Page 1 of 1

ผ่าท่องเที่ยววาระแห่งชาติ

Posted: Thu Nov 05, 2009 9:38 pm
by Sam
Imageใกล้จะครบปีแล้วสำหรับการผลักดัน "ท่องเที่ยววาระแห่งชาติ" จากนโยบายที่เคยเป็นความหวังสำหรับผู้ประกอบการท่องเที่ยวในยุคเริ่มประกาศ นโยบาย มาถึงวันนี้ต่างต้องส่ายหน้ากับนโยบายนี้กันเป็นทิวแถว ว่างานนี้วาระแห่งชาติของใครกันแน่ ระหว่างประโยชน์ของการท่องเที่ยวไทยในภาพรวม กับผลประโยชน์ของกลุ่มก้อนทางการเมือง ที่หยิบชิ้นปลามัน ไปกินจนพุงกาง

++ใช้วาระแห่งชาติดึงงบเข้าตัวเอง
สิ่งที่จะสะท้อนจนกลายเป็นประเด็นที่สังคมตั้งข้อสงสัย คงหนีไม่พ้นเสียงสะท้อนจากภาคธุรกิจท่องเที่ยว ซึ่งเสียงส่วนใหญ่ต่างก็มองว่าแทบจะไม่ได้รับอานิสงส์ใดๆจากนโยบายดังกล่าว โดยเฉพาะในประเด็นสินเชื่อ ที่รัฐประกาศปาวๆว่าให้การส่งเสริม แต่ในทางปฏิบัติ การจะได้รับสินเชื่อก็ไม่ใช่เรื่องง่าย มีรายการเถียงกันไม่รู้จบ ทางหน่วยงานที่ปล่อยกู้ก็อ้างว่าปล่อยไม่ได้เพราะโรงแรมบางแห่งไม่มีใบ อนุญาต

แต่ทางสมาคมโรงแรมไทยก็ยืนยันว่าหากโรงแรมไหนไม่มีใบอนุญาตก็ไม่สามารถยื่น ขอสินเชื่อได้อยู่แล้ว เพราะไม่เข้าหลักเกณฑ์ โต้กันไปมาจนเหนื่อย ท้ายสุดก็กู้ได้เพียงไม่กี่ราย และยังมีนโยบายสินเชื่อแบบฟาสต์แทร็กต์อีก งานนี้เอกชนฟังแล้วก็เลยออกหูซ้ายทะลุหูขวาหรือเรียกง่ายๆว่าหมดหวัง เพราะยังไงก็ต้องช่วยตัวเองอยู่ดี

ขณะเดียวกันยังมีรายการเข้ามาล้วงลูกการทำงานของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวเนื่อง กับการท่องเที่ยว จากการกุมบังเหียนกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาของพรรคชาติไทยพัฒนา จนภาคเอกชนเรียกร้องกันจนเหนื่อยแถมร้องขอให้แตะเบรกบ้าง แต่ก็ดูเหมือนจะไร้ผล ไหนจะยังมีการสนับสนุนงบที่อ้างว่าส่งเสริมการท่องเที่ยว
ด้วยการอ้างว่าเรื่องท่องเที่ยวเป็นเรื่องวาระแห่งชาติ ซึ่งรัฐบาลต้องสนับสนุนงบมาใช้ในการส่งเสริมการท่องเที่ยว แต่จริงๆแล้วก็เห็นกันอยู่ว่าในหลายโครงการ ไม่ว่าจะเป็นเชฟกระทะเหล็ก การสนับสนุนกิจกรรมมวยไทย ก็ไม่ได้ช่วยเรื่องท่องเที่ยวอย่างแท้จริง งานนี้คนออกหน้ากลายเป็นการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยหรือททท. ที่กลายเป็นจำเลยสังคมไปเต็มเปา บางคนก็ยอมเป็นทาสนักการเมืองให้เข้ามาแสวงหาผลประโยชน์

++ดึงคนในคอนโทรลกุมงาน
ทั้งนี้หากจะว่ากันจริงๆปัญหาการเมืองเข้ามาล้วงลูกในองค์กรต่างๆที่พรรคการ เมืองนั้นๆกำกับดูแลอยู่ จะมีอยู่ในเกือบทุกยุคทุกสมัย ไม่ว่าจะรัฐบาลไหน ก็เห็นททท.เป็นผลประโยชน์ที่เข้ามาเกาะ ผันงบเพื่อหาเสียงให้กับตัวเองกันทั้งนั้น หรือแม้แต่ผุดไอเดียสารพัดโครงการที่ไม่ได้สะท้อนการส่งเสริมการท่องเที่ยว อย่างแท้จริง ที่เห็นกันอยู่ทุกวันนี้ก็รังแต่จะสร้างปัญหาให้ไม่รู้จบ ทั้งไทยแลนด์อีลิทการ์ด หรือแม้แต่ไทยจัดการลองสเตย์ แต่ก็คงไม่มียุคไหนที่ทำให้เกิดความแตกแยกและอึดอัดใจให้แก่ผู้ปฏิบัติงาน ได้มากที่สุดเท่ายุคนี้

