"ดอยตุง" แห่งแรงบันดาลใจ อุทยานความสุขครับขวัญปีใหม่

ข่าวกิจกรรมท่องเที่ยวในพื้นที่ภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ประกอบด้วย เชียงราย สิบสองปันนา เชียงตุง-เมืองลา หลวงพระบาง
Post Reply
Sam
Site Admin
Posts: 1786
Joined: Sun Mar 11, 2007 9:03 pm
Location: เชียงราย
Contact:

"ดอยตุง" แห่งแรงบันดาลใจ อุทยานความสุขครับขวัญปีใหม่

Post by Sam »

Image
"ดอยตุง" แห่งแรงบันดาลใจ อุทยานความสุขคลังของขวัญปีใหม่

คอลัมน์ พาทัวร์

โดย เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน [email protected]

นั่งรถข้ามเขาหลายลูกมานับครั้งไม่ถ้วน พอไปถึงก็เลยรู้สึกเหนื่อย ด้วยเพราะ "โครงการพัฒนาดอยตุง" ที่ตั้งอยู่บนยอดภูผาสูงเสียดฟ้าแห่งนี้ "สมเด็จย่า" ทรงมีแรงบันดาลใจสร้างสรรค์คุณูปการมหาศาลแก่พสกนิกรไทยหลายชั่วอายุคนได้มี ลมหายใจแห่งชีวิตหลอมรวมชาติพันธุ์เป็นหนึ่งเดียวกัน เป็นแหล่งเรียนรู้วิถีชีวิต วัฒนธรรมประเพณี เพื่อนพ้องชาวเขาเผ่าต่าง ๆ ชุบหัวใจผู้คนให้เบิกบานอยู่ตลอดเวลา จากอุทยานไม้เมืองหนาวจากทั่วทุกมุมโลกหลายพันชนิด ชูช่อต้อนรับนักท่องเที่ยวทุกฤดูในอุณหภูมิเย็นสบาย 10-20 องศาเซลเซียส

จุดดึงดูดนักท่องเที่ยวยังคงเป็นพระตำหนักดอยตุง "สวนรุกขชาติ ดอยช้างมูบ" ดินแดนแห่งกุหลาบพันปีนานาพรรณ "สวนแม่ฟ้าหลวง" ละลานตาด้วยแปลงไม้ดอกไม้พุ่มจากทุกมุมโลก"ไร่แม่ฟ้าหลวง" หรืออุทยานศิลปะและวัฒนธรรม จัดแสดงศิลปะ วัฒนธรรม ดนตรี ละคร เหมาะจะจัดธีมงานเลี้ยงโรแมนติก

ใหม่ล่าสุดเพิ่งจะเปิดเมื่อตุลาคม ที่ผ่านมา คือ "หอแห่งแรงบันดาลใจ" เดิมเป็นหอพระราชประวัติสมเด็จพระศรีนครินทรา บรมราชชนนี ปัจจุบันปรับปรุงเป็นสถานที่จัดแสดงนิทรรศการถาวร รวบรวมเรื่องราวของ "ราชสกุลมหิดล" ทรงเป็นแรงบันดาลใจให้กัน สร้างความร่มเย็นเป็นสุขของแผ่นดินไทยให้คนในชาติทำความดี เพื่อประโยชน์ของส่วนรวม

ภายในหอแห่งแรงบันดาลใจ แบ่งเป็น 7 ห้อง ห้องที่ 1 : ราชสกุลมหิดล กล่าวถึงครอบครัวหนึ่งในราชสกุล 5 พระองค์ แต่ละพระองค์ทรงบทบาทต่าง ๆ อย่างสัมพันธ์กัน ห้องที่ 2 : เรื่องราวราชสกุลผ่านพระราชประวัติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี จากเด็กสาวสามัญ (เด็กหญิงสังวาลย์) ผู้ทรงอบรมเลี้ยงดูพระโอรส พระธิดา ซึมซับพระราชปณิธานแรงกล้าของสมเด็จพระบรมราชชนก ทรงเป็นแม่ของลูก และสุดท้ายเป็นแม่ฟ้าหลวงที่ทรงอุทิศพระองค์เพื่อให้ประชาชนมีโอกาสในชีวิต ที่ดีขึ้น ห้องที่ 3 : การกลับคืนสู่มาตุภูมิของราชสกุลมหิดล หลังเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 จากชีวิตส่วนพระองค์เรียบง่ายมาทรงรับหน้าที่สูงสุดในฐานะพระมหากษัตริย์ของ ประชาชน ห้องที่ 4 ความทุกข์ยากของประชาชน สะท้อนมิติปัญหาคุกคามคุณภาพชีวิตประชาชนสิ่งแวดล้อม ทรงร่วมกันต่อสู้เพื่อประโยชน์สุขของชาติ

