Page 1 of 1

เซ็นทาราลุยขึ้นแท่นผู้นำโรงแรมแบรนด์ไทยเน้นบูติกคอลเล็กชั่น

Posted: Mon Mar 08, 2010 3:57 pm
by Sam
Imageโรงแรมไทย "เซ็นทารา" โชว์แผนขึ้นผู้นำแบรนด์ไทย เปิดแนวรุก "บูติค รีสอร์ตคอลเล็กชั่น" ควบ 2 ทาง ทั้งการลงทุนใหม่และรับจ้างบริหาร ตั้งเป้า 5 ปี ขยายห้องพัก 45% ขยับราคาห้องใหม่เพิ่ม 20% นำร่องรับบริหารเครือ "อัสทูโด"

นายสุทธิเกียรติ จิราธิวัฒน์ ประธานคณะกรรมการบริหาร บมจ.โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา เปิดเผยว่า วางตำแหน่งขึ้นเป็นผู้นำตลาดโรงแรมแบรนด์ไทยด้วยการจัดทำวางแผนพัฒนาธุรกิจ 5 ปี ระหว่าง พ.ศ. 2553-2558 ครอบคลุมพื้นที่ทุกทำเล ลักษณะเดียวกันกับเชนอินเตอร์เนชั่นแนลทั่วโลก

จะดำเนินกลยุทธ์คู่ ขนานกัน 2 แนวทาง แนวทาง 1 ขยายการลงทุนโรงแรมระดับ 5 ดาว และภายในเมษายนนี้จะเปิดแบรนด์ใหม่ระดับ 3 ดาว แนวทาง 2 นำแบรนด์ เซ็นทาราเข้าไปรับจ้างบริหารเทรนด์ใหม่บูติครีสอร์ตคอลเล็กชั่น ตั้งเป้าปี 2558 ห้องพักเพิ่ม 45% เพิ่มรายได้ 15-20% ค่าธรรมเนียมบริหารรีสอร์ตใหม่ 3 ปีแรกจะเพิ่ม 1 เท่า จากนั้นจะเพิ่มปีละ 5-10%

ส่วนนโยบายการตั้งราคาขายห้องพักของโรงแรมและรีสอร์ตปี 2553 เซ็นทาราจะเพิ่มแตกต่างกันตามความหลากหลายของโปรดักต์ขยับราคาเฉลี่ยขึ้นอีก 15-20% ให้สอดคล้องกับเป้าหมายรายได้ รวมทั้งความสำเร็จในการเป็นผู้นำโรงแรมไทยที่จะมีโรงแรมในเครือมากถึง 42 โรงแรม รวมห้องพักทั้งหมด 6,500 ห้อง

หลังจากเมื่อ 3 มีนาคมที่ผ่านมา เปิดแนวรุกทำสัญญาเป?ดบูติครีสอร์ตคอลเล็กชั่นรายแรกกับเครือ "อัสทูโด" (ASTUDO) เพื่อรับจ้างบริหาร 10 ปี บวกทางเลือกต่ออีก 5 ปี เข้าไปดูแลทั้งหมด 4 แบรนด์ ได้แก่ ครอสทู (X2) อะเวย์ เลอเบย์บุรี และเดอะเคสต์ (The CASE) 12 แห่ง สร้างเสร็จแล้ว 7 แห่ง เตรียมเปิดใหม่อีก 5 แห่ง จำนวนห้องพักรวม 600 ห้อง (อัสทูโดมีทั้งหมด 1,200 ห้อง) พร้อมกับการยกระดับมาตรฐานใหม่ด้านราคาเพิ่มเฉลี่ย 20% ด้านบริการ เมนูอาหารและเครื่องดื่ม

นายรณชิต มหัทธนะพฤทธิ์ รองประธานอาวุโสฝ่ายการเงินและบริหารโรงแรมและรีสอร์ตเครือเซ็นทารา กล่าวว่า อุตสาหกรรมการบริการบูติครีสอร์ตเมืองไทยมีอัตราการเติบโตดีทุกปี พิสูจน์จากผลการดำเนินงานเครือ บมจ.โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา ท่ามกลางปัจจัยลบมากมายในปี 2552 ทั้งปัญหาต่อเนื่องจากการปิดสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ ความวุ่นวายทางการเมืองภายในประเทศ โรคระบาดไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 วิกฤตเศรษฐกิจโลก แต่ผลประกอบการเปรียบเทียบกับปี 2551 รายได้บวก 10% อัตราห้องพักเฉลี่ยเพิ่ม 2%

อีกทั้งยังสามารถใช้เงินลงทุนเปิด โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ มิราจ พัทยา เมื่อพฤศจิกายน 2552 ผ่านมาเพียง 3 เดือน ช่วงมกราคมปีนี้ อัตราห้องพักเฉลี่ยสูงถึง 78% ตั้งเป้าทำรายได้ตลอดทั้งปี 760 ล้านบาท สูงกว่าปีที่ผ่านมา (เปิดเพียง 2 เดือน) ทำได้แค่ 171 ล้านบาท

ขณะที่โรงแรมน้องใหม่ เซ็นทารา เวิลด์ ราชประสงค์ ทำรายได้ 1,029 ล้านบาท ปี 2553 ตั้งเป้า 1,200-1,300 ล้านบาท จากลูกค้ามาแรงกลุ่มไมซ์ (MICE) นานาชาติ ช่วงระหว่างปลายมีนาคม-ต้นเมษายนนี้ ได้รับเลือกเป็นโรงแรมหลักจัดประชุมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนานาชาติ (IPP) จะมีผู้เข้าร่วมกว่า 5,000 คน สร้างอานิสงส์แก่โรงแรมและธุรกิจบริเวณใกล้เคียงห้องพักถูกจองเต็มเกือบทุก แห่ง

นายคริส เบลีย์ รองประธานอาวุโสฝ่ายการขายและการตลาดโรงแรมและรีสอร์ตเครือเซ็นทารา กล่าวว่า สถานการณ์ราคาห้องพักในไทยเป็นประเทศแรกเริ่มฟื้นเร็วมาก ส่วนเหตุการณ์ความวุ่นวายทางการเมืองช่วง 12-14 มีนาคมนี้ อาจจะมีผลกระทบต่อตลาดนักท่องเที่ยวเอเชีย แต่รัฐบาลและเอกชนทุกภาคส่วนจะต้องร่วมมือกันสื่อสารสร้างความเชื่อมั่นแก่ ตลาดทั่วโลก

สำหรับเครือเซ็นทารา ปีนี้จะเปิดบริการโรงแรมใหม่ เซ็นทาราแกรนด์ บีช รีสอร์ต ภูเก็ต 255 ห้อง และปรับปรุงโซฟิเทล เซ็นทารา ลาดพร้าว 900 ล้านบาท จะแล้วเสร็จพฤศจิกายนนี้ ภายในเมษายนนี้จะเปิดตัวแบรนด์ใหม่รับจ้างบริหารโรงแรมระดับ 3 ดาว ลำดับต่อไปจะเปิดแบรนด์บริการโรงแรมราคาประหยัด (budget hotel)

วันที่ 08 มีนาคม พ.ศ. 2553 ปีที่ 33 ฉบับที่ 4190 ประชาชาติธุรกิจ หน้า 25