Page 1 of 1

รัฐแนะผู้ประกอบการเชียงรายปรับตัวรับค้าเสรีเน้นสร้างแบรนด์

Posted: Mon Apr 05, 2010 5:33 am
by Sam
Imageนักวิชาการแนะภาคธุรกิจเมืองพ่อขุน เร่งสร้างแบรนด์รับการแข่งขันยุคการค้าไร้พรมแดน ก่อนถูกบรรษัทข้ามชาติฮุบตลาด หลังประชาคมอาเซียนเกิดเต็มตัวรายงานข่าวจาก จ.เชียงราย แจ้งว่า กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ได้จัดการสัมมนาเรื่อง “ทำการค้าอย่างไรให้ถูกกฎหมายการแข่งขันทางการค้า” ณ ห้องประชุมดอยตุง โรงแรมดุสิตไอส์แลนด์รีสอร์ท อ.เมืองเชียงราย โดยมี นายสันติชัย สารถวัลย์แพศย์ ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมการแข่งขันทางการค้า กรมการค้าภายใน เป็นผู้ดำเนินการสัมมนา

ภายในงานยังมีการแจกเอกสารเกี่ยวกับการดำเนินคดีกับเอกชนรายใหญ่ๆ ในข้อหาที่กระทำผิดต่อพระราชบัญญัติการแข่งขันการค้า พ.ศ.2542 เช่น ข้อหากระทำธุรกิจจนมีอำนาจเหนือตลาด ผูกขาดไม่เป็นธรรม ฯลฯ

ส่วนผู้ร่วมสัมมนาประกอบไปด้วย อาจารย์ วรนนท์ ลีลาเวทพงษ์ จากสำนักวิชานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง นายสมศักดิ์ เกียรติชัยลักษณ์ ผู้อำนวยการกลุ่มเชี่ยวชาญและตรวจสอบ 2 กรมการค้าภายใน และนายวิรุณ คำภิโล ประธานหอการค้า จ.เชียงราย

นายสันติชัย กล่าวว่า ในปี 2558 กลุ่มอาเซียนทั้ง 10 ประเทศมีข้อตกลงที่จะรวมตัวกันเป็นตลาดเดียวอย่างสมบูรณ์ ซึ่งก็จะทำให้สินค้าและธุรกิจของกลุ่มประเทศสมาชิกสามารถเข้าแข่งขันภายใน ตลาดเดียวกันนี้ได้ทั้งหมด จึงเป็นสิ่งที่ประเทศไทยโดยเฉพาะภาคธุรกิจจะต้องปรับตัวอย่างขนานใหญ่ ไม่เช่นนั้นอาจจะถึงขั้นต้องยกเลิกกิจการไป หรืออยู่ในภาวะที่เสียเปรียบดังนั้น ที่ผ่านมา ประเทศไทยจึงมีการบังคับใช้กฎหมายเรียกว่าพระราชบัญญัติการแข่งขันการค้า พ.ศ.2542 ขึ้น เพื่อใช้เป็นเครื่องมือให้คนไทยได้ใช้ประโยชน์ เพราะถือว่าเป็นกฎหมายที่สอดคล้องกับข้อตกลงระหว่างประเทศเพื่อปกป้องธุรกิจคนไทย โดยเฉพาะรายย่อยที่จะต้องเข้าสู่ตลาดการแข่งขัน ซึ่งก็คงจะไม่ได้มีเฉพาะกลุ่ม 10 ประเทศอาเซียน แต่มีทั้งยุโรป อเมริกา จีน ฯลฯ ด้วย

อาจารย์ วรนนท์ ลีลาเวทพงษ์ อาจารย์สำนักวิชานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศกำลังพัฒนาทั่วโลกกำลังเข้าสู่ข้อตกลงที่ถูกกำหนดโดยประเทศมหาอำนาจของโลกที่มีการรุกรานด้านเศรษฐกิจ ทั้งการเปิดการแข่งขันแบบโลกไร้พรมแดน การค้าเสรี โลกาภิวัตน์ ฯลฯ ซึ่งข้อตกลงต่างใช้หลักเศรษฐศาสตร์ในการร่างเป็นหลัก บางครั้งก็ทำให้ประเทศกำลังพัฒนาเสียเปรียบอย่างไรก็ตาม เมื่อต้องเข้าสู่กระแสนี้ โดยไม่อาจจะหลีกเลี่ยง และประเทศไทยก็มีการออกกฎหมายที่เป็นประโยชน์เพื่อป้องกันธุรกิจไทยออกมาดังกล่าว เราก็ควรต้องศึกษาอย่างละเอียดเพื่อนำมาใช้ประโยชน์ให้ได้

