สื่ออินเตอร์เผยปี 53 การท่องเที่ยวแบบ luxury travel สดใส
Posted: Tue Jan 05, 2010 11:25 am
ทัวร์คึกคักรับเทรนด์ท่องเที่ยวโลกปี 2553
ปี 2552 โลกต้องเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจถดถอยในหลายๆ ประเทศทำให้ธุรกิจการท่องเที่ยวพลอยซึมเซาตามไปด้วย
ไหนจะการแพร่ระบาดของเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ที่ทำเอาผู้คนเข็ดขยาดการเดินทางไปชั่วระยะหนึ่งโดยเฉพาะการเดินทางสู่ เม็กซิโก สหรัฐอเมริกา รวมทั้งฮ่องกง ซึ่งตกเป็นข่าวใหญ่เกี่ยวกับการพบผู้ป่วยติดเชื้อหวัด อย่างไรก็ตามปลายปี 2552 เริ่มมีข่าวดีเกี่ยวกับการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ การสำรวจของหลายสำนักวิจัยชี้ว่า ปี 2553 จะเป็นปีที่เศรษฐกิจเริ่มมีการขยับขยายตัวอีกครั้ง ประชาชนเริ่มเพิ่มการจับจ่ายและออกเดินทางท่องเที่ยวกันมากขึ้น
ผลสำรวจของเว็บไซต์ด้านการท่องเที่ยวปาราดิโซ (http://www.paradizo.com" onclick="window.open(this.href);return false;) เปิดเผยว่า ปี 2553 จะเป็นปีที่ดีสำหรับการท่องเที่ยวระดับหรู (luxury travel) ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยวล่องเรือสำราญ หรือการท่องเที่ยวแนวผจญภัยที่เลือกธีมได้ตามใจปรารถนาในสถานที่ใหม่ๆ ที่ยังไม่เคยมีการบุกเบิกด้านการท่องเที่ยวมาก่อน อย่างไรก็ตามเนื่องจากวิกฤติเศรษฐกิจเพิ่งผ่านพ้น นักเดินทางจึงยังคงให้ความสำคัญเป็นอันดับหนึ่งกับการต่อรองเพื่อให้ได้ข้อ เสนอที่ดีและความคุ้มค่าสมราคาที่ต้องจ่ายไป ส่วนปัจจัยด้านแบรนด์และคอนเซ็ปต์เป็นสิ่งที่นักท่องเที่ยวให้ความสำคัญเป็น อันดับรองๆ ลงไป ดังนั้นโอกาสทองของโรงแรมหรูและบริษัททัวร์จึงอยู่ที่การสามารถนำเสนอ ประสบการณ์การท่องเที่ยวที่คุ้มค่า และตอบโจทย์ลูกค้าได้ว่า ประสบการณ์สุดพิเศษเหล่านั้นมันคุ้มค่าอย่างไรกับการที่พวกเขาต้องจ่าย แพงกว่าอีกเล็กน้อย
เว็บไซต์ดังกล่าวระบุว่า นักท่องเที่ยวที่กำลังวางแผนการเดินทางท่องเที่ยวแนวหรู มีความต้องการสถานที่แปลกใหม่ที่ไม่เคยพบพานมาก่อน โปรแกรมเที่ยวและที่พักต้องตอบสนองความต้องการจำเพาะของพวกเขาได้ ดังนั้นอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในปีนี้จะต้องพบแรงกดดันเกี่ยวกับบุกเบิกเจาะ หาสถานที่ใหม่ๆ โดยเฉพาะการท่องเที่ยวแนวผจญภัยระดับหรู เราจะได้เห็นทัวร์หรูบุกซาฟารี ทัวร์นั่งเฮลิคอปเตอร์ไปเล่นสกี ทัวร์ล่องเรือสำราญ ทัวร์ทัศนาศิลปะตามความสนใจเฉพาะของนักท่องเที่ยว ทัวร์เข้าคอร์สทำอาหาร และทัวร์รถความเร็วสูง ซึ่งสถานที่ยอดนิยมที่จะได้พบเห็นทัวร์หรูเหล่านี้ได้แก่ เมืองเคปทาวน์ โพรวองซ์ ทัสคานี และนิวยอร์ก เป็นต้น
