ดินเนอร์ในสวนบนดอยตุง

ข่าวกิจกรรมท่องเที่ยวในพื้นที่ภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ประกอบด้วย เชียงราย สิบสองปันนา เชียงตุง-เมืองลา หลวงพระบาง
Post Reply
User avatar
ichiangrai
Posts: 154
Joined: Wed Oct 15, 2014 8:15 am
Contact:

ดินเนอร์ในสวนบนดอยตุง

Post by ichiangrai »

ImageImageImage
ImageImageImage
31 ธันวาคมปีนี้ จะเป็นครั้งแรกที่ดอยตุงเปิดสวนแม่ฟ้าหลวงให้ชมบรรยากาศในตอนกลางคืน

สวนแม่ฟ้าหลวงยามกลางวันที่ว่าสวยจับตาแล้ว ในยามค่ำคืนกลับมีเสน่ห์ลึกลับชวนค้นหา ราวกับเป็นสวนปริศนาที่ใคร่หาคำตอบ

31 ธันวาคมปีนี้ จะเป็นครั้งแรกที่ดอยตุงเปิดสวนแม่ฟ้าหลวงให้ชมบรรยากาศในตอนกลางคืน ท่ามกลางแสงไฟ แสงเทียน และเสียงเพลง พร้อมสำรับอาหารมื้อค่ำที่อิ่มเอมไปด้วยรสชาติอันบ่งบอกถึงวัฒนธรรมอันหลากหลายของเชียงราย เพื่อเติมเต็มความทรงจำดีๆในวันสุดท้ายของปี

สวนป่ายามราตรี

ความมืดมิดของท้องฟ้า มีเพียงแสงสปอร์ตไลท์ที่ส่องเพียงบางจุด ก่อให้เกิดแสงเงามลังเมลือง ทำให้สวนแม่ฟ้าหลวงในภาพที่เห็นตอนกลางวันดูแปลกตาไปจากที่เคยเป็น หมอกจางๆที่คลุมอยู่โดยรอบเพิ่มความรู้สึกให้ราวกับยืนอยู่ในท่ามกลางสวนแห่งจินตนาการ

แว่วเสียงเพลงของชาวเขาที่บรรเลงโดยกีตาร์นอน ในภาษาที่ไม่คุ้นชิน ชวนให้อยากเดินลึกเข้าไปเรื่อยๆ

นับเป็นครั้งแรกที่โครงการพัฒนาดอยตุงฯ เปิดสวนให้นักท่องเที่ยวได้ชมความงามในยามค่ำคืน โดยในปีนี้มีการจัดสวนแนวตั้งเป็น "ตุง" ประกอบด้วยดอกไม้หลายชนิดหลากสีสันที่ห้อยลงมาจากเสาสูง นอกจากนี้ยังมีสวนบรอมมีเลียด (สับปะรดสี) สวนน้ำพุ สวนประติมากรรม สวนในภาชนะ และพันธุ์ไม้พื้นบ้านที่มีอยู่จริงในป่าดอยตุง ให้ชมกันเต็มตา

คงจะโรแมนติกไม่น้อย หากได้นั่งรับประทานอาหารมื้อค่ำในสวนแห่งนี้

เปิดสำรับคืนพิเศษ

ดร.นฤมล โชติเวช ที่ปรึกษา มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวถึงเมนูพิเศษสำหรับอาหารมื้อค่ำในคืนส่งท้ายปี 2557 ว่าเป็นอาหารที่เติมเต็มประสบการณ์ของการท่องเที่ยวเชียงรายได้อย่างสมบูรณ์แบบและเต็มไปด้วยอรรถรส

อาหารในคืนนั้น ประกอบไปด้วย น้ำพริกอ่อง เสิร์ฟพร้อมผักต้ม ผักสดและ แคบหมู แกงฮังเลใส่กระท้อนและกระเทียมโทน เมี่ยงปลาดอยตุง ลาบไก่เมืองคั่วกับผักพื้นบ้าน ผัดผักปวยเล้งน้ำมันหอย ซุปดอกแสงจันทร์ และ ข้าวสวยจากอำเภอแม่จัน

ของหวานได้แก่ บัวลอยป้าอ้วน หรือ บัวลอยมือถือ ร้านชื่อดังแห่งไนท์บาร์ซาร์เชียงราย ผลไม้เมืองเหนือ พร้อมด้วยกาแฟโดยตุงที่จะมาพร้อมกับโชว์วิธีการชงในรูปแบบต่างๆ

