ดอยห่มฟ้า เชียงราย...รีสอร์ทกลางไร่องุ่น
Posted: Tue Oct 27, 2009 10:04 pm
ได้ยินชื่อ ดอยห่มฟ้า รีสอร์ท จังหวัดเชียงรายแรก ๆ ก็พยายามคิดอยู่นาน ว่าตั้งอยู่ส่วนไหนของจังหวัด หรือว่าดอยนี้ ตกสำรวจเพราะไม่เคยได้ยินมาก่อน มาถึงบางอ้อ! เมื่อเดินทางไปถึงจึง ได้รู้ว่าจริง ๆ แล้วเป็นชื่อรีสอร์ท ที่ตั้งชื่อขึ้นตาม ชื่อเจ้าเมืองเก่าในเชียงราย
การเดินทางไปยังรีสอร์ทแห่งนี้จึง ต้องใช้เส้นทางถนนสายเอเชีย ห่างจากสนามบิน 30 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายไปดอยแม่ สลอง แล้วแยกเข้าถนนย่อยไปอีก 7.8 กิโลเมตร ผ่านถนนลูกรัง ฝุ่นตลบสองข้างทางเป็นป่าไผ่ ไปกันแบบงง ๆ เพราะป้ายหายเป็นระยะ ๆ ครั้นจะถามคนก็ไม่ใครให้ถาม สัญญาณฮัลโลก็ไม่มี
สุดท้ายก็ไปถึงหมู่ 9 บ้าน ป่าเมี่ยง ต.ป่าตึง อ. แม่จัน อันเป็นที่ตั้งของรีสอร์ทจนได้
แต่ใช่ว่าจะถึงที่พักเห็นแต่อาคารตั้งอยู่ลิบ ๆ บนเนินเขา รถเข้าไม่ได้ต้องนั่งแพ ข้ามอ่างเก็บน้ำ
แม่เปิน อ่างธรรมชาติขนาดใหญ่ไปอีกฝั่ง แล้วนั่งรถขึ้นเนินไปอีก ถึงจะถึงที่พัก ผ่านไร่องุ่นสองข้างทางที่ยังพอเห็นพวงสีม่วง ๆ ให้เห็นอยู่บ้างเพราะเพิ่งผ่านฤดูเก็บเกี่ยวไปเมื่อไม่นานมานี้
สุพจน์ ตั้งวิฑูรธรรม ประธาน บริษัท คัลเลอร์คิง จำกัด และ เจ้าของดอยห่มฟ้า รีสอร์ท เล่าว่า อันที่จริงเขาทำธุรกิจ ค้าพลอย ส่งออก เป็นคนเมืองกรุง ไม่ใช่คนท้องถิ่น แต่ได้มาปักหลักซื้อที่ดินแถวนี้เมื่อ 9 ปีก่อนรวม ๆ แล้ว 1,300 ไร่ เพื่อปลูกองุ่น และสร้างโรงงานผลิตไวน์ ซึ่งกว่าจะหาพื้นที่ที่เหมาะ ๆได้ก็ใช้เวลานาน จึงมาลงเอยที่นี่ ส่วนธุรกิจรีสอร์ทนั้นเพิ่งเปิดบริการเมื่อปลายปีที่ผ่านมา แต่ก็มีโรงแรมแถวสีลมชื่อ ซัฟฟาย เทล เป็นโรงแรมสามดาวอยู่ด้วย
ดังนั้นภาพที่เห็นของรีสอร์ทแห่งนี้จึงตั้งอยู่บนเนินเขาสูง ตรงกลางเป็นล้อบบี้ มีหลังคาคล้ายร่มขนาดใหญ่ ตัวล็อบบี้เปิดโล่ง ออกสไตล์บาหลี ผสมล้านนา เน้นความทันสมัย มุมหนึ่งแบ่งเป็นที่สำหรับรับประทานดูพระอาทิตย์ขึ้นพร้อมมื้อเช้า ส่วนพระอาทิตย์ก็ต้องไปดูที่มุมสระว่ายน้ำมองไปรอบ ๆ ด้านจะเห็นเนินเขาน้อยใหญ่ กลางคืนเห็นไฟในเมืองสว่างไสว และแม้กระทั่ง ไฟป่าที่ลุกโชติช่วงทั้งคืน
ทิวทัศน์รอบข้าง เห็นไร่องุ่น ไร่ชา ที่ปลูก แบบขั้นบันได เขียวชอุ่ม สุดลูกหูลูกตา
มีถนนลาดยางทอดยาว ไปถึงเห็นอ่างน้ำธรรมชาติขนาดใหญ่ คดเคี้ยวไปมา โรงงานผลิตชาใหญ่เบ้อเริ้มตั้งอยู่ไม่ไกลนัก แต่น่าเสียดายที่โรงงานผลิตไวน์ถูกซ่อนอยู่ในหุบเขามองไม่เห็น จากสภาพที่ดินที่เป็นทั้งหุบเขา อ่างน้ำธรรมชาติ ที่เหมาะสำหรับปลูกและผลิตไวน์ ดังนั้นนอกจากการผลิตไวน์ และที่พักแล้ว ธรรมชาติจึงเป็นจุดขายที่สำคัญสำหรับที่นี่ และหนีไม่พ้นกิจกรรมทางการท่องเที่ยวอีกหลายหลากที่ตามมา
