พาณิชย์รุกจดลิขสิทธิ์แบรนด์กาแฟดอยตุง-ดอยช้าง ในเดือนมิ.ย. หลังยื่นขอข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ต่ออียูไปแล้ว หวังเพิ่มมูลค่าส่งออกกาแฟไทยนางปัจฉิมา ธนสันติ อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์(พณ.) กล่าวว่า กรมทรัพย์สินทางปัญญาเตรียมยื่นคำขอจดทะเบียนสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์(GI) ต่อคณะกรรมาธิการสหภาพยุโรปหรืออียู ที่กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยี่ยม
สำหรับกาแฟดอยช้าง และกาแฟดอยตุง ในเดือนมิถุนายนนี้ หลังจากเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2551 ได้ยื่นขอใช้สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ต่ออียูไปแล้ว ซึ่งถ้าไม่มีใครคัดค้านคาดว่าการจดทะเบียนในอียูจะแล้วเสร็จได้ภายในปีนี้ "การขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือ GI จะช่วยให้สินค้าได้รับการพัฒนาและได้รับการดูแลรักษามาตรฐานสินค้า เนื่องจากผู้ที่ขอขึ้นทะเบียนจะต้องแสดงกระบวนการผลิต และวิธีควบคุมคุณภาพ ผู้ผลิตจะต้องมีส่วนในการช่วยรักษาคุณภาพและชื่อเสียงสินค้า ซึ่งจะทำให้สินค้าที่ได้รับการรับรองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ขายได้ราคามากขึ้น และจะทำให้สินค้าที่ผลิตในชุมชนมีมูลค่าเพิ่มในการส่งออก เกิดการกระจายรายได้มากขึ้น" นางปัจฉิมากล่าว
ทั้งนี้ สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือ GI เป็นสิทธิชุมชนที่จะแสดงบนฉลากสินค้าของผู้ผลิตในพื้นที่ เปรียบเสมือนแบรนด์ชุมชมของสินค้าดังกล่าว สำหรับสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ที่ขึ้นทะเบียนในไทยแล้วมี 32 คำขอ แบ่งเป็น สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ไทย 26 คำขอ เช่น ข้าวสังข์หยดเมืองพัทลุง ไข่เค็มไชยา หมูย่างเมืองตรัง มะขามหวานเพชร เป็นต้น และเป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ของต่างประเทศ 6 คำขอ เช่น สุราจากเปรู แชมเปญจากฝรั่งเศส และไวน์จากอิตาลี เป็นต้น ส่วนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ที่อยู่ระหว่างดำเนินการมี 31 คำขอ แบ่งเป็น ของไทย 25 คำขอ เช่น เหล้าแดง ครกอ่างศิลา ผ้าฝ้ายย้อมครามสกลนคร มุกภูเก็ต ปลาทูแม่กลอง น้ำตาลโตนดเมืองเพชร ส้มสีทองน่าน ส้มโอขาวใหญ่สมุทรสงคราม และของต่างประเทศอีก 6 คำขอ คือ สุราจากชิลี ไวน์ Napa Valley สุรา Tequila จากเม็กซิโก องุ่นจากแคลิฟอร์เนีย ไวน์ Barolo และไวน์ Barbaresco
แหล่งข่าว: chianmainews.co.th