Page 1 of 1

ททท.หวังชูอีเวนต์สงกรานต์สร้างบรรยากาศท่องเที่ยว12จว.ทั่วไทย

Posted: Fri Apr 09, 2010 9:01 pm
by Sam
Imageททท. เน้นจัดกิจกรรมใหญ่ในกรุงเทพฯ 9 พระอารามหลวงและ 12 จังหวัดทั่วประเทศ หวังชูอีเวนต์สงกรานต์สร้างบรรยากาศท่องเที่ยว ชี้ภูเก็ต หาดใหญ่ ทัวริสต์แห่จองมากสุด ขณะที่กรุงเทพฯแผ่วจากปัญหาการเมือง คาดเงินสะพัดร่วม 4.1 พันล้านบาทหรือขยายตัวกว่า 3% ด้านสมาคมผู้ประกอบการถนนข้าวสาร จัดงานถนนข้าวสารย้อนยุค" ฟื้นท่องเที่ยว หลังการชุมนุมฉุดอัตราการเข้าพักเฉลี่ยลดลง 30%

นางสาวเพ็ญสุดา ไพรอร่าม รองผู้ว่าการด้านสินค้าท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยหรือททท.เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ"ว่าททท.คาดหวังที่จะใช้กิจกรรมในช่วงสงกรานต์เพื่อสร้าง บรรยากาศและภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวไทย ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาความวุ่นวายทางการเมืองไทยที่เกิดขึ้น โดยในช่วงสงกรานต์ปีนี้ททท. จะจัดการเฉลิมฉลองเทศกาลนี้ในกรุงเทพฯภายใต้ เทศกาล "เย็นทั่วหล้า มหาสงกรานต์" ประจำปี 2553 ที่จะเน้นการจัดกิจกรรมประเพณีและวิถีไทย ภายใน 9 พระอารามหลวงและจะสนับสนุนการจัดงานสงกรานต์ 12 จังหวัดทั่วประเทศด้วย(ตารางประกอบ)

ทั้งนี้ในปีนี้ททท.ใช้งบจัดงานอยู่ที่ 34 ล้านบาท เพื่อกระตุ้นให้คนไทยเดินทางกลับบ้าน ภายใต้แคมเปญสงกรานต์รักบ้านเกิด และกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ ภายใต้แคมเปญเมืองไทยใครๆก็รัก ทั้งนี้จากการประเมินสถานการณ์ท่องเที่ยวในช่วงสงกรานต์ ททท.ประมาณการว่าในช่วงระหว่างวันที่ 10-18 เมษายนนี้ จะมีการขยายตัวทั้งในแง่ของจำนวนนักท่องเที่ยวและรายได้อยู่ที่ประมาณ 3%

โดยจะมีเงินสะพัดสำหรับการท่องเที่ยวอยู่ที่ประมาณ 4,100 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาซึ่งอยู่ที่ 3,900 ล้านบาท และมีจำนวนนักท่องเที่ยวอยู่ที่ประมาณ 3.6 ล้านคน รวมคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยคาดว่าจะเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาซึ่งอยู่ที่ 3.5 ล้านคน ทั้งนี้ในจำนวนดังกล่าว คาดว่าจะเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติอยู่ประมาณ 3.09 แสนคน ที่เหลือเป็นการเดินทางเที่ยวในประเทศ ซึ่งนักท่องเที่ยวต่างชาติในปีนี้นิยมไปเที่ยวสงกรานต์ที่ภูเก็ตและหาดใหญ่ ส่วนในกรุงเทพฯมีแนวโน้มลดลงจากปัญหาความวุ่นวายทางการเมืองในขณะนี้

ด้านนายสุรัตน์ วงศ์ชาญศิลป์ นายกสมาคมผู้ประกอบการค้าถนนข้าวสาร เปิดเผยว่า จากการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงในช่วงที่ผ่านมาส่งผลให้นักท่องเที่ยวที่จะ เข้ามาในถนนข้าวสารลดลงไปราว 50% โดยคิดเป็นรายได้ที่สูญไปราว 200 ล้านบาท และมีการยกเลิกการจองห้องพัก 100% ส่วนนักท่องเที่ยวแบบแบ็กแพ็กเกอร์ที่เดินทางเข้ามาโดยไม่มีการจองล่วงหน้า ก็ไม่มีการเดินทางเข้ามาเลย แต่ในขณะนี้มีการกระเตื้องขึ้นมาบ้างเป็น 60%

