5 รัฐวิสาหกิจทุ่ม 6 หมื่นล. รับท่องเที่ยวปีเสือกระตุ้นตลาด

ข่าวกิจกรรมท่องเที่ยวในพื้นที่ภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ประกอบด้วย เชียงราย สิบสองปันนา เชียงตุง-เมืองลา หลวงพระบาง
Post Reply
Sam
Site Admin
Posts: 1786
Joined: Sun Mar 11, 2007 9:03 pm
Location: เชียงราย
Contact:

5 รัฐวิสาหกิจทุ่ม 6 หมื่นล. รับท่องเที่ยวปีเสือกระตุ้นตลาด

Post by Sam »

5 รัฐวิสาหกิจทุ่ม 6 หมื่นล. รับท่องเที่ยวปีเสือดึงตลาดพันธุ์ใหม่ใช้เงิน

ต้อนรับศักราชปีเสือ พ.ศ. 2553 อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและการบินของไทยพร้อมจะใช้เงินลงทุนด้านต่าง ๆ รวมกว่า 56,662.95 ล้านบาท จัดซื้อ ทำการตลาด การสนับสนุนกิจกรรม เพิ่มขีดความสามารถทางการ แข่งขัน (ดูตารางประกอบ)

Image
แกนนำหลัก 5 หน่วยงาน ได้แก่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) "ทอท." บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) "สสปน."

ทั้ง 5 หน่วยงานมีแผนการลงทุนที่จะร่วมกันหารายได้เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจในอุตสาหกรรม การท่องเที่ยว "ปีเสือ" รัฐบาลตั้งเป้ารวมไว้ 9.6 แสนล้านบาท

บินไทยงัดขายเทรนด์ใหม่

นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ การบินไทย (DD) เปิดเผยว่า แผนฟื้นฟูธุรกิจเริ่มนำมาใช้ ขับเคลื่อนเป้าหมายรายได้ปีนี้ไม่ต่ำกว่า 1.9 แสนล้านบาท ควบคู่กับการปรับคุณภาพฝูงบิน ซึ่งอยู่ระหว่างติดตั้งเก้าอี้แอร์บัสฝูงใหม่ A330-300 รวม 5 ลำ ลงทุนไปทั้งสิ้น 33,451 ล้านบาท

ตลอดทั้งปีมีโครงการต้องทำมากมาย ทั้งในองค์กรและบนน่านฟ้า ร่วมมือกับพันธมิตรสตาร์ อัลไลแอนซ์ รวมไปถึงมาตรการรองรับโลกร้อน เตรียมซื้อคาร์บอนเครดิตประมาณ 900 ล้านบาท จำนวน 500 ตัน ควบคู่กับการจัดหาฝูงบินประสิทธิภาพสูงเข้ามาทดแทนเพื่อช่วยลดการแพร่กระจาย คาร์บอนในอากาศ (carbon emission) ตามข้อตกลงสากลที่ยุโรปประกาศจะใช้เร็ว ๆ นี้

นายพฤทธิ์ บุปผาคำ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่สายการพาณิชย์การบินไทย (DN) กล่าวว่า วางแผนเปลี่ยนโครงสร้างการขายให้สอดคล้องกับ พฤติกรรมของนักเดินทางและนักท่องเที่ยวทั่วโลกซึ่งหันมาซื้อตั๋วผ่านออนไลน์ หลากหลายรูปแบบ ทั้งอินเทอร์เน็ต คอมพิวเตอร์ มือถือ

ดังนั้นสถานี ขายการบินไทยทั่วโลกต้องทำระบบใหม่เพื่อเพิ่มยอดขายออนไลน์จากปัจจุบัน 5% เป็น 20-30% ส่วนสำนักงานใหญ่ตั้งแต่ 1 เมษายนนี้เป็นต้นไปจะทำตั๋วรวมค่าใช้จ่ายทุกอย่างขายราคาเดียว ไม่ต้องแยกรายละเอียดค่าธรรมเนียมน้ำมัน ค่าภาษี และ ค่าธรรมเนียมอื่น ๆ ซึ่งสร้างความสับสนแก่ลูกค้าและเครือข่ายสตาร์ อัลไลแอนซ์ และบริษัทตั๋วที่จะช่วยขาย

