ธุรกิจท่องเที่ยว-ขนส่งสินค้าล่มระนาวผลจากน้ำโขงแห้งขอด
Posted: Fri Feb 26, 2010 7:14 am
แล้งแล้วแม่โขงเหือด เรือสินค้ากว่า 10 ลำ จอดตายสนิทกว่า 2 อาทิตย์ ท่าเรือเชียงแสนหงอย ผู้ประกอบการเตรียมยื่นหนังสือถึงจีนแจ้งความเดือดร้อนขอปล่อยน้ำกู้สถานการณ์ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศที่ท่าเรือเชียงแสน อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ค่อนข้างเงียบเหงา เนื่องจากเรือขนส่งสินค้าขนาดใหญ่ไม่สามารถเข้าออกเพื่อขนถ่ายสินค้าได้หลัง จากแม่น้ำโขงลดระดับลง ขณะเดียวกันยังทำให้คนงานจำนวนมากไม่มีงานทำ
ด้านนายทอง ผาจอง เจ้าของกิจการทองดีผลไม้ ซึ่งมีเรือบรรทุกสินค้าระหว่างประเทศไทย–จีน มากกว่า 20 ลำ เปิดเผยว่า เกิดปัญหาใหญ่กับเรือบรรทุกสินค้าของตนเอง เนื่องจาก แม่น้ำโขง ตั้งแต่ประเทศจีนลงมาลดลงอย่างมาก บางช่วงสูงไม่ถึง 1 เมตร ส่งผลให้เรือบรรทุกสินค้าเต็มลำเรือ เพื่อส่งไปประเทศจีนต้องจอดรอการปล่อยน้ำ
ทั้งนี้ ทุกปีที่ผ่านมา หลังตรุษจีน เรือยังสามารถรับส่งสินค้าจากประเทศจีนมายังประเทศไทย และ จากไทยไปยังจีนได้ แต่ปีนี้น้ำในแม่น้ำโขงลดลงมาก สินค้าทั้งเครื่องดื่ม รองเท้า น้ำมันพืช เศษพลาสติก และรถยนต์ ที่บรรทุกอยู่บนเรือถึง 13 ลำ ต้องจอดรอน้ำกว่า 2 สัปดาห์แล้ว ซึ่งกรณีจีน ไม่ปล่อยน้ำจะหารือกับผู้ประกอบการรายอื่นๆ เพื่อทำหนังสือยืนผ่านทางกรมการขนส่งทางน้ำ เพื่อส่งต่อไปยังกระทรวงการต่างประเทศแจ้งให้จีนทราบถึงความเดือดร้อน
นายทอง กล่าวต่อว่า ขณะนี้ มีผู้ประกอบการหลายรายรอขนส่งสินค้าผ่านแม่น้ำโขงจาก อ.เชียงแสน ไม่ไหว จึงขนส่งสินค้าด้วยรถยนต์จาก อ.เชียงของ โดยใช้เส้นทางสาย R 3 a แทน ทำให้ท่าเรือเชียงแสนเงียบเหงา เพราะไม่มีสินค้าขึ้นที่ท่าเรือ
นายสมเกียรติ เขื่อนเชียงสา ผู้ประสานงานเครือข่ายอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และวัฒนธรรมลุ่มน้ำโขง-ล้านนา เปิดเผยว่า แม่น้ำโขงเริ่มแห้งมาตั้งแต่ต้นเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา ระดับน้ำในหลายจุดไม่น่าจะลึกถึง 1 เมตรแล้ว จากเดิมที่ความลึกในฤดูแล้งจะอยู่ที่ประมาณ 2 เมตร ปรากฏการณ์เช่นนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนและจากการสอบถามผู้เฒ่าผู้แก่ที่มี ประสบการณ์ในพื้นที่ต่างระบุว่าในรอบชั่วอายุคนมานี้ไม่เคยเห็นแม่น้ำโขง แห้งถึงระดับนี้ สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนในขณะนี้คือเกิดเกาะแก่งใหม่ๆ ผุดขึ้นมาเพราะน้ำแห้ง โดยหลายแห่งชาวบ้านก็ไม่เคยพบเห็นมาก่อนเช่นกัน
