ย้อนเวลาเที่ยวอ่างขาง ลุยป่าดื่มชาแวะชมราชพฤกษ์
Posted: Mon Dec 07, 2009 8:39 pm
คอลัมน์ พาทัวร์ โดย นฤมล เกษมสุข
กระเป๋าย่ามบรรจุขวดน้ำและเสบียงพร้อมให้คณะผู้เดินทางติดมือคนละใบ สัมภาระหนักถูกโยนเก็บบนรถตู้หมด ตามกำชับของเจ้าหน้าที่ป่าไม้ก่อนเริ่มต้น "เส้นทางเดินป่าย้อนรอยบุกเบิก ดอยอ่างขาง" ที่ "หม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี" ประธานมูลนิธิ โครงการหลวง เคยใช้สัญจรตั้งแต่สมัยยังไม่มีถนนผ่านมา 25 ปี จึงเริ่มมีถนนสายแรก
เดินทางจากที่ทำการ "อุทยานแห่งชาติดอยฟ้าห่มปก" ต้องเปลี่ยนจากรถตู้เป็นกระบะขับเคลื่อนสี่ล้อ ฝ่าทางลูกรังมาหยุดตรงชายป่า จุดเริ่มเส้นทางทรหด 8 กิโลเมตรข้ามภูเขา 5 ลูก ลิ้มรส ความเหนื่อยยากของคณะผู้บุกเบิกอ่างขาง เมื่อ 40 ปีว่าเป็นอย่างไร
อากาศกลางป่าฤดูหนาวเย็นสบายพอดีกับการเดินทางไกล ระยะทางเดินถึง "หมู่บ้านขอบด้ง" ปลายทาง บางคนใช้แค่ 2 ชั่วโมง "หม่อมเจ้าภีศเดช" ทรงตรัสเล่าว่า เป็นสถิติปกติที่ท่านทำได้ แต่บางคนใช้กว่า 3-4 ชั่วโมง เพื่อชมธรรมชาติ ถ่ายรูปวิวทิวทัศน์สวยงามและสมบูรณ์แบบที่น้อยคนนักจะย่ำผ่าน ทิวสนสองใบ ต้นไม้เขียวชอุ่มแซงสูงสลับยอดหญ้า ให้ความรู้สึกเหมือนกำลัง ตามรอยเท้าคณะบุกเบิกดอยอ่างขาง ในอดีตอยู่จริง ๆ
ในวาระครบ 40 ปี โครงการหลวงและสถานีเกษตรหลวงอ่างขาง มูลนิธิโครงการหลวงจัดทริปพิเศษย้อนรอยผู้รับสนองพระบรมราชโองการพ่อหลวง แม้จะเหน็ดเหนื่อยก็หายเป็นปลิดทิ้งเมื่อมาถึงแปลงสตรอว์เบอร์รี่ของชาวบ้าน ขอบด้ง ชนเผ่ามูเซอดำ ได้ชิมผลสดจากไร่ ชมพระอาทิตย์ตกดินลับเหลี่ยมเขา เข้าเยี่ยม "เจอะหมอ" ผู้อาวุโสวัย 82 ปี ผู้ที่ได้เข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เล่าความประทับใจที่พระองค์ทรงพลิกฟื้นไร่ฝิ่นเป็นแปลงพืชผักผลไม้เมืองหนาว ทำรายได้มาให้ถึงรุ่นลูกรุ่นหลาน
ไม่เพียงแต่ชาวบ้านขอบด้งเท่านั้น ที่ซาบซึ้งในพระกรุณาธิคุณ ริเริ่มโครงการหลวงยาวนานกว่า 40 ปี ปัจจุบันมีประชาชนกว่า 140,000 คน จาก 9 หมู่บ้าน รวม 26,000 ครัวเรือน มีทั้งไทยใหญ่ มูเซอดำ ปะหล่อง จีนยูนนาน พากันทำเกษตรจากการส่งเสริมของโครงการหลวง 38 แห่ง สร้างผลผลิตรวมมูลค่าปีละกว่า 650 ล้านบาท
บริเวณเขาหัวโล้นใกล้ "หมู่บ้านนอแล" ดาษดื่นด้วยแปลงสตรอว์เบอร์รี่คลุมแนวภูเขาทั้งหมด "มนตรี ยานนท์" เจ้าหน้าที่โครงการนัดคณะสื่อตื่นเช้าตรู่ 6 โมง เพื่อเก็บภาพไร่สตรอว์เบอร์รี่กลางทะเลหมอกสวยจับตา ดูชาวบ้านออกเก็บเกี่ยวผลสีแดงแต่เช้า ไม่เว้นแม้เด็กเล็ก ๆ สวมชุดนักเรียนถือตะกร้าเดินไล่ไปตามแปลง ต่าง ๆ เป็นภารกิจสำคัญก่อนไปโรงเรียน