โดยจะทำไปพร้อมกับการรุกขยายเส้นทางบินเข้าไปยังพื้นที่ใหม่เศรษฐกิจเติบโตรวด เร็ว ผู้โดยสารมีกำลังซื้อสูงอย่างจีน อินเดีย ตะวันออกกลาง หันกลับไปเปิดตลาดยอดนิยมจากการร่วมมือกับสายการบินออลนิปปอน แอร์เวย์ส แลกการขายในเส้นทาง กรุงเทพฯ-โตเกียว-ฮาวาย กับกรุงเทพฯ-แอฟริกา และ กรุงเทพฯ-ออสเตรเลีย ขณะเดียวกันเส้นทางบินปัจจุบันก็ต้องปรับให้บริการ ที่นั่ง อาหารบนเครื่อง ระบบบันเทิง เพื่อสู้กับสายการบินอื่นให้ได้ใกล้เคียงกัน ไม่ว่าจะเป็นชั้นประหยัด ชั้นธุรกิจ ชั้นหนึ่ง

โครงการไฮไลต์จะทำดิวตี้ฟรีช็อปปิ้ง "การบินไทย-คิงเพาเวอร์" เปลี่ยนรูปแบบใหม่ จากเดิมต้องขนน้ำหนักสินค้าบรรทุก ไปบนเครื่อง ต่อไปจะตัดตอนทำแต่ แค็ตตาล็อกสินค้าใส่ไว้หน้าที่นั่งผู้โดยสาร ใครสนใจซื้อก็เลือกพร้อมจ่ายเงิน พอถึงสนามบินสุวรรณภูมิก็มารับที่เคาน์เตอร์แทน วิธีนี้จะช่วยประหยัดน้ำมันเครื่องบินมหาศาล และลดค่าใช้จ่ายทุกเส้นทางเพิ่มขึ้น เพราะไม่ต้องขนน้ำหนักมาก ๆ อีกต่อไป

ททท.เล็งหาตลาดเกิดใหม่

นายสุรพล เศวตเศรนี ผู้ว่าการ ททท. เปิดเผยว่า แผนกลยุทธ์ทำตลาดท่องเที่ยวต่างประเทศจะรุกหนัก "ตลาดเกิดใหม่" (emerging market) คุณภาพดีระหว่าง พักผ่อนในไทยใช้จ่ายสูง โดยได้บูรณาการสินค้าท่องเที่ยวสนองความต้องการลูกค้ากระจายเข้าสู่พื้นที่ เป้าหมาย ได้แก่

"ตลาดนักกอล์ฟ" เจาะกลุ่มเอเชียตะวันออก ญี่ปุ่น เกาหลี เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มาเลเซีย สิงคโปร์ จัดแฟมทริปเรียนกอล์ฟกับโปร พาตระเวนเล่นตามสนามดังในกรุงเทพฯ หัวหิน ภูเก็ต เชียงใหม่ จัดแข่งขัน East Asia Regional Golf Tournament "ตลาดแต่งงานและฮันนีมูน" เจาะกลุ่มอินเดีย เวียดนาม ฝรั่งเศส นิยมมาจัดในกรุงเทพฯ และ ทะเลภาคใต้ ภูเก็ต กระบี่ "ตลาดช็อปปิ้ง" ชูไทยเป็นช็อปปิ้งพาราไดส์ และ Holiday Break Destination เจาะเอเชียตะวันออก จีน เกาหลี ญี่ปุ่น อาเซียน สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ด้วยโครงการ 72 Hours in Thailand "ตลาดเยาวชนและโรงเรียน" เจาะกลุ่มนักเรียน คณาจารย์ ตะวันออกกลาง ด้วยโครงการ Thailand student camp เข้ามาทัศนศึกษาแหล่งประวัติศาสตร์ โบราณคดี ศิลปวัฒนธรรม