นายสมเกียรติ กล่าวว่า ที่ ผ่านมาเครือข่ายฯได้ร่วมกับชาวบ้านสำรวจเกาะแก่งตั้งแต่ อ.เชียงแสน อ.เชียงของ และ อ.เวียงแก่น ชายแดนไทย-สปป.ลาว ก็พบว่ามีประมาณ 60-70 แห่ง แก่งใหญ่อยู่บริเวณคอนผีหลง ต.ริมโขง อ.เชียงของ แต่ปัจจุบันกลับมีเกาะแก่งมากขึ้นจนต้องมีการสำรวจกันใหม่แล้ว
ด้านผลกระทบเชื่อว่า จะทำให้ระบบนิเวศน์เปลี่ยนแปลงไป เพราะน้ำขึ้นลงไม่เป็นไปตามธรรมชาติและน้ำแห้งมากเช่นนี้ก็จะส่งผลต่อความ ชุ่มชื้น การหาปลา การเกษตรริมฝั่ง ฯลฯ ซึ่งเหตุการณ์เช่นนี้เคยเกิดขึ้นแล้วเมื่อปี 2538-2539 แต่ก็เกิดขึ้นเฉพาะในพื้นที่แม่น้ำโขงเขต สปป.ลาว จนต้องชักลากเรือกันกลางแม่น้ำ แต่ก็ไม่แห้งมากเท่านี้และไม่เคยปรากฏว่าในฝั่งไทยมาก่อน
ทั้งนี้ เหตุการณ์เมื่อปี 38-39 เกิดขึ้นหลังการก่อสร้างเขื่อนม่านหวานที่จีนตอนใต้แล้วเสร็จเป็นเขื่อนแรก ในแม่น้ำโขง และเริ่มมีการกักเก็บน้ำ ส่วนเหตุการณ์ในปัจจุบันเกิดขึ้นหลังจากการเปิดใช้งานเขื่อนจิ่งหง ที่เขตปกครองตนเองสิบสองปันนา มณฑลหยุนหนัน จีนตอนใต้ เมื่อเร็วๆ นี้
รวมทั้งมีการกักเก็บน้ำจากเขื่อนเชี่ยวหวาน เขื่อนอันดับที่ 4 ในแม่น้ำโขง ซึ่งอยู่เหนือเขื่อนจิ่งหงขึ้นไปทางเหนือนั่นเอง ซึ่งเรื่องนี้ถือว่าน่าห่วงอย่างมาก ดังนั้นนอกจากจะเก็บรวบรวมข้อมูลแล้วทางเครือข่ายจะออกสำรวจพื้นที่ตั้งแต่ สามเหลี่ยมทองคำ อ.เชียงแสน ไปจนถึง อ.เวียงแก่น ในวันที่ 24 ก.พ.นี้
"ปัจจุบัน แม่น้ำโขงไม่ได้แห้งเพียงสายเดียวแต่แม่น้ำสาขาก็กระทบหนัก สังเกตได้ง่ายคือแม่น้ำอิงซึ่งไหลจาก จ.พะเยา-เชียงราย ลงแม่น้ำโขง พบว่าแห้งหนัก สาเหตุเกิดจากหลายปัจจัยคือจากแม่น้ำโขงแห้งทำให้ดูดน้ำจากลำน้ำสาขาลงไปมาก และเกิดจากการใช้น้ำในปริมาณมากเพื่อการเกษตร" นายสมเกียรติ กล่าว
ด้านนายจิระศักดิ์ อินทะยศ แกนนำกลุ่มรักษ์เชียงของ อ.เชียงของ กล่าวว่า ขณะนี้เรือสินค้าในแม่น้ำโขงได้ปิดทำการเดินเรือไปอย่างสิ้นเชิงตั้งแต่วัน ที่ 18 ก.พ.ที่ผ่านมาแล้ว เพราะเกรงว่าเรือจะเกยตื้น ส่วนเรือท่องเที่ยวก็มีข่าวว่าเส้นทางระหว่างเชียงของ-หลวงพระบาง เมืองมรดกโลกในแขวงหลวงพระบาง สปป.ลาว ติดกับแม่น้ำโขง และนักท่องเที่ยวใช้เป็นเส้นทางจาก อ.เชียงของ ไปยังหลวงพระบางได้รับผลกระทบ เพราะได้มีการประกาศงดเรือท่องเทียวขนาดใหญ่แล้ว หลังเกิดอุบัติเหตุไปเมื่อเร็วๆ นี้จนทำให้นักท่องเที่ยวเสียชีวิตไป 2 คน
ส่วนเรือเร็วขนาดเล็กหรือสปีดโบทก็ให้ลดจำนวนคนโดยสารลงจากเดิม 6 คนเป็น 4 คน ด้านความเป็นอยู่ของประชาชนก็ได้รับผลกระทบ การหาปลา ไม่ค่อยได้เหมือนเดิม ไก-สาหร่าย แห้งตายเพราะน้ำแห้งเกินไปจนไกเกาะอยู่ตามโขดหินเหนือน้ำ
แหล่งข่าว: chiangmainews.co.th