Page 1 of 1

ททท.ตั้งเป้า 5 ปีวางแผนปั้นไทยศูนย์กลางธุรกิจกอล์ฟและดำน้ำ

Posted: Tue Mar 30, 2010 8:44 pm
by Sam
Image
รองผู้ว่าฯ ททท. ด้านตลาดในประเทศเผยวางแผนวางแผนปั้นไทยศูนย์กลางธุรกิจกอล์ฟและดำน้ำภายใน 5 ปี เนื่องจากไทยมีศักยภาพที่จะเป็นศูนย์กลางธุรกิจทั้งสองประเภทได้ โดยแจงว่า จุดเด่นบริการกอล์ฟในประเทศไทยซึ่งเป็นแห่งเดียวในโลกที่มีบริการแคดดี้พร้อมสปอร์ตคลับที่เสิร์ฟอาหารรสเลิศ นอกจากนี้ ประเทศไทยยังพรั่งพร้อมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์สำหรับกีฬาดำน้ำอีกด้วย แต่ต้องเปิดโอกาสให้คนได้เป็นเจ้าของธุรกิจดำน้ำมากขึ้น ซึ่งปัจจุบันชาวต่างชาติยังเป็นผู้ประกอบการหลักของธุรกิจประเภทนี้
ททท.หวังปั้นไทยเป็นศูนย์กลางกอล์ฟของเอเชียใน 5 ปี และผลักดันให้ธุรกิจรับสอนดำน้ำเป็นธุรกิจของคนไทยให้มากขึ้น

เมื่อวันที่ 30 มี.ค. 2553 นายวันเสด็จ ถาวรสุข รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.)เปิดเผยว่า ททท.ต้องการให้ประเทศไทยเป็น ศูนย์กลางธุรกิจกอล์ฟและดำน้ำ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวรูปแบบความสนใจพิเศษหรือนีชมาร์เก็ตให้มีมากขึ้น โดยตั้งเป้าหมายจะผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางกิจกรรมด้านกอล์ฟในภูมิภาค เอเชีย ภายใน 5 ปี ทั้งในเรื่องการเข้าใช้สนามกอล์ฟ และการชอปปิ้ง-ซ่อมอุปกรณ์กอล์ฟตลอดจนเสื้อผ้าแฟชั่นดีไซน์ระดับแบรนด์เนม ที่ใช้สำหรับเล่นกอล์ฟ โดยชูจุดขายความโดดเด่นด้านการบริการเพราะสนามกอล์ฟในไทยเป็นแห่งเดียวในโลก ที่มีแคดดี้คอยให้บริการพร้อมสปอร์ตคลับที่มีอาหารอร่อย บรรยากาศดี และมีกิจกรรมอื่นๆ อาทิ สปา ทำให้กิจกรรมตีกอล์ฟในประเทศไทยมีความสนุกสนานเป็นกีฬาที่ไม่เคร่งเครียด พร้อมกันนี้ ททท. จะผลักดันให้ธุรกิจรับสอนดำน้ำเป็นธุรกิจของคนไทยให้มากขึ้น จากปัจจุบันที่เป็นธุรกิจของคนต่างชาติ เนื่องจาก กิจกรรมดำน้ำประเทศไทยได้เปรียบทางภูมิประเทศที่มีทะเลทั้งฝั่งอ่าวไทย และอันดามันรวมถึงทรัพยากรธรรมชาติใต้ทะเลที่สวยงามสามารถดำน้ำ ได้ตลอดปี อาทิ เกาเต้า เกานางยวน เกาะสิมิลัน หมู่เกาะสุรินทร์ โดยจะมีการพัฒนาในเรื่องของภาษาให้แก่บุคลากรร่วม ถึงช่วยเหลือในเรื่องการทำตลาด

ล่าสุด ททท. ได้จับมือกับบริษัท เอ็น.ซี.ซี. เอ็กซิบิชั่น ออกาไนเซอร์ จำกัด (นีโอ) จัดงาน ไทยแลนด์ กอล์ฟแอนด์ ไดร์ฟ เอ็กซ์โป 2010” และงาน “มหัศจรรย์เที่ยวไทย2553”ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ระหว่างวันที่ 20-23 พ.ค.53โดยเชิญผู้ประกอบการ อาทิ สนามกอล์ฟ โรงแรมที่พักอุปกรณ์ กอล์ฟและเสื้อผ้าแฟชั่นแบรนดังแพกเกจทริปดำน้ำ และอุปกรณ์ดำน้ำ ตลอดจนสินค้าและบริการท่องเที่ยว อื่นๆ มาร่วมออกบูธจำหน่ายสินค้าและบริการในราคาลดพิเศษ 20-60% โดยตั้งเป้ามีผู้ประกอบการมาร่วมออกบูธราว 500 ราย แบ่งเป็นธุรกิจกอล์ฟ50 ราย,ธุรกิจดำน้ำกว่า 140 ราย , สินค้าและบริการท่องเที่ยวอีกราว300 บูธ คาดว่า จะมีผู้สนใจเข้าร่วมงาน 250,000คน แบ่งเป็นกลุ่มผู้สนใจกอล์ฟและดำน้ำราว 85,000คน เกิดเงินสะพัดภายในระยะเวลาจัดงานกว่า 600 ล้านบาท ซึ่งเป็นตัวเลขที่เพิ่มขึ้นการการจัดงานในปีก่อนที่มีผู้เข้าชมงาน กอล์ฟ และดำน้ำราว 80,000คน ซึ่งภายในงานยังเชิญผู้ประกอบการจากต่างประเทศมาพบและเจรจาธุรกิจกับผู้ ประกอบ การไทยและมีการรายงานข่าวจากสื่อต่างประเทศด้วย โดยนีโอใช้งบโฆษณาประชาสัมพันธ์งาน 10ล้านบาท

แหล่งข่าว: thairath.co.th