"ตลาด รับบริการด้านการแพทย์" (medical tourism) ตั้งเป้าปีนี้จะทำให้ได้ถึง 1.5 ล้านคน แบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มรักษาขั้นต่ำ 2 แสนบาท/คน (6,000 เหรียญสหรัฐ) กับกลุ่มเกษียณอายุ ต้องการพักฟื้นและพักผ่อนไปในตัว เจาะกลุ่มตะวันออกกลาง อเมริกาเหนือ ญี่ปุ่น ซึ่งนิยมเข้ามาทำฟัน ผ่าตัดหัวใจ ผ่าตัดแปลงเพศ

นายวันเสด็จ ถาวรสุข รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ กล่าวว่า จะโหมส่งเสริมการท่องเที่ยวข้ามภาค นำร่องด้วยโครงการ "เที่ยวไทย 5 ภาค" นำผู้ประกอบการ ต่างภาคไปเจรจาธุรกิจผลิตโปรแกรมทัวร์ขายระหว่างกัน ภาคอีสาน ได้รับความสนใจเพิ่มมากที่สุด 2 แคมเปญ คือ แคมเปญแรก ปีท่องเที่ยวอีสาน 2551-2553 เน้นท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้เจาะกลุ่มตลาดข้าราชการ นักเรียน นักศึกษา เพิ่มทุกปี แคมเปญสอง 12 เดือน 7 ดาว 9 ตะวัน กระตุ้นกลุ่มเดินทางอิสระด้วยตนเอง (FIT) แนะนำเส้นทางปรากฏการณ์ธรรมชาติที่ได้รับความนิยมสูง อาทิ มอหินขาว จ.ชัยภูมิ สามพันโบก จ.อุบลราชธานี และสร้าง เครือข่ายเชื่อมโยงอีสานไปถึงฝั่ง สปป.ลาว กัมพูชา เวียดนาม สามารถเพิ่มฐานลูกค้าใหม่กลุ่มเจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดและตำบล สนใจไปดูงานมากขึ้น

ปี 2553 ตั้งเป้ารณรงค์คนไทยเที่ยวในประเทศ 90 ล้านคน วางแนวทางส่งเสริมการเติบโตด้วยวิธีร่วมกับพันธมิตรต่าง ๆ ออกแบบเส้นทางท่องเที่ยวใหม่ ต่อยอดให้บริษัทนำเที่ยวผนวกกิจกรรมหลายส่วนในโปรแกรมเดินทางนำไปวางขายใน ตลาด

ส่วน ททท.เตรียมจุดกระแสร่วมกับธนาคารกสิกรไทย เดือนมีนาคมนี้จะโหมโรงโปรเจ็กต์โฆษณา "IDEA I DO" จูงใจให้คนออกแบบเส้นทางเที่ยวในฝันด้วยตนเอง ภายใต้แนวคิดสร้างแรง บันดาลใจ ความแตกต่างอย่างสุดขั้ว

และไม่ลืมที่จะกระตุ้นชาวต่าง ชาติพำนักในไทย (expat) กว่า 1 ล้านคน อาศัยอยู่ตามนิคมต่าง ๆ ในพระนครศรีอยุธยา สิงห์บุรี ลำพูน เชียงใหม่ มีทั้งญี่ปุ่น เกาหลี ยุโรป จะผลิตสื่อเป็นภาษาต่าง ๆ แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว การเดินทาง ที่พัก ร้านอาหาร จัดแรลลี่ชุมชนขึ้น

