรรดาชาว
เชียงตุง (ไทยใหญ่และไทยเขิน) ทั้งหลาย ต่างอุดหนุนสินค้าไทยกันเป็นแถว ไม่ว่าจะเป็นครีมลองกานอยด์ เซรามิก บ้านศิลาดล เสื้อผ้าใยกัญชง ตุ๊กตาสมุนไพรดับกลิ่น จนบางร้านขายหมดในวันแรก พอวันที่สองก็ไม่มีของขาย
วันที่สองผู้ประกอบการไทยและชาวคณะที่ร่วมขบวนก็พากันซื้อผ้าถุงสีสวยสดงดงามของพ่อแม่ค้าแม่เชียงตุงกันหลายผืน ขณะที่กระเป๋าสตางค์และกระเป๋าถือของชนเผ่าก็ขายดีเช่นกัน
ส่วนผู้ชายยกเหล้ายี่ห้อของพม่าเป็นลังๆ กลับเชียงใหม่ สอบถามได้ความว่าราคาไม่แพงที่สำคัญรสชาติเทียบกับยี่ห้อดังๆ ของต่างประเทศได้เลย
วกกลับมาเรื่องการประชุมสองฝ่ายกันบ้าง พอประชุมเสร็จฝ่ายไทยโดยผู้ว่าฯธานินทร์ก็นั่งโต๊ะแถลงข่าว โดยสรุปผลหารือให้ฟังว่าการหารือมีทั้งเรื่องท่องเที่ยว การค้า การลงทุน การศึกษา สาธารณสุข รถโดยสารระหว่างเชียงใหม่กับเชียงตุงและในอนาคตจะต่อไปถึง
ตองยี เมืองหลวง ของรัฐฉาน แต่ต้องคุยรายละเอียดเพิ่มเติมเพราะพวงมาลัยคนละข้าง
"ทำได้เร็วที่สุดคือการท่องเที่ยวและการลงทุนเพื่อเปิดให้นักท่องเที่ยวของสองประเทศไปมาหาสู่กันสะดวกสบาย แต่สิ่งที่ต้องปรับปรุงคือถนนไปยังตองยี ทางรัฐฉานระบุว่าอยากจะปรับปรุงซ่อมแซมแต่ติดปัญหาขาดงบประมาณ ประเด็นนี้ทางผู้ประกอบการเชียงใหม่และเชียงรายเห็นตรงกันว่าไทยน่าจะเข้ามาร่วมพัฒนาเส้นทางสายนี้ เพราะฝ่ายไทยมีความพร้อมทั้งอุปกรณ์และเครื่องจักรเครื่องยนต์ ในขณะที่รัฐฉานมีความพร้อมเรื่องแรงงานถ้าฝ่ายไทยมาช่วยซ่อมถนนสายนี้จะถือว่าเป็นการเริ่มต้นมิตรภาพที่ดีต่อกัน จะเป็นเส้นทางขนส่งและการท่องเที่ยวที่สำคัญ เพราะทางตอนบนของรัฐฉานเป็นแหล่งประวัติศาสตร์และยังมีสถานที่ที่สวยงามอีกหลายแห่ง ทั้งยังเป็นเส้นทางสู่จีนและอินเดีย รวมทั้งทางฝ่ายเมียนมาร์อยากให้มีเส้นทางการบินระหว่างเชียงใหม่- เชียงตุง อีกเส้นทางหนึ่งนอกจากเส้นทางบินแม่สอด-มะละแหม่งที่เปิดไปแล้ว เนื่องจากชาวเชียงตุงต้องการไปรักษาพยาบาลที่เชียงใหม่ ถ้ามีเครื่องบินจะสะดวกขึ้น"
นายธานินทร์กล่าวว่า สำหรับการเปิดจุดผ่อนปรนกิ่วผาวอก อ.เชียงดาว ให้เป็นจุดผ่านแดนถาวรนั้น การท่องเที่ยวและโรงแรมของเมียนมาร์ และมุขมนตรีรัฐฉาน ต่างเห็นด้วย พร้อมรับปากจะนำเสนอรัฐบาลเมียนมาร์ต่อไป ยังติดปัญหาชนกลุ่มน้อย อย่างไรก็ตาม คาดว่า คงยุติก่อนการเปิดเออีซีในปี 2558 อย่างแน่นอน ข้อหารือต่างๆ ที่เห็นพ้องกันคาดว่าจะเซ็นเอ็มโอยูได้ในปี 2556
เชียงใหม่ประกาศเชื่อมสัมพันธ์
เชียงตุงบ้านพี่เมืองน้อง
ทางด้าน น.ส.ผกายมาศ เวียร์รา ประธานสมาคมวัฒนธรรมเศรษฐกิจไทย-เมียนมาร์ จ.เชียงราย ผู้มีบทบาทสำคัญในการประสานงาน บอกว่า การมาเยือนของไทยถือว่าประสบความสำเร็จอย่างดียิ่ง จากการพูดคุยแบบไม่เป็นทางการกับทางผู้ว่าราชการจังหวัดก็อยากทำเมืองพี่เมืองน้ำ กับทางแขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว รวมถึง
สิบสองปันนาในประเทศจีนด้วย
ในอนาคตถ้ารัฐบาลจีนเปิดด่านที่เมืองต้าลั้ว ติดกับ
เมืองลาของรัฐฉาน จะทำให้การเดินทางไปยังสิบสองปันนาสะดวกยิ่งขึ้นด้วยเส้นทาง R3b ขณะที่ปัจจุบันการไปสิบสองปันนาใช้เส้นทาง R3a เชื่อได้ว่าอานิสงส์จากโครงการเมืองพี่เมืองน้อง จะทำให้นักท่องเที่ยวไทยหลั่งไหลไปเมียนมาร์ โดยเฉพาะ
เชียงตุง-เมืองลามากยิ่งขึ้นกว่าเดิม จากปีที่แล้วนักเดินทางจากบ้านเราก็ครองแชมป์เข้าประเทศนี้เป็นอันดับหนึ่งอยู่แล้ว
แหล่งข่าว:
มติชนออนไลน์ 04 ตุลาคม พ.ศ. 2556