เช้าวันต่อมาเปลี่ยนบรรยากาศไปชมไร่ ชาที่ "แปลงสองพัน" ของชาวปะหล่อง กลางทะเลหมอกลอยต่ำเหนือไร่สีเขียว สะพรั่ง พอแสงอาทิตย์แรกต้องละอองน้ำ บนยอดชาดูสวยไม่เบื่อ หรือจะเลือกจิบชาร้อนจากการคั่วใบชาสด ๆ ได้อีกบรรยากาศ
ห้ามพลาด 17-20 ธันวาคมนี้ ลงจากดอยแวะไปชมงาน "40 ปีโครงการหลวง" ได้ที่หอประชุมเชียงใหม่ พบนิทรรศการเผยแพร่ผลงานโครงการหลวง การจำหน่ายผลิตภัณฑ์เกษตรเมืองหนาวครบ อาทิ สตรอว์เบอร์รี่พันธุ์พระราชทาน กีวี อโวคาโด ผักอินทรีย์ ผัก 5 สี ปลาเทราต์ ปลาสเตอร์เจียนที่ให้ผลคาเวียร์ เนยแข็งมอซซาเรลล่า และโยเกิร์ตนม จากกระบือพันธุ์นมที่โปรตีนสูงกว่านมวัว
ช่วงเย็นไปชม "งานราชพฤกษ์ รวมใจภักดิ์รักพ่อหลวง" จัดถึง 10 ธันวาคม ชมดอกไม้นานาพรรณชูดอกสวยรับลมหนาว กล้วยไม้ 9 สกุล ผักผลไม้ 9 ชนิด นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติองค์พ่อหลวงของปวงชนชาวไทย วันพิเศษ 5 ธันวาคมนี้ จุดพลุไฟอลังการ 9 ชุด ชุดละ 999 ลูก การปล่อยโคมสว่างไสวเต็มฟ้า หาข้อมูลที่ 1672 สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง โทร.053-450-077
วันที่ 07 ธันวาคม พ.ศ. 2552 ปีที่ 33 ฉบับที่ 4164 ประชาชาติธุรกิจ หน้า 25 http://www.prachachat.net/view_news.php ... 2009-12-07" onclick="window.open(this.href);return false;
กระเป๋าย่ามบรรจุขวดน้ำและเสบียงพร้อมให้คณะผู้เดินทางติดมือคนละใบ สัมภาระหนักถูกโยนเก็บบนรถตู้หมด ตามกำชับของเจ้าหน้าที่ป่าไม้ก่อนเริ่มต้น "เส้นทางเดินป่าย้อนรอยบุกเบิก ดอยอ่างขาง" ที่ "หม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี" ประธานมูลนิธิ โครงการหลวง เคยใช้สัญจรตั้งแต่สมัยยังไม่มีถนนผ่านมา 25 ปี จึงเริ่มมีถนนสายแรก
เดินทางจากที่ทำการ "อุทยานแห่งชาติดอยฟ้าห่มปก" ต้องเปลี่ยนจากรถตู้เป็นกระบะขับเคลื่อนสี่ล้อ ฝ่าทางลูกรังมาหยุดตรงชายป่า จุดเริ่มเส้นทางทรหด 8 กิโลเมตรข้ามภูเขา 5 ลูก ลิ้มรส ความเหนื่อยยากของคณะผู้บุกเบิกอ่างขาง เมื่อ 40 ปีว่าเป็นอย่างไรอากาศกลางป่าฤดูหนาวเย็นสบายพอดีกับการเดินทางไกล ระยะทางเดินถึง "หมู่บ้านขอบด้ง" ปลายทาง บางคนใช้แค่ 2 ชั่วโมง "หม่อมเจ้าภีศเดช" ทรงตรัสเล่าว่า เป็นสถิติปกติที่ท่านทำได้ แต่บางคนใช้กว่า 3-4 ชั่วโมง เพื่อชมธรรมชาติ ถ่ายรูปวิวทิวทัศน์สวยงามและสมบูรณ์แบบที่น้อยคนนักจะย่ำผ่าน ทิวสนสองใบ ต้นไม้เขียวชอุ่มแซงสูงสลับยอดหญ้า ให้ความรู้สึกเหมือนกำลัง ตามรอยเท้าคณะบุกเบิกดอยอ่างขาง ในอดีตอยู่จริง ๆ