อาหารแต่ละเมนู จัดวางในสำรับขนาดพอเหมาะ พอดี และมีรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ของ "ครัวตำหนัก" บนดอยตุง กล่าวคือ

"น้ำพริกอ่อง เราเสิร์ฟพร้อมผักต้ม ผักสด และแคบหมู ผักของเราเป็นผักปลอดสารพิษปลูกที่ของผาหมี ปกติเวลารับประทานเรามักจะตักน้ำพริกไว้ที่ข้าวแล้วตักเข้าปาก แคบหมู และผักตาม

วิธีรับประทานที่ถูกต้องคือ หยิบแคบหมูตักน้ำพริกขึ้นมารับประทาน ตามด้วยผักต้มหรือสดก็ได้ ส่วนข้าวค่อยๆตาม เราอยากให้น้ำพริกอ่องของเราเป็นของกินเล่นได้ จึงปรุงให้มีรสชาติอ่อนโยน เหมือนอาหารประเภทหลน ไม่เหมือนกับน้ำพริกกะปิแซ่บๆ หรือ น้ำพริกปลาร้าอันนั้นต้องกินกับข้าว"

อาจารย์นฤมล อธิบายว่าอาหารที่ครัวตำหนัก เป็นอาหารสำหรับนักท่องเที่ยว ดังนั้นต้องคิดถึงคนต่างถิ่น รวมถึงคนต่างบ้านต่างเมืองด้วย

"อาจารย์ให้ฝรั่งกินน้ำพริกอ่อง ผักต้ม ผักสด บอกเขาว่าเหมือนกับกินสลัด เพียงแต่เดรสซิ่งเรามีหมูผสมอยู่หน่อย ให้เขารับประทานเป็นสลัดจิ้มไปเลย ถามว่าทำไมไม่เป็นน้ำพริกหนุ่ม คือ น้ำพริกหนุ่มถ้าไม่เผ็ดก็ไม่อร่อย ถ้าเราทำน้ำพริกหนุ่มคืน 31 ธันวาคมแล้วไม่เผ็ด มันก็ไม่ใช่รสชาติของน้ำพริกหนุ่ม น้ำพริกอ่องเป็นน้ำพริกรสละมุนๆหอมๆ มีรสชาติของมะเขือเทศที่คนทั้งโลกคุ้นลิ้น ถ้าจะให้ดีเวลาทำน้ำพริกอ่องควรใช้มะเขือส้ม มีรสเปรี้ยวในตัว มีหวานละมุน" อาจารย์แนะนำ

แกงฮังเล ถือเป็นเมนูเด่นประจำครัวตำหนัก ซึ่งในสำรับนี้จะขาดไม่ได้เลย

" แกงฮังเล เราใส่เครื่องแกงเข้มข้น พริกแกงมีหอมแดง กระเทียม ตะไคร้ กะปิ ผงฮังเล ตำกับพริกแห้ง โขลกให้เข้ากัน แล้วนำไปคั่วให้หอม หมูลงคั่วให้เข้าแล้วค่อยใส่เครื่องปรุง แล้วเคี่ยวไปให้เข้าเนื้อ หนึ่งเดือดแล้วตุ๋น อย่างน้อยหนึ่งชั่วโมงครึ่ง ใช้เนื้อหมูตรงสะโพกเพราะเคี้ยวแล้วอร่อย เนื้อสันนอกแข็งเหมือนกระดาษ สันในนุ่มเกินไป สู้เนื้อหมูตรงสะโพกไม่ได้

ในคืนนั้นเราจะใส่ในกระท้อนลงไปด้วย กระท้อนมีรสฝาดจะช่วยลดความมัน ถ้าอะไรมันๆทอดๆต้องเอาเปรี้ยว ฝาดมาตัด ใส่กระท้อน กระเทียมโทนลงไป เวลากัดลงไปมีรสชาติ รสท้าทาย กัดลงไปแล้วมีอะไร ไม่ใช่กัดลงไปแล้วหวานอย่างเดียว มีฝาดเปรี้ยวหวาน กินไปแล้วเหมือนได้ไปท่องเที่ยว