ห้องที่ 5 : แบบแผนการแก้ปัญหา ความทุกข์ยากของประชาชนอย่าง ยั่งยืน ได้ประมวลพระวิสัยทัศน์ หลักการ วิธีการทรงงานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เข้าใจถึงการพัฒนาแก้ปัญหาผ่านอุปกรณ์ธรรมดาทรงงาน แผนที่ วิทยุสื่อสาร ดินสอ กล้องถ่ายรูป บอกเล่าแนวทางแก้ปัญหาน้ำ 4 ภูมิประเทศ บนภูเขา-ต้นน้ำ แถบที่ราบสูง-กลางน้ำ แถบที่ราบลุ่ม-ในเมือง แถบชายฝั่งทะเล นักท่องเที่ยวสามารถทดลองเรียนรู้ด้วยตนเองผ่านระบบชาโดว์ แอนิเมชั่น ห้องที่ 6 : แบบแผนการแก้ปัญหาความทุกข์ยากของประชาชนบน ดอยตุง ห้องที่ 7 : ห้องแห่งแรงบันดาลใจ แต่ละห้องจัดฉายภาพยนตร์สั้น 5-7 นาที ของโครงการปิดทองหลังพระในชุด "ในหลวงคือแรงบันดาลใจ" ต่อเนื่องกันตลอด 11 เรื่อง

อีกทั้งยังได้ต่อยอดผลิตภัณฑ์อันหลากหลายแบรนด์ "ดอยตุง" ต้อนรับเทศกาล ปีใหม่ โครงการพัฒนาดอยตุงฯ เปิดตัวชุดของขวัญ Doi Tung Gift Set 2010 เริ่มจำหน่าย 15 พฤศจิกายนนี้ถึง 31 มกราคม 2553 เพื่อเป็นของแทนใจจากฝีมือชาวเขา ออกแบบโดยดีไซเนอร์ชั้นนำของมูลนิธิ แม่ฟ้าหลวง มีทั้งคุณค่าและมูลค่า ซึ่งนำวัตถุดิบธรรมชาติผสมผสานกับภูมิปัญญาท้องถิ่นแฝงกลิ่นอายความเป็นสากล อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นเนกไท ผ้าพันคอทอมือ ชุดเซรามิก ชุดกาแฟ ผลิตภัณฑ์กระดาษสา ฯลฯ นำมาจัดเป็นกระเช้ารวมผลิตภัณฑ์อาหารขึ้นชื่ออย่างกาแฟ แมคคาเดเมีย สร้างรายได้ช่วยให้ชาวเขามีรายได้ยั่งยืน

หาซื้อได้ที่ร้านดอยตุง ไลฟ์สไตล์ทุกสาขา ได้แก่ สาขาสวนลุมไนท์บาซาร์ สยามดิสคัฟเวอรี่ ตลาดบองมาร์เช่ บนดอยตุง จ.เชียงราย สาขาถนนนิมมานเหมินท์ จ.เชียงใหม่ และร้านดอยตุงไลฟ์สไตล์ ตรงข้ามตลาดหัวหิน หารายละเอียดที่ http://www.doitung.org" onclick="window.open(this.href);return false; และ tourism@ doitung.org