อาจารย์ วรนนท์ กล่าวอีกว่า จ.เชียงราย ซึ่งถือเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพสูงทั้งด้านการค้าชายแดนและภาคการเกษตรรวม ทั้งมีภูมิศาสตร์เชื่อมกับหลายประเทศ ดังนั้น ควรจะสร้างผลผลิตที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเองขึ้นมาให้ได้ เพราะในอนาคตนอกจากสินค้าที่มีอยู่ในปัจจุบันก็ยังจะมีผลผลิตในลักษณะเดียวกันจากประเทศต่างๆ ในกลุ่มอาเซียนรวมทั้งจากประเทศจีนทะลักเข้ามาแข่งขันอีกมาก หากเราไม่มีการพัฒนาก็จะทำได้แค่เพียงเป็นลูกจ้างเท่านั้น“หัวใจของเชียงราย อยู่ที่ภาคการเกษตรกับการค้าชายแดน เราจึงต้องคิดว่าจะทำอย่างไรไม่ให้กลุ่มทุนภายนอกเข้ามามีอำนาจเหนือตลาดของเรา”

อาจารย์วรนนท์ กล่าวและว่า อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมา ภาคเกษตรของเชียงรายยังมีต้นทุนสูงแต่ราคาถูก เช่น สับปะรดราคาผลละ 5-10 บาท แต่เมื่อเอกชนนำไปแปรรูปบรรจุกระป๋องจะมีราคา 60-70 บาท เมื่อนำส่งไปต่างประเทศจะมีมูลค่าหลายร้อยบาท เป็นต้น ซึ่งจะเห็นได้ว่ามูลค่าเพิ่มที่ได้ตกถึงมือเกษตรกรชาวเชียงรายน้อยมาก ดังนั้น มีความจำเป็นต้องสร้างยี่ห้อหรือแบรนด์ขึ้นมาในหลายสินค้าที่สำคัญของ จังหวัดโดยเฉพาะข้าวและผลไม้ จากนั้นดูแลเรื่องคุณภาพเพื่อป้องกันการตรวจสอบเรื่องการนำเข้าจากประเทศ ต่างๆ และใช้ประโยชน์จากข้อตกลงระหว่างประเทศต่างๆ ดังกล่าวอย่างเต็มที่

ด้านนายวิรุณ คำภิโล ประธานหอการค้า จ.เชียงราย กล่าวว่า ยอมรับว่าที่ผ่านมานักธุรกิจท้องถิ่นมักไม่ค่อยสนใจเรื่องกฎหมายเหล่านี้มากนัก เพราะเรามองว่าเป็นแค่กฎหมายภายในประเทศ แต่เมื่อพบกับประเทศยักษ์ใหญ่ก็จะกลายเป็นแค่เสือกระดาษเท่านั้นอย่างไรก็ตาม เขาเห็นด้วยที่เชียงรายเรามีโอกาสมากหากสามารถทำแบรนด์สินค้าได้ เราจะไม่ได้มีแค่ตลาดจากประชากร 600 ล้านคน ในกลุ่มอาเซียนเท่านั้น แต่ยังมีในมณฑลเสฉวนและมณฑลหยุนหนัน จีนตอนใต้ อีกหลายร้อยล้านคนด้วย เพราะในอนาคตจะมีการค้าเสรีจีน-อาเซียนตามมาด้วย โดยเฉพาะภาคเกษตรของเชียงรายถือเป็นผลผลิต 33% ของจังหวัด จะทำให้รายได้ตกถึงมือเกษตรกรโดยตรงและทำให้ธุรกิจอื่นๆ ขับเคลื่อนไปได้หมด

นายวิรุณ กล่าวอีกว่า แต่รัฐและเอกชนคงต้องทำงานมากกว่านี้ เพราะปัจจุบันภาครัฐและเอกชนของประเทศจีนมีลักษณะขับเคลื่อนเป็นอันหนึ่งอัน เดียวกัน เช่น ข้าวที่ปลูกในจีนมีต้นทุนสูงกว่าของไทยมาก แต่ได้รับการเอื้อประโยชน์จนนำมาขายในราคาถูกในประเทศไทยได้ ฯลฯ ซึ่งแตกต่างจากประเทศไทยเพราะมีการปลูกข้าวคุณภาพดีในภาคเหนือมากมายแต่ไม่ มีโควตาหรือเปิดเสรีให้มีการส่งออกผ่านจุดการค้าชายแดนของจังหวัดเพื่อไป จำหน่ายยังจีนตอนใต้ได้ ทั้งๆ ที่ตลาดของจีนตอนใต้มีความต้องการข้าวไทยสูงมากเป็นต้น

แหล่งข่าว: chiangmainews.co.th