อาหารจานนี้ ต้องเคี่ยวเนื้อจะอร่อย น้ำพริกจะออกมาสวย ก่อนเสิร์ฟเราต้องช้อนนำมันออกเหลือแต่พอดี เวลากินเนื้อชิ้นเดียวกินได้ 2 - 3 คำ กินคำเดียวเลยไม่อร่อยมากไป กัดกระเทียมโทนเข้าไปหน่อย อาหารจะให้อร่อยต้องมีหลายรสและเข้ากันหมดแต่เวลากินรู้รสหมด และไปด้วยกัน"รสชาติที่ดีต้องเข้ากันหมดสามัคคีธรรม " อาจารย์แนะนำ

จากรสเข้มข้น ต้องไปต่อด้วยรสชาติเบาๆที่ตัดความเลี่ยน และทำให้ย้อนกลับไปกินแกงฮังเลได้อีก นั่นคือ เมี่ยงปลาดอยตุง

" ปลาทอดเสร็จแล้วมัน เลี่ยน ต้องหารอะไรมาตัด ง่ายที่สุดที่ทุกคนกินได้คือ ยำ มีน้ำยำเป็นหลัก จะยำใส่อะไรก็ได้แต่ส่วนหนึ่งต้องมีสมุนไพรเป็นหลัก เรามีตะไคร้ มะนาว กระเทียม เม็ดถั่วเพื่อความกรุบหอม จะให้ดีต้องทอดใหม่ๆแล้วลงเลย

มะนาวทำไมต้องหั่นมาพร้อมเปลือก เวลาเลี่ยนตักเข้าไป น้ำมันตรงผิวมะนาวมีประโยชน์มาก กัดเข้าไปมีรสขม ฝาด เปรี้ยว จะตัดรสชาติเลี่ยนทุกอย่างที่กินเข้าไป

ปลาเราจะนำเสนออย่างไร ครัวตำหนัก เราละมุนละไม เรานำเนื้อหั่นเต๋า อย่าเล็ก เมื่อทอดกรอบเนื้อหาย ใหญ่เกินไปเข้าปากแล้วคุยไม่ได้ เต๋าเราเข้าปากได้ 2-3 เม็ดต่อคำพร้อมเครื่องยำด้วย กินฮังเลไปชักเลี่ยน กินจานนี้แล้วรู้สึกอยากกลับไปกินฮังเลได้อีก"

นอกเหนือจากอาหารจานเด่นแล้ว ยังมีอาหารจานอร่อยสำหรับเด็กๆในคืนพิเศษอีกด้วย ได้แก่ หมูปั้นทอด ปีกกลางไก่ทอด ปลากะพงขาวทอด มันฝรั่งทอด และ ข้าวผัดแฮม

" เอกลักษณ์ของเรา คือ เราไปดูที่บ้านของคนพื้นถิ่นว่าเขากินอะไร ไปดูส่วนผสม แต่เรากินแบบเขาไม่ได้หรอก เราไปดูวิถีชีวิตว่าเขากินอะไร แล้วนำเอาผลผลิตวัตถุดิบพื้นเมืองมาปรุงในแบบฉบับดอยตุง เป็นอาหารที่รสชาตินักท่องเที่ยวกินได้สัมผัสประสบการณ์และมีเรื่องราวความเป็นมา"

กาด(ตลาด)ชนเผ่า

ก่อนชมสวนในตอนกลางคืน ดอยตุง ชวนท่องกาด หรือ ตลาดของชนเผ่าในตอนกลางวัน ในระหว่างวันที่ 5 - 7 ธันวาคม และ 27 ธันวาคม 2557 - 4 มกราคม 2558

เชียงรายสัปดาห์ที่ผ่านมาอากาศยังไม่หนาวก็จริงอยู่ หากเมื่อมุ่งหน้าขึ้นไปบนดอยตุงหมอกขาวและเม็ดฝนปกคลุมไปทั่วบริเวณยอดดอย

ผักกูดใบสวยสีเขียวสด ยอดหัวไชเท้า มะระหวาน ลูกก่อ ลูกหม่อน มะขามป้อม และ เสาวรส พืชผักผลไม้จาก 6 ชนเผ่า ได้แก่ อาข่า ลาหู่ ไทใหญ่ ไทลื้อ ไทลัวะ และจีนก๊กมินตั๋ง นำมาให้ชมเป็นตัวอย่างก่อนจะเปิดกาดเต็มรูปแบบ