แหล่งข่าว: หน้า 25 วันที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552 ปีที่ 33 ฉบับที่ 4157 ประชาชาติธุรกิจ http://www.prachachat.net/view_news.php ... 2009-11-12" onclick="window.open(this.href);return false;
ภาพประกอบข่าว: http://www.chiangraiphotoclub.com/index ... =883;image" onclick="window.open(this.href);return false;
Sam
Site Admin
Posts: 1786
Joined: Sun Mar 11, 2007 9:03 pm
Location: เชียงราย
Contact:

"หอแห่งแรงบันดาลใจ" ต้นแบบการดำเนินชีวิตอย่างมีคุณค่า

Post by Sam »

"หอแห่งแรงบันดาลใจ" ต้นแบบการดำเนินชีวิตอย่างมีคุณค่า

โดย ตวงศักดิ์ ชื่นสินธุ

Image
(ภาพซ้าย) สมเด็จพระมหิตลาธิเบศรอดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี
(ภาพขวา) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช

"ดอยตุง" จ.เชียงราย ยามปลายฝนต้นหนาวอย่างนี้ เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวที่มุ่งหน้าขึ้นไปเที่ยวชม "พระตำหนักดอยตุง" สถานที่ซึ่งครั้งหนึ่งเป็นที่ประทับของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี "แม่ฟ้าหลวง" ของปวงไทย พร้อมกับชมความงามของดอกไม้นานาพันธุ์ที่ชูช่ออยู่ภายใน "สวนแม่ฟ้าหลวง"

ห่างจากพระตำหนักดอยตุง-ใกล้กับสวนแม่ฟ้าหลวง เพียงใช้เวลาเดินไม่กี่นาที เป็นที่ตั้งของ "หอแห่งแรงบันดาลใจ" สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมแห่งใหม่บนดอยตุง

ที่มาของหอแห่งแรง บันดาลใจนั้น "คุณหญิงพวงร้อย ดิศกุล ณ อยุธยา" ผู้อำนวยการบริหารโครงการพัฒนาดอยตุง เล่าว่า เกิดจากการจัดนิทรรศการ "แสงหนึ่งคือรุ้งงาม" ซึ่งเป็นนิทรรศการแสดงพระประวัติและพระกรณียกิจในสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เมื่อเดือนพฤษภาคม ปี 2550

เสร็จสิ้นแล้ว คณะกรรมการจัดงานและมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ก็มีความเห็นว่า ควรนำส่วนหนึ่งของนิทรรศการแสงหนึ่งคือรุ้งงามมาจัดแสดงเป็นการถาวร ณ "หอพระราชประวัติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี" ในพื้นที่โครงการพัฒนาดอยตุงฯ อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย แต่ต่อมาคณะทำงานเห็นว่าหอพระราชประวัติก่อสร้างมานานแล้ว ควรมีการปรับปรุงสถานที่รวมทั้งเนื้อหาจัดแสดงใหม่ จึงเนรมิตให้เป็น "หอแห่งแรงบันดาลใจ" ใช้งบประมาณราว 28 ล้านบาท

งานนี้ "ร.อ.จิทัศ ศรสงคราม" นัดดาในสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ เป็นหัวหน้าคณะทำงานสร้างสรรค์ "หอแห่งแรงบันดาลใจ" ออกแบบโดยได้แนวคิดจากหยดน้ำ ที่แม้เพียงหยดเดียวก็สามารถส่งแรงกระจายไปเป็นวงกว้าง เปรียบได้กับสมาชิกราชสกุลมหิดลทุกพระองค์ที่ทรงเริ่มงานจากจุดเล็กๆ แต่ผลที่ได้นั้นยิ่งใหญ่และทำให้ทุกชีวิตบนผืนแผ่นดินไทยมีความสุข

Image
ห้องนิทรรศการในหอแห่งแรงบันดาลใจ

"หอแห่งแรงบันดาลใจจัดแสดงเรื่องราวของราชสกุลมหิดล เริ่มจากสมเด็จพระมหิตลาธิเบศรอดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช

"ทุกพระองค์ต่างทรงเรียนรู้และทรงเป็นต้นแบบของกันและกัน เพื่อสร้างประโยชน์และความสุขให้กับแผ่นดิน" คุณหญิงพวงร้อยบอก

"หอแห่งแรงบันดาลใจแบ่งออกเป็น 7 ห้อง นำเสนอนิทรรศการด้วยเทคโนโลยีทันสมัยน่าตื่นตาตื่นใจ"

ห้องแรก คือ "ราชสกุลมหิดล" แนะนำสมาชิกราชสกุลมหิดลทั้ง 5 พระองค์ มีผังราชสกุลที่ย้อนไปถึงพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า

ใกล้กันเป็นโซน "ดั่งหยดน้ำ" ที่ภายในห้องขนาด 25 ตารางเมตรนั้นมืดสนิท มีเพียงแสงจากวิดีโอฉายลงตรงอ่างน้ำที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1 เมตรครึ่งเท่านั้น ติดกันเป็นแผ่นป้ายสีฟ้าเขียนว่า "หอแห่งแรงบันดาลใจ เพียงหยดน้ำ หนึ่งหยดเล็กๆ ก็ส่งแรงกระเพื่อมสะเทือนไหว แต่ขยายยิ่งใหญ่ กว้างไกลไม่มีที่สิ้นสุด ราชสกุลมหิดล เปรียบได้ดั่งหยดน้ำหยาดลงบนแผ่นดิน สร้างความฉ่ำเย็นให้ชนทั้งมวล"

ห้องนี้ใช้น้ำจริงๆ หยดลงมา ขณะเดียวกันก็ใช้เทคนิคการฉายภาพเพื่อช่วยทำให้เห็นแรงกระเพื่อมของน้ำ เมื่อน้ำกระเพื่อมเป็นวงก็จะมีภาพฉายขึ้นมาเป็นประโยค เช่น "หยดน้ำคือความหวัง" "หยดน้ำคือความฉ่ำเย็น" "หยดน้ำคือชีวิต" "หยดน้ำคือจุดกำเนิด" เป็นต้น

ถัดมาเป็นห้อง "เรื่องราวของราชสกุลผ่านพระราชประวัติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี" กล่าวถึงพระราชประวัติสมเด็จย่าในแต่ละช่วงเวลา ตั้งแต่ยังทรงเป็นเด็กสาวสามัญ กระทั่งได้เป็นคู่ชีวิตของเจ้าฟ้า ได้เห็นและเรียนรู้พระจริยวัตรในสมเด็จพระมหิตลาธิเบศรอดุลยเดชวิกรมฯ และทรงนำมาเลี้ยงดูพระโอรสและพระธิดาทั้ง 3 พระองค์ ตลอดจนการอุทิศพระองค์เพื่อให้ประชาชนคนไทยมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น นำเสนอแต่ละช่วงพระชนมายุผ่านการฉายหนัง

Image
(ภาพบน) หอแห่งแรงบันดาลใจ
(ภาพล่าง) นิทรรศการภายในหอแห่งแรงบันดาลใจ

การปฏิวัติ พ.ศ.2475 เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของหลายเรื่องราว หนึ่งในนั้นคือสมาชิกพระองค์หนึ่งในราชสกุลมหิดลที่เสด็จนิวัติกลับสู่ผืน ดินไทย ด้วยทรงตระหนักถึงความรับผิดชอบที่ทรงมีต่อประเทศชาติ เป็นที่มาของห้องที่ 3 "การกลับคืนสู่มาตุภูมิของราชสกุลมหิดล"

ห้องที่ 4 "ความทุกข์ยากของประชาชน" นำเสนอหลายปัญหาที่กระทบต่อชีวิตของคนไทย ทั้งปัญหาการตัดไม้ทำลายป่า การขาดแคลนน้ำ สภาวะแห้งแล้ง ซึ่งเป็นปัญหาที่สมาชิกราชสกุลมหิดลทุกพระองค์ทรงรับรู้และทรงช่วยกันหาทาง แก้ไขปัญหา ต่อด้วยห้องที่ 5 "แบบแผนการแก้ปัญหาความทุกข์ยากของประชาชนอย่างยั่งยืน" จัดแสดงเนื้อหาเกี่ยวกับการทรงงานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่เสด็จพระ ราชดำเนินไปทั่วทุกแห่งในประเทศไทย เพื่อทรงแก้ปัญหา โดยทรงยึดหลัก "เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา"

