สถานการณ์ท่องเที่ยวไทยส่งสัญญาณฟื้นใน WTM09
Posted: Thu Nov 19, 2009 9:20 am
ไทยส่งสัญญาณฟื้นใน WTM09 ยูโรฯชี้ทางสว่าง-ก.ท่องเที่ยวปั๊มเพิ่ม1 ล.คน
ยูโร มอนิเตอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล องค์กรด้านการวิจัยอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและการเดินทางไร้พรมแดน ในเวที "World Travel Market : WTM 2009" ด้วยการส่งสัญญาณให้เห็นว่า "ธุรกิจท่องเที่ยว" ปัจจุบันและอนาคตอีก 4 ปี ระหว่าง 2552-2556 พึงดำเนินกิจการอย่างระมัดระวังจากปรากฏการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นจาก 9 เรื่อง ได้แก่
1.รายได้รวมตลอดปี"52 ทั่วโลกลดลง 40%
2.บริติช แอร์เวย์สต้องลดโครงสร้างองค์กรปรับกลยุทธ์หันใช้กลยุทธ์พึ่งพาพันธมิตร ธุรกิจเป็นหลัก ขณะที่เจแปนแอร์ไลน์ต้องขอรับความช่วยเหลือจากรัฐบาล
3.กลุ่มโลว์คอสต์ แอร์ไลน์ต้องบาดเจ็บ เมื่ออัตราการบรรทุกเฉลี่ยลด 2% ยอดขายหายไป 16% จน ยักษ์ใหญ่อย่าง Ryanair ซึ่งเคยมีผู้โดยสารใช้บริการสูงสุดถึง 63 ล้านคน/ปี ต้องปิดศูนย์กลางการบินพร้อมกับชะลอสั่งซื้อฝูงบิน
4.โลว์คอสต์ แอร์ไลน์ในยุโรปอีกหลายเจ้าไม่ว่าจะเป็นสโลวาเกียน สกายยุโรปผู้ที่เคยมีบทบาทสูงต้นแบบโมเดลธุรกิจขนาดกลางและเล็กกลับต้อง เผชิญความ ยุ่งยากทางเครดิตการเงิน
5.อุตสาหกรรมห้องพักโรงแรมอ่อนล้าลงมากจนทั่วโลกต้องพึ่งพากลยุทธ์ดัมพ์ราคา ต่ำลงติดต่อกันเป็นเวลานานแต่การลดราคากลับมีผลร้ายตามมา เมื่อรายได้จากการเข้าพักยังคงดิ่งลงอย่างต่อเนื่อง 6.STR Global องค์กรสำรวจติดตามความเคลื่อนไหวท่องเที่ยวทั่วโลกโชว์รายได้เฉลี่ยห้องพัก 8 เดือนแรก ปี 2552 ทุกทวีปลดลง อเมริกา -19% แอฟริกา/ตะวันออกกลาง เอเชีย ยุโรป-29%
7.การท่องเที่ยว กรุงมาดริด สเปน เป็นพยานชัดเจนจากจำนวนนักท่องเที่ยวตกลงอย่างน่าใจหาย -40% แถมตลาดในประเทศยังอ่อนแอถึงขั้นยกเลิกการจ้างงานทันที 20%
8.เชนโรงแรมอินเตอร์ที่มีเครือข่ายครอบคลุมทุกทวีปต้องตัดสินใจลดค่าห้องทั่วโลก เช่น แมริออต
9.โรงแรมต้องปรับแบรนด์และสถานะธุรกิจสร้างแบรนด์ประหยัดเพื่อช่วยฟื้นฟู กำลังซื้อตลาดทั่วไปและธุรกิจ เพราะผลพวงจากไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009
สำหรับ "อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย" เจ้าของธุรกิจบริษัทค้าส่งท่องเที่ยว โรงแรม รีสอร์ต ที่เดินทางเข้าร่วมการขายใน WTM 2009 กว่า 80% แสดงความเห็นตรงกัน โดยพุ่งเป้าไปยังเจ้าของธุรกิจ 3 เชนใหญ่ของประเทศ ได้แก่ แอคคอร์กรุ๊ป เซ็นทารากรุ๊ป แกรนด์ไฮแอทกรุ๊ป เป็นหัวหอกทำสัญญา "ดัมพ์ราคา" ให้แก่คู่ค้านานาประเทศ จนเพื่อนร่วมอุตสาหกรรมแสดงความหวั่นวิตกว่ากลยุทธ์ดังกล่าวจะ ส่งผลถึงภาพรวมกำไรต่อหน่วย (yield) จากรายได้ท่องเที่ยวของประเทศจะฟื้นตัว ช้ากว่าสมาชิกอาเซียนประเทศอื่น