ตลาดแยกย่อยของการท่องเที่ยวระดับหรูที่จะมีความโดดเด่นในปีนี้ คือตลาดการท่องเที่ยวอย่างหรูในเชิงอนุรักษ์ หรือ eco-luxury travel ที่จะสะท้อนให้เห็นได้จากการผุดเพิ่มขึ้นของวิลล่า รีสอร์ต ที่มีความเป็นส่วนตัวและมีแนวคิดด้านการอนุรักษ์จำนวนมากขึ้น ผลสำรวจชี้ว่า ยุโรปจะเป็นจุดหมายปลายทางอันดับต้นของนักท่องเที่ยว โดยจุดหมายปลายทางดาวรุ่งในโซนนี้จะได้แก่ ซาร์ดิเนีย และโครเอเชีย แต่จุดหมายเดิมๆ ที่คาดว่าจะหวนมาดึงดูดความสนใจได้อีกครั้งก็มีเช่นกัน อาทิ อิบิซา โพรวองซ์ และมายโคนอส แต่ถ้าเป็นนักท่องเที่ยวตลาดบนที่ต้องการความตื่นเต้นผจญภัยมากกว่านั้น ก็จะมีจุดหมายการท่องเที่ยวที่ห่างไกลออกไปสักหน่อย อาทิ เอกวาดอร์ แทนซาเนีย เบลิทซ์ และนิวซีแลนด์ รวมทั้งตลาดอเมริกาใต้อย่างเม็กซิโก เปรู บราซิล และอาร์เจนตินา โดย 2 ประเทศหลังนั้น โรงแรมโฟร์ซีซันมีแผนจะเปิดโรงแรมหรูถึง 3 แห่งในบราซิลภายในปี 2555 และอีก 5 แห่งในอาร์เจนตินาภายใน 2 ปีข้างหน้า
นอกจากนี้ ในเดือนพฤศจิกายน 2552 ยังมีผลสำรวจของยูโรมอนิเตอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล ที่นำเสนอในงานประชุมนานาชาติว่าด้วยอุตสาหกรรมท่องเที่ยวโลกว่า สำหรับตลาดการท่องเที่ยวระดับกลาง บริการด้าน "ผู้ช่วยพิเศษ" หรือ concierge services เพื่อช่วยลูกค้าดำเนินการด้านต่างๆ อาทิ การติดต่อสำรองห้องพัก ร้านอาหาร ตั๋วเครื่องบิน บริการจัดหารถเช่าและแท็กซี่สาธารณะ บริการจองตั๋วภาพยนตร์และบัตรคอนเสิร์ต บริการจองสนามกอล์ฟ บริการสั่งดอกไม้ และอีกจิปาถะ จะกลายมาเป็นบริการดาวรุ่งพุ่งแรง แอนเดรีย มุลเลอร์ ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารของบริษัท คูโอนีฯ ซึ่งให้บริการด้านดังกล่าวเปิดเผยว่า ผู้คนยุคนี้มีข้อมูลข่าวสารด้านบริการท่องเที่ยวมากมายล้นหลาม จึงต้องการได้รับความช่วยเหลือด้านคำแนะนำปรึกษามากขึ้นเพื่อที่จะสามารถ ตัดสินใจเลือกได้อย่างชาญฉลาดและดีที่สุดบนพื้นฐานความต้องการของพวกเขา
อีกแนวโน้มเด่นที่ต้องจับตาคือ การได้รับความนิยมมากขึ้นของแนวคิดโรงแรม "ป๊อปอัพ" หรือโรงแรมเปิดบริการชั่วคราวเพียง 3-12 เดือน เหมาะกับพื้นที่ที่มีความต้องการห้องพักจำนวนมากในเวลาอันรวดเร็ว เช่นในยามมีการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก หรือการประชุมระดับโลก โรงแรมแนวนี้ก่อสร้างและรื้อถอนได้อย่างรวดเร็วเพียงไม่กี่วัน เช่นที่กรุงลอนดอนประเทศอังกฤษมีโรงแรมป๊อปอัพของกลุ่มเอ็มโฮเท็ล (M-hotel) เปิดบริการปลายปี 2552 ที่ผ่านมา และกลุ่มทราเวิลลอดจ์ (Travelodge) ที่สร้างโรงแรมป๊อปอัพไปแล้ว 1 แห่งเมื่อปี 2551 ในอังกฤษ ก็กำลังมีแผนจะสร้างอีกราว 40 แห่งต่อปีให้ได้ภายในปี 2563
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,493 3-6 มกราคม พ.ศ. 2553 http://www.thannews.th.com/index.php?op ... Itemid=448" onclick="window.open(this.href);return false;