ภายในส่วนนี้ยังนำวิธีการแก้ปัญหาน้ำใน 4 ภูมิประเทศ นั่นคือ บนภูเขา-ต้นน้ำ ที่ราบสูง-กลางน้ำ ที่ราบลุ่ม-ในเมือง และแถบชายฝั่งทะเล ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงใช้เวลาศึกษาทดลองกระทั่งได้ผลดีมาจัด แสดงให้ชม ซึ่งประชาชนที่เข้าชมสามารถรับรู้เรื่องราวเกี่ยวกับโครงการพระราชดำริได้ ผ่าน "ชาโดว์ แอนิเมชั่น" ที่ทำเป็นจอขนาดใหญ่ หากสนใจโครงการพระราชดำริโครงการไหน ก็ชูมือให้เงาขึ้นที่หน้าจอ ตัวละครก็จะออกมาอธิบายความเป็นมาของโครงการพระราชดำรินั้น อย่าง โครงการกังหันชัยพัฒนา โครงการสร้างเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เป็นต้น

ต่อด้วยห้อง "แบบแผนการแก้ปัญหาความทุกข์ยากของประชาชนบนดอยตุง" สะท้อนพระวิสัยทัศน์สมเด็จย่าที่ทรงริเริ่มโครงการพัฒนาดอยตุง เพื่อช่วยเหลือให้ชาวเขามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยทรงศึกษาจากโครงการในพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและทรงนำมา ปรับใช้

ห้องสุดท้าย คือ "ห้องแห่งแรงบันดาลใจ" แสดงถึงความใกล้ชิดและความผูกพันระหว่างสมาชิกราชสกุลมหิดลทั้ง 5 พระองค์ ซึ่งต่างเรียนรู้และเป็นแรงบันดาลใจให้แก่กัน และทุกพระองค์ต่างทรงงานหนักเพื่อประชาชนคนไทยได้มีความสุข

ห้องนี้ ทิ้งคำถามให้ผู้ชมได้คิดว่า สิ่งที่ได้เรียนรู้จากหอแห่งแรงบันดาลใจนั้น ผู้ชมจะสามารถนำไปปรับใช้กับชีวิตได้อย่างไร และจะสามารถทำอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อตนเองและสังคมได้บ้าง

"กว่าจะออกมาเป็นหอแห่งแรงบันดาลใจได้ต้องมีการค้นคว้าข้อมูลเยอะมาก อยากให้ผู้ชมได้แรงบันดาลใจจากการเข้าชม ถ้าหากได้แรงบันดาลใจแล้วนำไปใช้ในด้านที่มีประโยชน์ จากจุดเล็กๆ ก็กลายเป็นจุดใหญ่ สังคมก็ดีขึ้นได้" คุณหญิงพวงร้อยบอก

"หอแห่งแรงบันดาลใจ" เปิดให้เข้าชมทุกวัน ระหว่างเวลา 08.00-17.30 น. โดยเสียค่าผ่านประตูคนละ 50 บาท

"พสกนิกรชาวไทย อยู่เย็นเป็นสุข ก็ด้วยพระมหากรุณาธิคุณ ดังเรื่องราวที่ปรากฏใน "หอแห่งแรงบันดาลใจ" ที่เมื่อเปรียบกับ "น้ำ" แม้เพียงหนึ่งหยดเล็กๆ ก็ส่งแรงกระเพื่อมสะเทือนไหว และขยายยิ่งใหญ่ กว้างไกลไม่มีที่สิ้นสุด"

วันที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552 ปีที่ 32 ฉบับที่ 11577 มติชนรายวัน หน้า 20 http://matichon.co.th/matichon/view_new ... 2009-11-20" onclick="window.open(this.href);return false;
Post Reply