นักวิชาการเผยภาคธุรกิจและท่องเกี่ยวกังวลการชุมนุมของเสื้อแดง
Posted: Tue Mar 16, 2010 10:20 am
ม.หอการค้าฯ ชี้ภาคธุรกิจและภาคการท่องเที่ยวเกิดความกังวลการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดง คาดส่งผลกระทบเศรษฐกิจฟื้นตัวช้ากว่าที่คาด
นายธนวรรธณ์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า จากสถานการณ์การเคลื่อนไหวทางการเมืองที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ จะส่งผลให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวช้ากว่าแผนที่คาดการณ์ไว้ โดยเฉพาะความกังวลของภาคธุรกิจและภาคการท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด
หากเกิดความไม่มั่นใจจากนักลงทุนและนักท่องเที่ยว คือ สัญญาณที่ไม่ดีต่อระบบเศรษฐกิจประเทศ แม้ว่าจะเป็นการชุมนุมที่อยู่ในกรอบของกฎหมายก็ตาม จึงจำเป็นต้องติดตามสถานการณ์การเคลื่อนไหวทางการเมืองในช่วง 1- 2 วัน ว่า จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจประเทศมากน้อยแค่ไหน
ทั้งนี้ มองว่าทางออกระหว่างกลุ่มผู้ชุมนุมและรัฐบาลเป็นไปได้ยากที่จะลงรอยกัน เพราะมีความคิดเห็นและจุดมุ่งหมายที่แตกต่างกัน เพราะการให้รัฐบาลบริหารประเทศไป 6 เดือนแล้วยุบสภา กลุ่มคนเสื้อแดงคงไม่ยอม เช่นเดียวกับการให้กลุ่มคนเสื้อแดงเข้ามาบริหารประเทศแล้วเกิดการจราจลขึ้น รัฐบาลก็คงไม่ยอมเช่นกัน
"มั่นใจว่า ภายในสัปดาห์นี้จะมองเห็นทางออกของปัญหา และเชื่อว่าผลที่ออกมาจะไม่ทำลายการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย แต่อาจชะลอการฟื้นตัวเป็นช่วงปลายไตรมาสที่ 2 หรือ ประมาณเดือนสิงหาคมแทน"
ขณะที่ความมั่นใจของการใช้จ่ายและการบริโภคของประชาชนยังคงเป็นไปได้ดี และสินค้ายังไม่มีปรับราคาสูงขึ้น โดยมองว่าสถานการณ์จะไม่รุนแรงถึงขั้นต้องเกิดการกักตุนสินค้า โดยเชื่อว่าเศรษฐกิจไทยจะเติบโตได้ร้อยละ 3 – 4 แต่หากเกิดการปะทะจะทำให้เศรษฐกิจไทยโตต่ำกว่าร้อยละ 3
แหล่งข่าว: bangkokbiznews.com
นายธนวรรธณ์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า จากสถานการณ์การเคลื่อนไหวทางการเมืองที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ จะส่งผลให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวช้ากว่าแผนที่คาดการณ์ไว้ โดยเฉพาะความกังวลของภาคธุรกิจและภาคการท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดหากเกิดความไม่มั่นใจจากนักลงทุนและนักท่องเที่ยว คือ สัญญาณที่ไม่ดีต่อระบบเศรษฐกิจประเทศ แม้ว่าจะเป็นการชุมนุมที่อยู่ในกรอบของกฎหมายก็ตาม จึงจำเป็นต้องติดตามสถานการณ์การเคลื่อนไหวทางการเมืองในช่วง 1- 2 วัน ว่า จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจประเทศมากน้อยแค่ไหน
ทั้งนี้ มองว่าทางออกระหว่างกลุ่มผู้ชุมนุมและรัฐบาลเป็นไปได้ยากที่จะลงรอยกัน เพราะมีความคิดเห็นและจุดมุ่งหมายที่แตกต่างกัน เพราะการให้รัฐบาลบริหารประเทศไป 6 เดือนแล้วยุบสภา กลุ่มคนเสื้อแดงคงไม่ยอม เช่นเดียวกับการให้กลุ่มคนเสื้อแดงเข้ามาบริหารประเทศแล้วเกิดการจราจลขึ้น รัฐบาลก็คงไม่ยอมเช่นกัน
"มั่นใจว่า ภายในสัปดาห์นี้จะมองเห็นทางออกของปัญหา และเชื่อว่าผลที่ออกมาจะไม่ทำลายการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย แต่อาจชะลอการฟื้นตัวเป็นช่วงปลายไตรมาสที่ 2 หรือ ประมาณเดือนสิงหาคมแทน"
ขณะที่ความมั่นใจของการใช้จ่ายและการบริโภคของประชาชนยังคงเป็นไปได้ดี และสินค้ายังไม่มีปรับราคาสูงขึ้น โดยมองว่าสถานการณ์จะไม่รุนแรงถึงขั้นต้องเกิดการกักตุนสินค้า โดยเชื่อว่าเศรษฐกิจไทยจะเติบโตได้ร้อยละ 3 – 4 แต่หากเกิดการปะทะจะทำให้เศรษฐกิจไทยโตต่ำกว่าร้อยละ 3
แหล่งข่าว: bangkokbiznews.com