ศุลกากรเชียงแสนเผยวิกฤตแม่โขงแห้งทำการค้าชายแดนหดกว่า50%
Posted: Mon Mar 29, 2010 10:21 pm
ศุลกากรเชียงแสน ชี้แม่โขงลดระดับ ทำการค้าวูบเหตุเรือขนส่งสินค้าจากจีนไม่สามารถเทียบท่าได้ ชี้มูลค่าการนำเข้าเดือน ก.พ. ลดลงกว่า 53%นายวินัย ฉิมทองประเสริฐ นายด่านศุลกากรเชียงแสน อ.เชียงแสน จ.เชียงราย เปิดเผยว่า ตั้งแต่ต้นเดือน ก.พ. จนถึงปัจจุบัน เรือขนส่งสินค้าจากจีนไม่สามารถแล่นมาเทียบท่าที่ท่าเรือด่านศุลกากรเชียงแสนได้ เนื่องจากแม่น้ำโขงลดระดับลงอย่างมากจนเรือขนสินค้าขนาดใหญ่จากจีนไม่สามารถแล่นมาได้ เรือสินค้าที่สามารถแล่นส่วนใหญ่เป็นเรือขนส่งสินค้าจากลาว และพม่า ที่มีขนาดระวางเพียง 50 - 60 ตัน และวิ่งระหว่างท่าเรือเชียงแสน พม่า และลาวเท่านั้น ทั้งนี้มูลค่าการค้าผ่านด่านศุลกากรเชียงแสนในเดือน ก.พ. การนำเข้าลดลงเหลือเพียง 17 ล้านบาท ลดลงไปกว่า 53% จากเดิมเคยส่งออกได้สูงถึงเดือนละ 30 ล้านบาท ส่วนมูลค่าการส่งออกลดลงเหลือ 150 - 200 ล้านบาท หรือลดลงประมาณ 40% จากเคยส่งออกได้เฉลี่ยเดือนละ 400 ล้านบาท
นายวินัย กล่าวว่า หลังจากแม่น้ำโขงลดระดับลงผู้ประกอบการขนส่งได้เบนเข็มหันไปขนส่ง สินค้าทางบกผ่านเส้นทางอาร์ 3 เอ จากคุนหมิง - สิบสองปันนา - บ่อห่าน - บ่อเต็น - หลวงน้ำทา - ห้วยทราย - เชียงของแทน แต่คาดว่าภายในเดือน เม.ย.ระดับน้ำในแม่น้ำโขงจะเพิ่มขึ้นทำให้การขนส่งสินค้าทางเรือจากจีนมายังท่าเรือเชียงแสนกลับมาคึกคักอีกครั้ง
นายนพรัตน์ ละมุง กลุ่มรักษ์เชียงของ โครงการสื่อชุมชนแม่น้ำโขง กล่าวว่า ระดับน้ำโขงที่ลดลงเกิดขึ้นตั้งแต่ต้นเดือน ก.พ. แต่วันที่น้ำโขงขึ้นลงอย่างรวดเร็ว คือวันที่ 27 ก.พ. น้ำโขงลดระดับลงเหลือ 0.36 เมตร แต่วันที่ 28 ก.พ. กลับเพิ่มระดับขึ้นมา 0.56 เมตร ระดับน้ำเพิ่มขึ้นกว่า 0.20 เมตร การขึ้นลงของแม่น้ำโขงเป็นสิ่งที่ผิดปรกติอยากมาก เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงฤดูน้ำหลากในปี 2552 ที่ผ่านมา น้ำโขงล้นตลิ่งไหลทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนริมแม่น้ำ ซึ่งชาวบ้านเชื่อว่าเกิดจากการจัดการของจีนในการเปิด-ปิดเขื่อนการก่อสร้าง เขื่อนมีผลกระทบต่อระบบนิเวศน์มากที่สุด และจีนถือเป็นประเทศที่สร้างเขื่อนมากที่สุดในโลกกว่า 2 - 3 หมื่นเขื่อน นอกจากมีส่วนทำให้เกิดภาวะโลกร้อนยังซ้ำเติมปัญหาภัยแล้งใฟห้กับพื้นที่ตอนล่างของเขื่อน ยังทำลายระบบนิเวศน์และห่วงโซ่อาหาร โดยเฉพาะไก ซึ่งเป็นสาหร่ายในแม่น้ำโขงที่เป็นอาหารของปลาหลายชนิด รวมทั้งปลาบึกที่เป็นปลาอพยพ จากงานวิจัยตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมาพบว่า การขึ้นลงของแม่น้ำโขงอย่างรวดเร็วกระทบกับห่วโซ่อาอาหารของปลาจนจำนวนปลาในแม่น้ำโขงลดลง 10% "ส่วนการประชุมแม่โขงซัมมิทที่จะมีขึ้นในวันที่ 3 เม.ย.ที่อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ แม้ฝ่ายไทยจะเชิญจีนมาร่วมประชุมด้วย แต่เครือข่ายไม่มั่นใจว่าจีนจะรับฟังปัญหามากเพียงใด เพราะก่ออนหน้านี้เคยส่งหนังสือไปท้วงติงและร้องขอให้จีนเปิดเขื่อนเพื่อ ปล่อยน้ำก็ไม่ได้รับการสนองตอบเท่าที่ควร อย่างไรก็ตามเครือข่ายจะไปยื่นหนังสือถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและตัวแทนจากจีนในการประชุมแม่โขงซัมมิท ครั้งนี้" นายนพรัตน์กล่าว
แหล่งข่าว: chiangmainews.co.th