นอกจากนี้ ป้าอี่ สามนวล จะมาเปิดครัวไทใหญ่ให้ลิ้มลอง อาหารพื้นบ้านที่ใครได้กินแล้วติดใจ ไม่ว่าจะเป็นข้าวฟืน หรือข้าวแรมฟืน (เกิดจากการนำข้าวเจ้า ถั่วเหลือง ถั่วลิสง แช่ค้างคืนแล้วนำไปโม่ จากนั้นนำไปใส่น้ำปูนขาวใสเพื่อให้แป้งจับตัวเป็นก้อนแข็งนำไปเคี่ยวบนเตาฟืนเป็นเวลาหลายชั่วโมง จึงเป็นที่มาของชื่อ "ข้าวแรมฟืน" หรือ "ข้าวแรมคืน" )

ข้าวฟืน ของป้าอี่ใส่น้ำมะเขือเทศสด ปรุงรสด้วยถั่วลิสง เต้าหู้ หอมเจียว ถั่วเน่า พริกต้ม พริกคั่ว เกลือ น้ำตาล และน้ำขิง โรยหน้าด้วยผักสดซอยเป็นฝอย รูปแบบคล้ายก๋วยเตี๋ยวแต่เป็นอาหารจานเย็น กินเป็นอาหารว่างได้เพราะไม่หนักท้อง รสชาติออกเปรี้ยวๆหวานๆ

ป้าอี่บอกว่า แป้งข้าวฟืนที่สุกแล้ว ตัดเป็นชิ้นนำไปทอดก็อร่อย แล้วนำเครื่องปรุง ถั่วลิสง เต้าหู้ หอมเจียว ถั่วเน่า พริกต้ม พริกคั่ว เกลือ น้ำตาล และน้ำขิง มาผสมกันทำเป็นน้ำจิ้ม กินแนมกับผักสดก็อร่อย

ดูเหมือนว่า เครื่องปรุงดังกล่าวจะใช้เป็นเครื่องปรุงรสหลักๆของอาหารไทใหญ่ เช่นเดียว ข้าวซอยน้อย (แป้งข้าวเจ้าหมัก นำไปนึ่งสุกเป็นแผ่นบางคล้ายขนมปากหม้อ ทำเป็นรูปแผ่นกลมแล้วพับไว้) และยำขนมจีน ล้วนปรุงรสด้วยเครื่องปรุงชุดเดียวกัน

ส่วนใครที่เป็นคอกาแฟ ในงานนี้จะได้ชมและชิมกาแฟอาข่าผาฮี้ ที่กำลังเป็นที่กล่าวขานในเรื่องคุณภาพและรสชาติ ใครจะรู้บ้างว่าหมู่บ้านเล็กๆที่มีประชากรอยู่ไม่ถึงร้อยคน จะมีรายได้จากการปลูกกาแฟถึงปีละ 20 ล้านบาทเลยทีเดียว

เปิดกาดชนเผ่าฤดูหนาวนี้ ดอยตุง จัดให้มีทั้งช้อป ชิม และชมการแสดง การละเล่นของแต่ละเผ่าในช่วงเวลากลางวัน โดยพ่อค้าแม่ขายทุกคนจะแต่งกายด้วยชุดประจำเผ่ามาอวดโฉมกันอย่างเต็มที่ กล่าวได้ว่าเป็นสีสันที่น่าชมไม่น้อยเลยทีเดียว

หมายเหตุ : ผู้สนใจดินเนอร์มื้อค่ำคืนวันที่ 31 ธันวาคม 2557 บัตรจำหน่ายในราคาท่านละ 1,500 บาท สอบถามรายละเอียดได้ที่ 053-767-015-7

ภาพ : เอกรัตน์ ศักดิืเพชร

เมื่อท่านเดินทางมาเชียงรายอย่าลืมใช้บริการ เช่ารถตู้เชียงราย และ เช่ารถตู้เชียงรายพร้อมคนขับ ทีมงานไอเชียงราย คนท้องถิ่นเชียงราย สุภาพ ใจบริการเกินร้อย :: บริษัท ไอเชียงราย จำกัด :: เลข ที่ 185/8 หมู่ 4 ต. ริมกก อ.เมือง จ.เชียงราย 57100 สายด่วนจองทัวร์ (หนุ่ย) 081-8854644 (ใบอนุญาตนำเที่ยวในและต่างประเทศเลขที่ 21-00512) แฟกซ์: 053-152141 อีเมล์: [email protected] เวบไซต์: http://www.ichiangrai.co.th" onclick="window.open(this.href);return false;