การบินไทยเล็งเลิกเส้นทางบินขาดทุน ปรับเพิ่มรูตที่มีศักยภาำพ

ข่าวกิจกรรมท่องเที่ยวในพื้นที่ภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ประกอบด้วย เชียงราย สิบสองปันนา เชียงตุง-เมืองลา หลวงพระบาง
Post Reply
Sam
Site Admin
Posts: 1786
Joined: Sun Mar 11, 2007 9:03 pm
Location: เชียงราย
Contact:

การบินไทยเล็งเลิกเส้นทางบินขาดทุน ปรับเพิ่มรูตที่มีศักยภาำพ

Post by Sam »

Imageการบินไทย รีไวส์แผนบินระหว่างประเทศยกยวง ทยอยโละรูตขาดทุน หันไปเพิ่มจุดที่มีศักยภาพแทน ประเดิมตารางบินฤดูร้อน รับช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว ด้วยการยกเลิกเที่ยวบินคูเวต ลดเที่ยวบินออสโลและมอสโก ปรับเส้นทางบินมาเน้นบินตรงมากขึ้น พร้อมเปิดจุดบินใหม่สู่โจฮันเนสเบิร์ก วันที่ 17 พฤษภาคมนี้รับบอลโลก ทั้งเพิ่มบริการโค้ดแชร์ร่วมกับนกแอร์ ใน 3 เส้นทางในประเทศที่ให้ทำการบินทดแทน
นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ"ว่าไม่เพียงแต่การใช้กลยุทธ์ Two-Brand Strategy ที่จะให้นกแอร์เข้ามาทำการบินทดแทนเส้นทางบินในประเทศที่ไม่มีจุดเชื่อมต่อ เที่ยวบินระหว่างประเทศแทนการบินไทยเท่านั้น ในส่วนของเที่ยวบินระหว่างประเทศ ในขณะนี้การบินไทยก็กำลังอยู่ระหว่างพิจารณาแผนเส้นทางบินระหว่างประเทศทุก เส้นทางว่ามีเส้นทางไหนที่ไม่คุ้มที่จะทำบิน เส้นทางไหนขาดทุนก็ต้องไปดูว่าขาดทุนเพราะอะไร เช่นขาดทุนเพราะมันมีการแข่งขันสูงมากในด้านราคา หรือว่าขาดทุนเพราะใช้เครื่องบินผิดประเภท หรือว่าเวลาที่การบินไทยจัดการบินไม่เหมาะสม ทำให้ผู้โดยสารน้อย หรือว่าผู้โดยสารมาแล้วเชื่อมต่อไปที่อื่นไม่ได้

ดังนั้นการบินไทยต้องแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้ทั้งหมด โดยจัดตารางบินให้เหมาะสม เส้นทางใดที่มีการตัดราคากันสูง จนส่งผลให้ราคาค่าโดยสารถูกมาก ก็พิจารณาอยู่ว่าสมควรจะทำการบินต่อไปไหม ซึ่งการบินไทยต้องดูทุกจุด ไม่ใช่ว่าดูเฉพาะเส้นทางในประเทศที่ขาดทุนเท่านั้น

ด้านนายโชคชัย ปัญญายงค์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สายกลยุทธ์และพัฒนาธุรกิจ บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าในขณะนี้การบินไทยได้ปรับเปลี่ยนตารางบินฤดูร้อน ประจำปี 2553 ใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับปริมาณการสำรองที่นั่งและการเดินทางของผู้โดยสาร ในช่วงตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคม-30 ตุลาคมนี้ เนื่องจากเป็นช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยวของประเทศไทย และแก้ปัญหาการขาดทุนในเส้นทางบินระหว่างประเทศในบางเส้นทาง รวมถึงการเพิ่มรายได้ในเส้นทางบินที่มีศักยภาพ

โดยการบินไทยจะกลับมาเปิดจุดบินในเส้นทางไป-กลับ กรุงเทพฯ-โจฮันเนสเบิร์ก อีกครั้ง เพื่อรองรับปริมาณของผู้โดยสารที่จะเพิ่มขึ้นในช่วงการแข่งขันบอลโลก ที่ประเทศแอฟริกาใต้ ซึ่งการบินไทยจะเริ่มทำการบินตั้งแต่วันที่ 17 พฤษภาคมนี้ จำนวน 4 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ รวมไปถึงการลดเที่ยวบินเส้นทางไป-กลับ กรุงเทพฯ-ออสโล จาก7 เที่ยวบินต่อสัปดาห์เหลือ 5 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ ลดเที่ยวบินเส้นทางไป-กลับ กรุงเทพฯ-มอสโก จาก 4 เที่ยวบินต่อสัปดาห์เหลือ 3 เที่ยวบินต่อสัปดาห์

นอกจากนี้ยังปรับเส้นทางบินใหม่ ตามแผนการยกเลิกเที่ยวบินเชื่อมต่อในจุดที่ไม่ทำกำไร ได้แก่ ปรับเส้นทางจากเดิมฮ่องกง-ภูเก็ต-กรุงเทพฯ เป็นเส้นทางฮ่องกง-ภูเก็ต รวมถึงปรับเส้นทางจากเดิมที่ไป-กลับกรุงเทพฯ-ฮ่องกง-ไทเป เป็นเส้นทางไป-กลับกรุงเทพฯ-ฮ่องกง และปรับเส้นทางจากเดิมไป-กลับกรุงเทพฯ-มะนิลา-โอซากา เป็นเส้นทางไป-กลับ กรุงเทพฯ-มะนิลา ทั้งยังมีการยกเลิกเส้นทางบินไป-กลับ กรุงเทพฯ-คูเวตด้วย