ปี 2552 โลกต้องเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจถดถอยในหลายๆ ประเทศทำให้ธุรกิจการท่องเที่ยวพลอยซึมเซาตามไปด้วย
ไหนจะการแพร่ระบาดของเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ที่ทำเอาผู้คนเข็ดขยาดการเดินทางไปชั่วระยะหนึ่งโดยเฉพาะการเดินทางสู่ เม็กซิโก สหรัฐอเมริกา รวมทั้งฮ่องกง ซึ่งตกเป็นข่าวใหญ่เกี่ยวกับการพบผู้ป่วยติดเชื้อหวัด อย่างไรก็ตามปลายปี 2552 เริ่มมีข่าวดีเกี่ยวกับการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ การสำรวจของหลายสำนักวิจัยชี้ว่า ปี 2553 จะเป็นปีที่เศรษฐกิจเริ่มมีการขยับขยายตัวอีกครั้ง ประชาชนเริ่มเพิ่มการจับจ่ายและออกเดินทางท่องเที่ยวกันมากขึ้น
ผลสำรวจของเว็บไซต์ด้านการท่องเที่ยวปาราดิโซ (http://www.paradizo.com" onclick="window.open(this.href);return false;) เปิดเผยว่า ปี 2553 จะเป็นปีที่ดีสำหรับการท่องเที่ยวระดับหรู (luxury travel) ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยวล่องเรือสำราญ หรือการท่องเที่ยวแนวผจญภัยที่เลือกธีมได้ตามใจปรารถนาในสถานที่ใหม่ๆ ที่ยังไม่เคยมีการบุกเบิกด้านการท่องเที่ยวมาก่อน อย่างไรก็ตามเนื่องจากวิกฤติเศรษฐกิจเพิ่งผ่านพ้น นักเดินทางจึงยังคงให้ความสำคัญเป็นอันดับหนึ่งกับการต่อรองเพื่อให้ได้ข้อ เสนอที่ดีและความคุ้มค่าสมราคาที่ต้องจ่ายไป ส่วนปัจจัยด้านแบรนด์และคอนเซ็ปต์เป็นสิ่งที่นักท่องเที่ยวให้ความสำคัญเป็น อันดับรองๆ ลงไป ดังนั้นโอกาสทองของโรงแรมหรูและบริษัททัวร์จึงอยู่ที่การสามารถนำเสนอ ประสบการณ์การท่องเที่ยวที่คุ้มค่า และตอบโจทย์ลูกค้าได้ว่า ประสบการณ์สุดพิเศษเหล่านั้นมันคุ้มค่าอย่างไรกับการที่พวกเขาต้องจ่าย แพงกว่าอีกเล็กน้อยเว็บไซต์ดังกล่าวระบุว่า นักท่องเที่ยวที่กำลังวางแผนการเดินทางท่องเที่ยวแนวหรู มีความต้องการสถานที่แปลกใหม่ที่ไม่เคยพบพานมาก่อน โปรแกรมเที่ยวและที่พักต้องตอบสนองความต้องการจำเพาะของพวกเขาได้ ดังนั้นอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในปีนี้จะต้องพบแรงกดดันเกี่ยวกับบุกเบิกเจาะ หาสถานที่ใหม่ๆ โดยเฉพาะการท่องเที่ยวแนวผจญภัยระดับหรู เราจะได้เห็นทัวร์หรูบุกซาฟารี ทัวร์นั่งเฮลิคอปเตอร์ไปเล่นสกี ทัวร์ล่องเรือสำราญ ทัวร์ทัศนาศิลปะตามความสนใจเฉพาะของนักท่องเที่ยว ทัวร์เข้าคอร์สทำอาหาร และทัวร์รถความเร็วสูง ซึ่งสถานที่ยอดนิยมที่จะได้พบเห็นทัวร์หรูเหล่านี้ได้แก่ เมืองเคปทาวน์ โพรวองซ์ ทัสคานี และนิวยอร์ก เป็นต้น