สำหรับอัตราการเข้าพักเฉลี่ยในช่วงปกติจะอยู่ที่ 90% ขณะนี้เหลือ 60% นับว่าลดลงไป 30% ซึ่งก็ถือว่ายังดีกว่าการประท้วงในตอนแรกนั้นลดลงไปถึง 50% ส่วนยอดการจองเข้ามาช่วงสงกรานต์ขณะนี้มีเข้ามาแล้ว 60% หวังว่าหากการชุมนุมยุติลงอัตราการเข้าพักเฉลี่ยจะกลับขึ้นมาที่ 100%

ทั้งนี้ผู้ประกอบการถนนข้าวสารจึงได้มีการจัดทำแผนการกู้ตลาดนักท่องเที่ยว มาอย่างต่อเนื่อง ด้วยการให้ผู้ประกอบการกว่า 400 ร้านค้าร่วมกันทำโปรโมชันลด แลก แจก แถม เช่น ลดราคาห้องพัก, พัก 5 คืนแถม 1 คืน, แคมเปญห้องพักแถมอาหาร ส่วนร้านอาหารในย่านข้าวสาร ก็พร้อมใจกันร่วมลดราคา และจำหน่ายสินค้าในราคามาตรฐาน เป็นต้น

นอกจากนั้นทางสมาคมได้ให้ผู้ประกอบการเร่งสร้างความเข้าใจให้กับชาวต่างชาติ เพื่อสร้างความเข้าใจถึงสถานการณ์บ้านเมืองว่าถนนข้าวสารมีการดูแลรักษาความ ปลอดภัยเป็นอย่างดี และไม่เป็นอันตราย พร้อมย้ำกับผู้ประกอบการเรื่องของการไม่เอารัดเอาเปรียบ นักท่องเที่ยว พร้อมทั้งดูแลนักท่องเที่ยวเป็นอย่างดี ทางสมาคมมุ่งหวังว่างานสงกรานต์ข้าวสารในปีนี้ จะเป็นปัจจัยที่สำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจบนถนนข้าวสารให้ดีขึ้นอย่างแน่นอน

พร้อมกันนี้ ยังเตรียมจัดงาน "มหาสงกรานต์ ถนนข้าวสารย้อนยุค" เพื่อสืบสานประเพณีไทยและกระตุ้นนักท่องเที่ยวให้กลับมาที่ถนนข้าวสาร ในระหว่างวันที่ 12-15 เมษายน 2553 โดยมีการจำลองบรรยากาศภายในงานแบบย้อนยุค เพื่อนำเสนอประเพณีอันดีงาม รวมทั้งในปีนี้สมาคมมุ่งเน้นการสืบสานประเพณีอันดีงาม จึงรณรงค์เรื่องการแต่งกายแบบไทย หรือแต่งกายด้วยชุดรัดกุม ไม่แต่งตัวโป๊ รวมทั้งไม่เล่นแป้ง ไม่ใช้ปืนฉีดน้ำที่รุนแรง เพื่อสร้างสงกรานต์ที่สนุกสนานอย่างมีวัฒนธรรม
สำหรับการจัดกิจกรรมในช่วงสงกรานต์นี้คาดว่าจะช่วยดึงนักท่องเที่ยวเข้ามา ได้ราว 2-3 แสนคน โดยแบ่งเป็นชาวไทย 60% ชาวต่างชาติ 40% มีรายได้สะพัดกว่า 300 ล้านบาท และมั่นใจว่าหากการชุมนุมยุติลงในช่วงสงกรานต์นักท่องเที่ยวจะเพิ่มเป็น 4 แสนคน และมีรายได้สะพัดกว่า 400-500 ล้านบาท โดยกลุ่มนักท่องเที่ยวที่นิยมเดินทางมาร่วมงานสงกรานต์ถนนข้าวสารมากที่สุด คือ ยุโรป, อิสราเอล, ญี่ปุ่น และสหรัฐอเมริกา มีช่วงพักประมาณ 1-2 อาทิตย์ เฉลี่ยการใช้จ่ายต่อคนที่ 20,000 บาท

Image
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,519 4 - 7 เมษายน พ.ศ. 2553