สำหรับเที่ยวบินภายในประเทศนั้น หลังจากการบินไทยได้จัดทำแผนยุทธศาสตร์ โดยได้มีแผนความร่วมมือกับสายการบินนกแอร์ตามกลยุทธ์ Two-Brand Strategy ที่จะให้นกแอร์เข้ามาทำการบินทดแทนใน 3 เส้นทางบินภายในประเทศ ได้แก่ เส้นทางไป-กลับ กรุงเทพฯ -พิษณุโลก กรุงเทพฯ- อุบลราชธานี และ เชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน โดยจะเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคมนี้เป็นต้นไป และจากที่การบินไทยได้เข้าร่วมรับฟังข้อเสนอแนะจากผู้ใช้บริการทั้งภาครัฐ เอกชนในท้องถิ่นทั้ง 3 จังหวัดดังกล่าว ที่ยังคงมีความเชื่อมั่นในเที่ยวบินของการบินไทยตลอดมา

ดังนั้นเพื่อให้ตอบสนองต่อความต้องการของทางจังหวัดและผู้ใช้บริการ การบินไทยจึงได้ทำการปรับการบริการ เพื่อให้ผู้โดยสารมีทางเลือกเพิ่มมากขึ้น โดยได้นำรูปแบบการบริการเที่ยวบินร่วมหรือโค้ดแชร์ (Codeshare) ระหว่างการบินไทยกับสายการบินนกแอร์มาให้บริการ และหากผู้โดยสารซื้อบัตรโดยสารของการบินไทยท่านยังสามารถใช้สิทธิประโยชน์ใน รายการสะสมไมล์ รอยัล ออร์คิด พลัส (ROP) ได้เช่นเดิม

ทั้งนี้การบินไทยได้กำหนดตารางเที่ยวบินร่วมของการบินไทยและนกแอร์ใน 3 เส้นทางนี้ ในจำนวนเที่ยวบินเท่าเดิมคือวันละ 2 เที่ยวบิน ได้แก่ 1.เที่ยวบินร่วมเที่ยวไปกรุงเทพฯ(ดอนเมือง)-พิษณุโลก เที่ยวบินการบินไทยทีจี3402 เที่ยวบินนกแอร์ ดีดี8400 ออกเวลา 09.40 น.และทีจี3404 และดีดี8412 ออกเวลา 15.40 น. 2. เที่ยวบินร่วมเที่ยวกลับพิษณุโลก-กรุงเทพฯ(ดอนเมือง)เที่ยวบินทีจี3403 เที่ยวบินนกแอร์ดีดี8401 ออกเวลา 11.00 น.และทีจี3405 และดีดี8413 ออกเวลา17.00 น. 3. เที่ยวบินร่วมเที่ยวไปกรุงเทพฯ(ดอนเมือง)-อุบลราชธานี เที่ยวบินการบินไทยทีจี3422 เที่ยวบินนกแอร์ดีดี9310 ออกเวลา 03.30 น.และทีจี3424 ดีและดีดี9318 ออกเวลา 18.20 น.4.เที่ยวบินร่วมเที่ยวกลับอุบลราชธานี-กรุงเทพฯ(ดอนเมือง) เที่ยวบินการบินไทยทีจี3423 นกแอร์ดีดี9311 ออกเวลา 08.05 น.และทีจี3425 ดีดี9319 ออกเวลา 19.55 น.

รวมทั้งยังมีเที่ยวบินร่วมเที่ยวไป-กลับระหว่างเชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน วันละ 2 เที่ยวบินด้วย อีกทั้งเพื่อให้การบริหารจัดการเครื่องบินของการบินไทยให้มีความเหมาะสมและ สอดคล้องกับตารางการทำการบิน ตลอดจนเพื่อให้จำนวนความถี่เที่ยวบินในเส้นทางไป-กลับกรุงเทพฯ-อุบลราชธานี มีจำนวนเท่าเดิม การบินไทยจึงมีความจำเป็นจะต้องทำการบินในเส้นทางดังกล่าววันละ 1 เที่ยวบิน โดยใช้สนามบินสุวรรณภูมิเป็นจุดขึ้นลง โดยเที่ยวบินไปกรุงเทพฯ(สุวรรณภูมิ)-อุบลราชธานี เที่ยวบินการบินไทยทีจี022 ออกเวลา 13.40 น.และเที่ยวบินกลับอุบลราชธานี-กรุงเทพฯ(สุวรรณภูมิ)ทีจี 023 ออกเวลา 15.30 น.
ส่วนแผนการเพิ่มทุนของการบินไทยในนกแอร์ เพื่อร่วมกันพัฒนาธุรกิจให้เกิดความร่วมมืออย่างถาวรในอนาคตต่อไปนั้น ขณะนี้ทางธนาคารกรุงไทย ก็อยู่ระหว่างการประเมินราคาหุ้นที่ธนาคารถืออยู่ในนกแอร์ 10% ซึ่งทั้งสองฝ่ายกำลังอยู่ระหว่างการเจรจา หากได้ข้อยุติ ในเบื้องต้นการบินไทยก็จะกลายเป็นผู้หุ้นใหญ่ในนกแอร์ 49% จากปัจจุบันที่การบินไทยถืออยู่ 39% นายโชคชัย กล่าวในที่สุด

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,508 25-27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553