นายชุมพล ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ก่อนและหลังเข้าร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูลทางธุรกิจกับคู่ค้าทั่วโลกในงาน WTM 2009 ได้กำหนดทิศทางนโยบายเร่งด่วนให้ ททท. ภูมิภาคยุโรป ซึ่งมีสำนักงานสาขา 6 แห่ง ดูแล 15 ประเทศ บวกภาคพื้นยุโรปตะวันออก ดึงรายได้เข้าประเทศใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา 6 หมื่นล้านบาท ทุ่มเททำกิจกรรมกระตุ้น 3 เดือนสุดท้าย เพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวอีก 1 ล้านคน เพราะความสามารถในการฟื้นตัวของกำลังซื้อจากสหภาพยุโรปมีสูง เป็นลูกค้ายั่งยืนปรับตัวเร็ว อีกทั้งเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2552 ได้เจรจากับผู้บริหารสายการบินเอมิเรตส์และธนาคารรายใหญ่ของยุโรปสนับสนุน การค้าท่องเที่ยวร่วมกันในอนาคต มุ่งขยายเที่ยวบินเช่าเหมาลำ (charter flight) เจาะจงขายโปรดักต์ที่ได้รับความสนใจเฉพาะกลุ่ม (niche market) ด้วยธีม Green Tourism อนุรักษ์ธรรมชาติปกป้องโลกร้อน
เนื่องจากสถิติ 9 เดือนแรก มกราคม-กันยายน 2552 ไทยกวาดตลาดยุโรปมาได้แล้ว 2,67,780 คน จากอังกฤษ 599,303 คน สวิตเซอร์แลนด์ 100,282 คน สวีเดน 230,463 คน รัสเซีย 197,782 คน เนเธอร์แลนด์ 145,496 คน อิตาลี 117,803 คน นอร์เวย์ 84,175 คน สเปน 54,479 คน เยอรมนี 390,497 คน ฝรั่งเศส 306,723 คน เดนมาร์ก 107,357 คน เบลเยียม 56,052 คน ไอร์แลนด์ 40,603 คน ฟินแลนด์ 104,621 คน ออสเตรเลีย 59,210 คน และยุโรปตะวันออก เช่น โปแลนด์ กลุ่มเบเนลักซ์ รวม 73,934 คน
โดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาขอ รัฐบาลสนับสนุนอย่างเต็มที่ทั้งงบฯกระตุ้นเศรษฐกิจ 1,000 ล้านบาท งบฯไทยเข้มแข็ง 2,000 ล้านบาท และยืดเวลายกเว้น ค่าธรรมเนียมวีซ่านักท่องเที่ยวทั่วโลกไปจนถึง 31 มีนาคม 2553 ภายใต้สถานการณ์การเมืองคลี่คลาย เศรษฐกิจโลกฟื้นตัว ไทยไม่มีโรคระบาดไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 อีกแล้ว เป็นช่วงฤดูท่องเที่ยว ปัจจัยบวกทั้งหมดจะช่วยทำตลาดยุโรปให้ถึงเป้า 5,599,303 คน โดยเฉพาะอังกฤษปีนี้ต้องได้ 1 ล้านคน มากกว่าที่ตั้งไว้เพียง 7 แสนคน
นายประเสริฐ อิศวพรชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทัวร์อีสต์ จำกัด ผู้นำนักท่องเที่ยวอังกฤษและออสเตรเลียเข้าเมืองไทยอันดับ 1 เปิดเผยว่า ตลาดออนไลน์ในสหราชอาณาจักรกำลังมาแรง เอเย่นต์ทัวร์จึงหันมาเปิดเว็บไซต์ดอตคอมเพื่อชิงส่วนแบ่งตลาดให้ได้มากที่สุด อาทิ แปซิฟิกเวิร์ลด์ ส่วนพันธมิตรทัวร์อีสต์ผนึกกำลังกันเต็มที่ในงาน WTM 2009 กับกลุ่มคู่ค้าหลัก เครือพรีเมียร์ แทรเวลแบ็ก แทรเวลทู เจอร์นีย์ออฟเดสติเนชั่น Stalla Group ใช้ศักยภาพเครือข่ายคอร์ปอเรตอำนวยความสะดวกแก่เอเย่นต์ สายการบินด้วยระบบจองหรือสำรองการซื้อขายง่ายที่สุด สร้างสิ่งอำนวยความสะดวกเข้าถึงกลุ่มทำงานง่ายขึ้นโดยไม่ตัดราคาเจ้าอื่น ส่วนบริการก็ร่วมมือกับโรงแรมที่สนับสนุนป้องกันการดัมพ์ราคาทุกทาง