ตลาดแยกย่อยของการท่องเที่ยวระดับหรูที่จะมีความโดดเด่นในปีนี้ คือตลาดการท่องเที่ยวอย่างหรูในเชิงอนุรักษ์ หรือ eco-luxury travel ที่จะสะท้อนให้เห็นได้จากการผุดเพิ่มขึ้นของวิลล่า รีสอร์ต ที่มีความเป็นส่วนตัวและมีแนวคิดด้านการอนุรักษ์จำนวนมากขึ้น ผลสำรวจชี้ว่า ยุโรปจะเป็นจุดหมายปลายทางอันดับต้นของนักท่องเที่ยว โดยจุดหมายปลายทางดาวรุ่งในโซนนี้จะได้แก่ ซาร์ดิเนีย และโครเอเชีย แต่จุดหมายเดิมๆ ที่คาดว่าจะหวนมาดึงดูดความสนใจได้อีกครั้งก็มีเช่นกัน อาทิ อิบิซา โพรวองซ์ และมายโคนอส แต่ถ้าเป็นนักท่องเที่ยวตลาดบนที่ต้องการความตื่นเต้นผจญภัยมากกว่านั้น ก็จะมีจุดหมายการท่องเที่ยวที่ห่างไกลออกไปสักหน่อย อาทิ เอกวาดอร์ แทนซาเนีย เบลิทซ์ และนิวซีแลนด์ รวมทั้งตลาดอเมริกาใต้อย่างเม็กซิโก เปรู บราซิล และอาร์เจนตินา โดย 2 ประเทศหลังนั้น โรงแรมโฟร์ซีซันมีแผนจะเปิดโรงแรมหรูถึง 3 แห่งในบราซิลภายในปี 2555 และอีก 5 แห่งในอาร์เจนตินาภายใน 2 ปีข้างหน้า
นอกจากนี้ ในเดือนพฤศจิกายน 2552 ยังมีผลสำรวจของยูโรมอนิเตอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล ที่นำเสนอในงานประชุมนานาชาติว่าด้วยอุตสาหกรรมท่องเที่ยวโลกว่า สำหรับตลาดการท่องเที่ยวระดับกลาง บริการด้าน "ผู้ช่วยพิเศษ" หรือ concierge services เพื่อช่วยลูกค้าดำเนินการด้านต่างๆ อาทิ การติดต่อสำรองห้องพัก ร้านอาหาร ตั๋วเครื่องบิน บริการจัดหารถเช่าและแท็กซี่สาธารณะ บริการจองตั๋วภาพยนตร์และบัตรคอนเสิร์ต บริการจองสนามกอล์ฟ บริการสั่งดอกไม้ และอีกจิปาถะ จะกลายมาเป็นบริการดาวรุ่งพุ่งแรง แอนเดรีย มุลเลอร์ ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารของบริษัท คูโอนีฯ ซึ่งให้บริการด้านดังกล่าวเปิดเผยว่า ผู้คนยุคนี้มีข้อมูลข่าวสารด้านบริการท่องเที่ยวมากมายล้นหลาม จึงต้องการได้รับความช่วยเหลือด้านคำแนะนำปรึกษามากขึ้นเพื่อที่จะสามารถ ตัดสินใจเลือกได้อย่างชาญฉลาดและดีที่สุดบนพื้นฐานความต้องการของพวกเขา
อีกแนวโน้มเด่นที่ต้องจับตาคือ การได้รับความนิยมมากขึ้นของแนวคิดโรงแรม "ป๊อปอัพ" หรือโรงแรมเปิดบริการชั่วคราวเพียง 3-12 เดือน เหมาะกับพื้นที่ที่มีความต้องการห้องพักจำนวนมากในเวลาอันรวดเร็ว เช่นในยามมีการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก หรือการประชุมระดับโลก โรงแรมแนวนี้ก่อสร้างและรื้อถอนได้อย่างรวดเร็วเพียงไม่กี่วัน เช่นที่กรุงลอนดอนประเทศอังกฤษมีโรงแรมป๊อปอัพของกลุ่มเอ็มโฮเท็ล (M-hotel) เปิดบริการปลายปี 2552 ที่ผ่านมา และกลุ่มทราเวิลลอดจ์ (Travelodge) ที่สร้างโรงแรมป๊อปอัพไปแล้ว 1 แห่งเมื่อปี 2551 ในอังกฤษ ก็กำลังมีแผนจะสร้างอีกราว 40 แห่งต่อปีให้ได้ภายในปี 2563
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,493 3-6 มกราคม พ.ศ. 2553 http://www.thannews.th.com/index.php?op ... Itemid=448" onclick="window.open(this.href);return false;