สสปน.มั่นใจชิงจัดเวิลด์เอ็กซ์โป 2020

นาย อรรคพล สรสุชาติ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (สสปน.) เปิดเผยว่า ปี 2553 ตั้งเป้าพัฒนาอุตสาหกรรมไมซ์ (meeting-incentive-convention-exhibition : MICE) นำรายได้เข้าประเทศ 5.6 หมื่นล้านบาท จาก 785,816 คน วางยุทธศาสตร์ 3 ปี สร้างการเติบโตจำนวนและรายได้เพิ่มเฉลี่ย 25%

ด้วย 3 แนวทาง นำงานเข้าประเทศ (Win) การส่งเสริม (Promote) และการพัฒนา (Develop) ผลงานชิ้นโบแดง กุมภาพันธ์นี้เตรียมผลักดันวาระเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาให้ไทยจัด World Expo 2020 เดือนมิถุนายนจัดตั้งคณะทำงานเพื่อแสดงถึงความพร้อม และปี 2554 จะเข้าร่วมการพิจารณาตัดสิน

ทอท.เพิ่มรายได้ทุกรูปแบบ

นาย เสรีรัตน์ ประสุตานนท์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ทอท. เปิดเผยว่า แผนธุรกิจไฮไลต์จะมี 3 โครงการ ได้แก่ โครงการ 1 จัดทำแพ็กเกจกระตุ้นสายการบินทั่วโลกเลือกใช้สุวรรณภูมิเป็นศูนย์กลางการบิน ช่วงปลายเดือนมกราคมนี้จะสรุปสิทธิประโยชน์จูงใจสายการบินและ ผู้ประกอบธุรกิจทั้งกลุ่มร้านค้าดิวตี้ฟรี บริษัทรับจ้างบริการภาคพื้น ผู้ประกอบการขนส่งสินค้าทางอากาศ ร่วมมือเพิ่มจำนวน ผู้โดยสารและรายได้

แนว โน้มอาจจะลดค่าเครื่องลงจอด ลานจอดเครื่อง ค่าผลตอบแทนรายได้ โดยมีเงื่อนไขพันธมิตรกลุ่มใดทำเงินให้ ทอท.ได้มากก็จะยิ่งได้ส่วนลดมากตามไปด้วย เตรียมจะเร่งหารือแลกเปลี่ยนความเห็นกับตัวแทนสายการบินภายในมกราคมนี้

โครงการ 2 เปิดทีโออาร์โครงการสัมปทานพื้นที่การลงทุนแปลง 37 ขนาด 1,041 ไร่ ให้เอกชนที่สนใจเข้ามาก่อสร้างโรงแรม โรงพยาบาล ห้างสรรพสินค้า เอ็นเตอร์เทนเมนต์ แยกสัมปทานเป็น รายโครงการ โดยจะให้สิทธิดำเนินการ 20 ปี เมื่อชนะประมูลแล้วจะต้องสร้างและเปิดบริการภายใน 3 ปี

เพื่อหา รายได้จากกิจกรรมเชิงพาณิชย์ (non-aero) เข้า ทอท.ให้ได้ถึง 50% ของรายได้ทั้งหมดในแต่ละปี เช่นเดียวกับแผนก่อสร้างอาคารผู้โดยสารในประเทศสุวรรณภูมิ กลางเดือนมกราคมต้องรายงาน ครม.เปิดขายทีโออาร์การก่อสร้างให้แล้วเสร็จปี 2554

โครงการ 3 ร่วมมือกับพันธมิตรในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ททท.สมาคมธุรกิจการบิน (AOC) ผู้ประกอบการ สายการบิน ผู้ประกอบธุรกิจในสนามบิน ทำโรดโชว์และร่วมกันจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายเพิ่มรายได้ให้มากที่สุด

วันที่ 04 มกราคม พ.ศ. 2553 ปีที่ 33 ฉบับที่ 4172 ประชาชาติธุรกิจ หน้า 18 http://www.prachachat.net/view_news.php ... 2010-01-04" onclick="window.open(this.href);return false;