ส่วนสัญญาณการฟื้นตัวของกำลังซื้อจากยุโรปเข้าเมืองไทยเริ่มดีขึ้นตามลำดับภายใน ปลายปี 2553 แนวโน้มจะกลับมาคึกคักอีกครั้งภายใต้เงื่อนไขจะต้องไม่มีปัจจัยลบเข้ามาแทรก เพราะภาพรวมค่าเงินปอนด์กับบาทดีแต่ไม่พุ่งพรวดพราดนักท่องเที่ยวกลุ่มซ้ำ ยังรักการเที่ยวเมืองไทย ส่วนออสเตรเลียฟื้นเร็วมากเพราะอัตราแลกเปลี่ยนความคุ้มค่าเงินปรับจาก 24 บาท เป็น 31 บาท/เหรียญออสเตรเลีย ลูกค้าสามารถใช้จ่ายได้เต็มที่
ภาคเอกชนไทยที่เข้าร่วมขายในงาน WTM 2009 ให้ความเห็นหลังเสร็จสิ้นการเจรจาธุรกิจว่า นอกจากห่วงเรื่องการ ดัมพ์ราคาแล้ว กระแสตอบรับจากคู่ค้าดีขึ้น ตามลำดับ โรงแรมรีสอร์ตแถบชายฝั่งทะเลกว่า 40% สามารถทำสัญญาขึ้นราคา ปี 2553 สูงกว่าปีนี้อีก 2-5% งาน WTM 2009 จึงมีสัญญาณรวมท่องเที่ยวไทยจะฟื้นตัวได้เร็ว
หน้า 25 วันที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552 ปีที่ 33 ฉบับที่ 4159 ประชาชาติธุรกิจ http://www.prachachat.net/view_news.php ... 2009-11-19" onclick="window.open(this.href);return false;
ยูโร มอนิเตอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล องค์กรด้านการวิจัยอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและการเดินทางไร้พรมแดน ในเวที "World Travel Market : WTM 2009" ด้วยการส่งสัญญาณให้เห็นว่า "ธุรกิจท่องเที่ยว" ปัจจุบันและอนาคตอีก 4 ปี ระหว่าง 2552-2556 พึงดำเนินกิจการอย่างระมัดระวังจากปรากฏการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นจาก 9 เรื่อง ได้แก่ 1.รายได้รวมตลอดปี"52 ทั่วโลกลดลง 40%
2.บริติช แอร์เวย์สต้องลดโครงสร้างองค์กรปรับกลยุทธ์หันใช้กลยุทธ์พึ่งพาพันธมิตร ธุรกิจเป็นหลัก ขณะที่เจแปนแอร์ไลน์ต้องขอรับความช่วยเหลือจากรัฐบาล
3.กลุ่มโลว์คอสต์ แอร์ไลน์ต้องบาดเจ็บ เมื่ออัตราการบรรทุกเฉลี่ยลด 2% ยอดขายหายไป 16% จน ยักษ์ใหญ่อย่าง Ryanair ซึ่งเคยมีผู้โดยสารใช้บริการสูงสุดถึง 63 ล้านคน/ปี ต้องปิดศูนย์กลางการบินพร้อมกับชะลอสั่งซื้อฝูงบิน
4.โลว์คอสต์ แอร์ไลน์ในยุโรปอีกหลายเจ้าไม่ว่าจะเป็นสโลวาเกียน สกายยุโรปผู้ที่เคยมีบทบาทสูงต้นแบบโมเดลธุรกิจขนาดกลางและเล็กกลับต้อง เผชิญความ ยุ่งยากทางเครดิตการเงิน