ในวาระครบ 40 ปี โครงการหลวงและสถานีเกษตรหลวงอ่างขาง มูลนิธิโครงการหลวงจัดทริปพิเศษย้อนรอยผู้รับสนองพระบรมราชโองการพ่อหลวง แม้จะเหน็ดเหนื่อยก็หายเป็นปลิดทิ้งเมื่อมาถึงแปลงสตรอว์เบอร์รี่ของชาวบ้าน ขอบด้ง ชนเผ่ามูเซอดำ ได้ชิมผลสดจากไร่ ชมพระอาทิตย์ตกดินลับเหลี่ยมเขา เข้าเยี่ยม "เจอะหมอ" ผู้อาวุโสวัย 82 ปี ผู้ที่ได้เข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เล่าความประทับใจที่พระองค์ทรงพลิกฟื้นไร่ฝิ่นเป็นแปลงพืชผักผลไม้เมืองหนาว ทำรายได้มาให้ถึงรุ่นลูกรุ่นหลาน
ไม่เพียงแต่ชาวบ้านขอบด้งเท่านั้น ที่ซาบซึ้งในพระกรุณาธิคุณ ริเริ่มโครงการหลวงยาวนานกว่า 40 ปี ปัจจุบันมีประชาชนกว่า 140,000 คน จาก 9 หมู่บ้าน รวม 26,000 ครัวเรือน มีทั้งไทยใหญ่ มูเซอดำ ปะหล่อง จีนยูนนาน พากันทำเกษตรจากการส่งเสริมของโครงการหลวง 38 แห่ง สร้างผลผลิตรวมมูลค่าปีละกว่า 650 ล้านบาท
บริเวณเขาหัวโล้นใกล้ "หมู่บ้านนอแล" ดาษดื่นด้วยแปลงสตรอว์เบอร์รี่คลุมแนวภูเขาทั้งหมด "มนตรี ยานนท์" เจ้าหน้าที่โครงการนัดคณะสื่อตื่นเช้าตรู่ 6 โมง เพื่อเก็บภาพไร่สตรอว์เบอร์รี่กลางทะเลหมอกสวยจับตา ดูชาวบ้านออกเก็บเกี่ยวผลสีแดงแต่เช้า ไม่เว้นแม้เด็กเล็ก ๆ สวมชุดนักเรียนถือตะกร้าเดินไล่ไปตามแปลง ต่าง ๆ เป็นภารกิจสำคัญก่อนไปโรงเรียน
เช้าวันต่อมาเปลี่ยนบรรยากาศไปชมไร่ ชาที่ "แปลงสองพัน" ของชาวปะหล่อง กลางทะเลหมอกลอยต่ำเหนือไร่สีเขียว สะพรั่ง พอแสงอาทิตย์แรกต้องละอองน้ำ บนยอดชาดูสวยไม่เบื่อ หรือจะเลือกจิบชาร้อนจากการคั่วใบชาสด ๆ ได้อีกบรรยากาศ
ห้ามพลาด 17-20 ธันวาคมนี้ ลงจากดอยแวะไปชมงาน "40 ปีโครงการหลวง" ได้ที่หอประชุมเชียงใหม่ พบนิทรรศการเผยแพร่ผลงานโครงการหลวง การจำหน่ายผลิตภัณฑ์เกษตรเมืองหนาวครบ อาทิ สตรอว์เบอร์รี่พันธุ์พระราชทาน กีวี อโวคาโด ผักอินทรีย์ ผัก 5 สี ปลาเทราต์ ปลาสเตอร์เจียนที่ให้ผลคาเวียร์ เนยแข็งมอซซาเรลล่า และโยเกิร์ตนม จากกระบือพันธุ์นมที่โปรตีนสูงกว่านมวัว
ช่วงเย็นไปชม "งานราชพฤกษ์ รวมใจภักดิ์รักพ่อหลวง" จัดถึง 10 ธันวาคม ชมดอกไม้นานาพรรณชูดอกสวยรับลมหนาว กล้วยไม้ 9 สกุล ผักผลไม้ 9 ชนิด นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติองค์พ่อหลวงของปวงชนชาวไทย วันพิเศษ 5 ธันวาคมนี้ จุดพลุไฟอลังการ 9 ชุด ชุดละ 999 ลูก การปล่อยโคมสว่างไสวเต็มฟ้า หาข้อมูลที่ 1672 สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง โทร.053-450-077
วันที่ 07 ธันวาคม พ.ศ. 2552 ปีที่ 33 ฉบับที่ 4164 ประชาชาติธุรกิจ หน้า 25 http://www.prachachat.net/view_news.php ... 2009-12-07" onclick="window.open(this.href);return false;