ที่เป็นเช่นนี้เพราะจะเห็นได้ว่าหน่วยงานหลักๆด้านการท่องเที่ยว มีการวางหมากดึงคนของตัวเองเข้าไปเป็นบิ๊กบอสของตัวเองกันนั้น ไม่ว่าจะเป็น หน่วยงานในกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ที่อยู่ในคอนโทรลมานานชนิดให้หันทางไหนก็พร้อมเสมอ หรือแม้แต่ล่าสุดบิ๊กบอส สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ(องค์การมหาชน)หรือสสปน. ทั้งประธานบอร์ดไปจนถึงเอ็มดีสสปน.คนใหม่ อรรคพล สรสุชาติ ก็ปฏิเสธไม่ได้ถึงโลโกพรรคชาติไทยพัฒนาที่ติดตัวมา ที่งานนี้พล.ต. สนั่น ขจรประศาสน์ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนารีเควสเอง

ก็เหลือแต่บอสของททท.นั่นแหละที่หลังจากดึงเกมสรรหาผู้ว่าการททท.มายาวนาน ด้วยข้ออ้างสารพัด จนต้านแรงกดดันไม่ไหว จนมีการปิดสรรหา แต่งานนี้ก็ยังมีการวางหมากด้วยการส่งคนของตัวเองเข้ามาสมัครเหมือนเคย แต่ก็มีรายการเผื่อไว้ว่าหากต้านกระแสกดดันจากภาคธุรกิจและคนในททท.ไม่ไหว ก็พร้อมมีตัวสำรองที่สั่งได้อยู่แล้วเสียบแทนได้ทุกเมื่อ หลังสกัดตัวเต็งพ้นอกไปได้ ซึ่งงานนี้ก็ต้องจับตาดูกันต่อว่าเด็กดีที่ยอมเดินข้างฝ่ายการเมืองต่อไป หรือจะกลับมากู้ภาพลักษณ์และสมานรอยแตกแยกในองค์กรกลับมาเหมือนเดิมได้หรือ ไม่

เพราะไม่เช่นนั้นก็คงน่าเศร้าใจสำหรับการท่องเที่ยวไทย เพราะในช่วงการดึงเกมสรรหาผู้ว่าการททท. มานาน ทำให้ททท.ในขณะนี้เกิดภาวะอ่อนแอถึงขีดสุด ทั้งสารพัดงบของททท.ที่ลงไปยังสุพรรณบุรี โดยเฉพาะพิพิธภัณฑ์ลูกหลานแดนมังกร กิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัด ไม่เพียงแต่เรื่องการจัดสรรงบประมาณเท่านั้น การทำงานของฝ่ายบริหารททท.ก็ยังถูกล้วงลูกการทำงานอย่างใกล้ชิด โดยนายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตหัวหน้าพรรคชาติไทยที่มักจะเรียกผู้บริหารททท.เข้าไปพบที่บ้านเพื่อสอบ ถามการทำงานและสั่งงานอยู่เป็นประจำ รวมถึงการติดตามผลงานต่างๆโดยให้ททท.รายงานการทำงานทั้งหมด

++กินรวบงบไทยเข้มแข็ง
หรือแม้แต่ล่าสุดโครงการต่างๆภายใต้งบไทยเข้มแข็งก็มีรายการรับไปเหนอะๆ ทั้งงบที่
สำนักงานพัฒนาการท่องเที่ยว(สพท.)ได้รับวงเงิน 146 ล้านบาท ก็ยังมีรายการที่ต้องลงในลิสของโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์แหล่งท่องเที่ยว 3 แห่ง ได้แก่ บึงสีไฟ จ.พิจิตร 60 ล้านบาท บึงสีไฟ จ.สุพรรณบุรี (ซื้อเตาเผาขยะ ติดตั้งเครื่องผลิตปุ๋ยชีวภาพ และก่อสร้างสวนสุขภาพ)46 ล้านบาท และศาลหลักเมือง จ.สุพรรณบุรี 40 ล้านบาท สร้างอาคารจำหน่ายสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ จัดทำรางระบายน้ำ และกำแพงรอบบริเวณศาล ด้วยข้ออ้างว่ามีความพร้อมและมีชื่อเสียง เป็นจังหวัดที่นักท่องเที่ยวเดินทางไปอย่างต่อเนื่อง แต่ลึกๆคงปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นฐานเสียงของใคร
ขณะเดียวกันยังมีรายการเล็งของบกระตุ้นท่องเที่ยวช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี นี้อีกร่วม 300 ล้านบาทโดยให้ททท.ออกหน้า จากเดิมที่ได้รับงบจากไทยเข้มแข็งไปแล้วก่อนหน้านี้ 106 ล้านบาท เพื่อแลกกับการดันตัวเลขนักท่องเที่ยวปีนี้14 ล้านคน ซึ่งงบส่วนใหญ่จะใช้สำหรับการประชาสัมพันธ์ ซึ่งในทางปฏิบัติเหลือเวลาอีก 2 เดือน ก็คงต้องถามว่าโจทย์ที่ตั้งเป้าไว้ 14 ล้านบาท กับแผนที่เสนอไปนั้นทำได้จริงหรือ เพราะวีรกรรมการใช้งบที่การเมืองมาหาผลประโยชน์อย่างที่เคยทำมา ก็ยังไม่เห็นเอกชนออกมาปรบมือให้สักราย นี่หรือท่องเที่ยววาระแห่งชาติ

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 2,476 05 พ.ย. - 07 พ.ย. 2552 http://www.thannews.th.com/index.php?op ... Itemid=448" onclick="window.open(this.href);return false;