สุพจน์ เล่าต่อว่า "นักท่องเที่ยวที่มาพักที่นี่สามารถทำกิจกรรมอยู่ได้เป็นวัน ๆ ไม่ว่าจะเป็น พายเรือคยัก ตกปลา เดินป่า ดูโรงงานผลิตไวน์ ดูไร่ชา ดูไร่องุ่น ชิมไวน์ ชิมชา ดูโรงงานชา หรือแม้กระทั่งการเจียระไนพลอยเราก็มีให้ชมหรือในอนาคตถ้านักท่องเที่ยวอยาก จะทดลองเจียระไนพลอย ทำเสร็จก็เอากลับบ้านเลยก็ทำได้แต่ขณะนี้กำลัง เริ่มต้น รวมถึงสปา ที่กำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง ซึ่งถ้าสร้างเสร็จจะไม่เหมือนที่อื่น เพราะจะนำเศษพลอย นิล ปูเป็นห้องสปา ซึ่งจะแปลกกว่าที่อื่น"
ส่วนของที่ตัวบ้านพัก ได้ตั้งขึ้นตามไล่เขา และมีเพียง 23 ห้องเท่านั้น ถือเป็นทดสอบตลาด ว่ามีความต้องการแค่ไหนถ้าได้รับความนิยม แผนการลงทุนโรงแรมในระดับหลายร้อยห้องจะเกิดขึ้นแน่ แต่ขณะนี้เพียงแค่เริ่มเทสต์ตลาด จุดขายของที่นี่แต่ละห้องตกแต่งไม่เหมือนกัน อ่างน้ำในห้องนำนิลมาปูรอบ ๆ อ่างเป็นสีดำ หรืออ่างอาบน้ำบางห้องจะถูกเนรเทศมาอยู่นอกห้องให้แช่ น้ำกันแบบ เย้ยฟ้า ท้าธรรมชาติ แต่ถ้าเขินก็มีม่านปิด บางห้องมีอ่างจากุซซี่ให้นอนแช่ตัวเล่น
จากจุดเริ่มต้นที่ไร่องุ่น จึงทำให้ขณะนี้เริ่มเห็นผลผลิตที่เป็นกอบเป็นกำ โดยมีการลงทุนจ้างผู้เชี่ยวชาญจากประเทศถิ่นกำเนิด ฝรั่งเศสเข้ามาควบคุมการปลูกและผลิตไวน์จนได้ไวน์คุณภาพ ได้มาตรฐาน ฝรั่งเศส ขณะนี้มีผลผลิตสองยี่ห้อได้นำออกป้อนตลาดเมื่อสองปีที่ผ่านมาคือ นาปา วัลเล่ย์ ณ ป่าเมี่ยง และ แม่จัน วัลเล่ย์
แม้จะเป็นน้องใหม่ในตลาดไวน์ไทยแต่ นาปาฯ นั้นได้รับรางวัลจากการประกวดไวน์ที่สิงคโปร์ เป็นเครื่องการันตี ขายราคาขวดละ 350-550 บาท ส่วนแม่จัน วัลเล่ย์ นั่นเป็นไวน์พรีเมียม ขายขวดละ 1,250 บาท มีกำลังการผลิตรวมปีละ 10 ตันหรือราว 3-4 หมื่นขวดและได้เริ่มเป็นยอมรับของผู้บริโภค มีโรงแรมห้าดาวทั้งกทม.และภูเก็ตเริ่มสั่งไปขายไม่ว่า โรงแรมสุโขทัย โรงแรมแมริออท เป็นต้น
เจ้าของ ดอยห่มฟ้ารีสอร์ท ยังบอกอีกว่า ในเร็ว ๆนี้เขาเตรียมจะตอกเสาเข็มสร้างโรงงาน
ผลิตน้ำผลไม้ น้ำดื่ม ยี่ห้อ คิโยอิ อีกด้วย รวม ๆ แล้วทั้งโครงการใช้เงินลงทุนไปร่วม 700 ล้านบาท รวมที่ดินและสิ่งปลูกสร้างและย้ำว่า "ผมตั้งใจจะผลิตไวน์ไทยไปขายเมืองนอก เป็นการรับประทานอาหารไทยควบคู่กับไวน์ไทย ตั้งเป้าถึงขั้นส่งขายที่ฝรั่งเศส เพราะคิดว่า คุณภาพไวน์ไทยไม่แพ้ของนอก "
ดังนั้นถ้า must go ดอยห่มฟ้า รีสอร์ท นอกจากได้นอนกลางขุมเขามีธรรมชาติเป็นเพื่อน
แล้วเผลอ ๆ คิดอยากจะเป็นชาวไร่องุ่น ทำไร่ชา หรืออยากเป็นช่างเจียระไนพลอย สักครั้งหนี่งในชีวิตก็คงไม่ผิดหวัง สนมราคาห้องพักคืนละ 6,500-15,000 บาท สอบถามได้ที่ 053-914999
แหล่งข่าว: http://www.thannews.th.com" onclick="window.open(this.href);return false;
ภาพประกอบข่าว: http://www.chiangraiphotoclub.com" onclick="window.open(this.href);return false;