5.อุตสาหกรรมห้องพักโรงแรมอ่อนล้าลงมากจนทั่วโลกต้องพึ่งพากลยุทธ์ดัมพ์ราคา ต่ำลงติดต่อกันเป็นเวลานานแต่การลดราคากลับมีผลร้ายตามมา เมื่อรายได้จากการเข้าพักยังคงดิ่งลงอย่างต่อเนื่อง 6.STR Global องค์กรสำรวจติดตามความเคลื่อนไหวท่องเที่ยวทั่วโลกโชว์รายได้เฉลี่ยห้องพัก 8 เดือนแรก ปี 2552 ทุกทวีปลดลง อเมริกา -19% แอฟริกา/ตะวันออกกลาง เอเชีย ยุโรป-29%
7.การท่องเที่ยว กรุงมาดริด สเปน เป็นพยานชัดเจนจากจำนวนนักท่องเที่ยวตกลงอย่างน่าใจหาย -40% แถมตลาดในประเทศยังอ่อนแอถึงขั้นยกเลิกการจ้างงานทันที 20%
8.เชนโรงแรมอินเตอร์ที่มีเครือข่ายครอบคลุมทุกทวีปต้องตัดสินใจลดค่าห้องทั่วโลก เช่น แมริออต
9.โรงแรมต้องปรับแบรนด์และสถานะธุรกิจสร้างแบรนด์ประหยัดเพื่อช่วยฟื้นฟู กำลังซื้อตลาดทั่วไปและธุรกิจ เพราะผลพวงจากไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009
สำหรับ "อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย" เจ้าของธุรกิจบริษัทค้าส่งท่องเที่ยว โรงแรม รีสอร์ต ที่เดินทางเข้าร่วมการขายใน WTM 2009 กว่า 80% แสดงความเห็นตรงกัน โดยพุ่งเป้าไปยังเจ้าของธุรกิจ 3 เชนใหญ่ของประเทศ ได้แก่ แอคคอร์กรุ๊ป เซ็นทารากรุ๊ป แกรนด์ไฮแอทกรุ๊ป เป็นหัวหอกทำสัญญา "ดัมพ์ราคา" ให้แก่คู่ค้านานาประเทศ จนเพื่อนร่วมอุตสาหกรรมแสดงความหวั่นวิตกว่ากลยุทธ์ดังกล่าวจะ ส่งผลถึงภาพรวมกำไรต่อหน่วย (yield) จากรายได้ท่องเที่ยวของประเทศจะฟื้นตัว ช้ากว่าสมาชิกอาเซียนประเทศอื่น
นายชุมพล ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ก่อนและหลังเข้าร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูลทางธุรกิจกับคู่ค้าทั่วโลกในงาน WTM 2009 ได้กำหนดทิศทางนโยบายเร่งด่วนให้ ททท. ภูมิภาคยุโรป ซึ่งมีสำนักงานสาขา 6 แห่ง ดูแล 15 ประเทศ บวกภาคพื้นยุโรปตะวันออก ดึงรายได้เข้าประเทศใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา 6 หมื่นล้านบาท ทุ่มเททำกิจกรรมกระตุ้น 3 เดือนสุดท้าย เพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวอีก 1 ล้านคน เพราะความสามารถในการฟื้นตัวของกำลังซื้อจากสหภาพยุโรปมีสูง เป็นลูกค้ายั่งยืนปรับตัวเร็ว อีกทั้งเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2552 ได้เจรจากับผู้บริหารสายการบินเอมิเรตส์และธนาคารรายใหญ่ของยุโรปสนับสนุน การค้าท่องเที่ยวร่วมกันในอนาคต มุ่งขยายเที่ยวบินเช่าเหมาลำ (charter flight) เจาะจงขายโปรดักต์ที่ได้รับความสนใจเฉพาะกลุ่ม (niche market) ด้วยธีม Green Tourism อนุรักษ์ธรรมชาติปกป้องโลกร้อน
เนื่องจากสถิติ 9 เดือนแรก มกราคม-กันยายน 2552 ไทยกวาดตลาดยุโรปมาได้แล้ว 2,67,780 คน จากอังกฤษ 599,303 คน สวิตเซอร์แลนด์ 100,282 คน สวีเดน 230,463 คน รัสเซีย 197,782 คน เนเธอร์แลนด์ 145,496 คน อิตาลี 117,803 คน นอร์เวย์ 84,175 คน สเปน 54,479 คน เยอรมนี 390,497 คน ฝรั่งเศส 306,723 คน เดนมาร์ก 107,357 คน เบลเยียม 56,052 คน ไอร์แลนด์ 40,603 คน ฟินแลนด์ 104,621 คน ออสเตรเลีย 59,210 คน และยุโรปตะวันออก เช่น โปแลนด์ กลุ่มเบเนลักซ์ รวม 73,934 คน
โดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาขอ รัฐบาลสนับสนุนอย่างเต็มที่ทั้งงบฯกระตุ้นเศรษฐกิจ 1,000 ล้านบาท งบฯไทยเข้มแข็ง 2,000 ล้านบาท และยืดเวลายกเว้น ค่าธรรมเนียมวีซ่านักท่องเที่ยวทั่วโลกไปจนถึง 31 มีนาคม 2553 ภายใต้สถานการณ์การเมืองคลี่คลาย เศรษฐกิจโลกฟื้นตัว ไทยไม่มีโรคระบาดไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 อีกแล้ว เป็นช่วงฤดูท่องเที่ยว ปัจจัยบวกทั้งหมดจะช่วยทำตลาดยุโรปให้ถึงเป้า 5,599,303 คน โดยเฉพาะอังกฤษปีนี้ต้องได้ 1 ล้านคน มากกว่าที่ตั้งไว้เพียง 7 แสนคน
นายประเสริฐ อิศวพรชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทัวร์อีสต์ จำกัด ผู้นำนักท่องเที่ยวอังกฤษและออสเตรเลียเข้าเมืองไทยอันดับ 1 เปิดเผยว่า ตลาดออนไลน์ในสหราชอาณาจักรกำลังมาแรง เอเย่นต์ทัวร์จึงหันมาเปิดเว็บไซต์ดอตคอมเพื่อชิงส่วนแบ่งตลาดให้ได้มากที่สุด อาทิ แปซิฟิกเวิร์ลด์ ส่วนพันธมิตรทัวร์อีสต์ผนึกกำลังกันเต็มที่ในงาน WTM 2009 กับกลุ่มคู่ค้าหลัก เครือพรีเมียร์ แทรเวลแบ็ก แทรเวลทู เจอร์นีย์ออฟเดสติเนชั่น Stalla Group ใช้ศักยภาพเครือข่ายคอร์ปอเรตอำนวยความสะดวกแก่เอเย่นต์ สายการบินด้วยระบบจองหรือสำรองการซื้อขายง่ายที่สุด สร้างสิ่งอำนวยความสะดวกเข้าถึงกลุ่มทำงานง่ายขึ้นโดยไม่ตัดราคาเจ้าอื่น ส่วนบริการก็ร่วมมือกับโรงแรมที่สนับสนุนป้องกันการดัมพ์ราคาทุกทาง
ส่วนสัญญาณการฟื้นตัวของกำลังซื้อจากยุโรปเข้าเมืองไทยเริ่มดีขึ้นตามลำดับภายใน ปลายปี 2553 แนวโน้มจะกลับมาคึกคักอีกครั้งภายใต้เงื่อนไขจะต้องไม่มีปัจจัยลบเข้ามาแทรก เพราะภาพรวมค่าเงินปอนด์กับบาทดีแต่ไม่พุ่งพรวดพราดนักท่องเที่ยวกลุ่มซ้ำ ยังรักการเที่ยวเมืองไทย ส่วนออสเตรเลียฟื้นเร็วมากเพราะอัตราแลกเปลี่ยนความคุ้มค่าเงินปรับจาก 24 บาท เป็น 31 บาท/เหรียญออสเตรเลีย ลูกค้าสามารถใช้จ่ายได้เต็มที่
ภาคเอกชนไทยที่เข้าร่วมขายในงาน WTM 2009 ให้ความเห็นหลังเสร็จสิ้นการเจรจาธุรกิจว่า นอกจากห่วงเรื่องการ ดัมพ์ราคาแล้ว กระแสตอบรับจากคู่ค้าดีขึ้น ตามลำดับ โรงแรมรีสอร์ตแถบชายฝั่งทะเลกว่า 40% สามารถทำสัญญาขึ้นราคา ปี 2553 สูงกว่าปีนี้อีก 2-5% งาน WTM 2009 จึงมีสัญญาณรวมท่องเที่ยวไทยจะฟื้นตัวได้เร็ว
หน้า 25 วันที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552 ปีที่ 33 ฉบับที่ 4159 ประชาชาติธุรกิจ http://www.prachachat.net/view_news.php ... 2009-11-19" onclick="window.open(this.href);return false;