ททท.จับมือเอกชนดันไทยขึ้นแท่นเมืองท่องเที่ยวสุขภาพระดับโลก

ข่าวกิจกรรมท่องเที่ยวในพื้นที่ภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ประกอบด้วย เชียงราย สิบสองปันนา เชียงตุง-เมืองลา หลวงพระบาง
Post Reply
Sam
Site Admin
Posts: 1786
Joined: Sun Mar 11, 2007 9:03 pm
Location: เชียงราย
Contact:

ททท.จับมือเอกชนดันไทยขึ้นแท่นเมืองท่องเที่ยวสุขภาพระดับโลก

Post by Sam »

Imageททท.ผนึก ร.พ. และสถานบริการ โปรโมตท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ บูมไทยขึ้นชั้น “เดสติเนชั่นการท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ” ระดับโลก เตรียมนัดหารือเอกชน 200 รายพรุ่งนี้หาข้อสรุป ก่อนคิกออฟ 3 แคมเปญ ปูพรม ก.ค.ศกนี้ ลากยาวถึง ปีหน้า เจาะ 3 กลุ่ม ตลาดอาเซียน ยุโรป และตะวันออกกลาง เน้นเปิดเว็บไซต์ และใช้สื่อออนไลน์ทุกรูปแบบ มั่นใจดันธุรกิจบริการทางการแพทย์ไทยโตก้าวกระโดดโกยรายได้นับหมื่นล้านบาท ต่อปี

น.ส.เพ็ญสุดา ไพรอร่าม รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว และนายประกิตติ์ พิริยะเกียรติ รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) ร่วมกันเปิดเผยว่า ททท. ได้จับมือกับภาคธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนและสถานบริการด้านสุขภาพ จัดทำโครงการ “การตลาดและประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพของประเทศไทยผ่านสื่อออนไลน์” โดยจะเชิญภาคเอกชนที่อยู่ในธุรกิจโรงพยาบาลและสถานบริการด้านสุขภาพ กว่า 200 ราย มาประชุมหาข้อสรุปที่ชัดเจนอีกครั้งก่อนเปิดตัวโครงการในเดือนพ.ค.ศกนี้

โครงการดังกล่าวมี วัตถุประสงค์เพื่อดำเนินการด้านการตลาดและประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อออนไลน์ให้ทั่วโลกได้รับรู้ ว่าไทยเป็นเวิล์ดเดสติเนชั่นของการท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ โดยมีเป้าหมายหลัก คือ ญี่ปุ่น เกาหลี อเมริกา อังกฤษ สหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ เอเชียใต้ และ 10 ประเทศในกลุ่มอาเซียน นอกจากนั้นยังมีเป้าหมายรอง อาทิ รัสเซีย ยุโรปตะวันออก และ แคนาดา เบื้องต้นโครงการ จะแบ่งเป็น 3 แคมเปญ ใน 3 ระยะ ตั้งแต่ปี 2553-2554 ได้แก่

1.แคมเปญ YOU are in good hands เริ่มโครงการ ก.ค.2553 – มี.ค.2554 เน้นโปรโมต สร้างภาพลักษณ์ความเชี่ยวชาญของผู้ให้บริการสุขภาพของประเทศไทย ที่มีมาตรฐานระดับสากล ทั้งสถานที่ และทีมแพทย์ เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายเกิดความเชื่อถือ มั่นใจ พร้อมเปิดเว็บไซต์ http://www.youareingooghands.net" onclick="window.open(this.href);return false; และจัดทำสื่อดิจิตอล เพื่อการประชาสัมพันธ์ อาทิ วิดีโอคลิป ซีดีรอม อี-นิวส์ บล็อก เพาเวอร์พอยส์ และจัดแฟมทริปเชิญสื่อออนไลน์เยี่ยมชมสถานที่เพื่อนำข้อมูลไปเขียนเผยแพร่บนเว็บไซต์ ทำอีเมลล์มาเก็ตติ้ง และ โซเชียลเน็ตเวิร์ครูปแบบต่างๆ

2. แคมเปญ Thailand Medical Tourism Blog Contest เริ่ม ส.ค.-ธ.ค. 2553 เน้นประชาสัมพันธ์ในกลุ่มนักเขียนด้าน เมดิคัลทัวริส ทั่วโลก ได้มีโอกาสเยี่ยมชมสถานบริการด้านสุขภาพและบริการ ของประเทศไทย รวมถึงจัดทำเว็บไซต์ http://www.MedBlogContest.com" onclick="window.open(this.href);return false;

และ 3. แคมเปญ Healthy&Beauty Holiday ระยะเวลา ส.ค.2553-มี.ค.2554 เน้นประชาสัมพันธ์กระตุ้นกลุ่มเป้าหมายให้มาใช้บริการท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ ในประเทศไทย และสร้างช่องทางออนไลน์ประชาสัมพันธ์ให้กับกลุ่มผู้ให้บริการสุขภาพและท่อง เที่ยว จัดทำเว็บไซต์ http://www.Healthybeautyholiday.com" onclick="window.open(this.href);return false; พร้อมจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายโดยร่วมกับพันธมิตรทั้งในระดับท้องถิ่นใน ประเทศเป้าหมาย และ ในระดับโลก ทางออนไลน์ จำนวน 6 ราย แบ่งเป็นระดับท้องถิ่น 4 ราย จากประเทศ สิงคโปร์ เกาหลี เวียดนาม และ ญี่ปุ่น ในระดับโลก 2 ราย

อย่างไรก็ตาม สำหรับภาคเอกชนของไทย ที่จะเข้าร่วมโครงการ ได้แก่ โรงพยาบาล คลินิกเฉพาะทาง สปาสุขภาพ และบริการอื่นๆที่เกี่ยวกับสุขภาพ โดยต้องมีที่ตั้งของสถานบริการ ใน 5 พื้นที่ ได้แก่ สมุย เชียงใหม่ พัทยา กรุงเทพฯ และภูเก็ต โดยคุณสมบัติของผู้ประกอบการต้องได้รับมาตรฐาน HA โดยสถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาลไทย ใบรับรองมาตรฐานตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ.2551 หากเป็นบริษัทนำเที่ยว ต้องมีใบอนุญาต ประกอบธุรกิจนำเที่ยว จากสำนักทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ ผู้ประกอบการต้องมีเว็บไซต์เป็นของตัวเอง เพื่อนำมาเชื่อมต่อกับเว็บท่าของโครงการ ผู้ให้บริการต้องมีเจ้าหน้าที่รองรับการให้บริการลูกค้าทางอีเมลล์และทางโทรศัพท์อย่างน้อย 3 ภาษาหลัก ได้แก่ อังกฤษ ญี่ปุ่น และ เกาหลี

ทั้งนี้การที่ ททท.มุ่นเน้นการตลาดแบบออนไลน์ เพราะพฤติกรรมนักท่องเที่ยวและผู้ใช้บริการทางการแพทย์กลุ่มนี้ ต้องการความเป็นส่วนตัว และ การบอกกล่าวจากผู้มีประสบการณ์ตรงมาก่อน โดยเฉพาะในเรื่องของศัลกรรมความงาม ซึ่งที่ผ่านมา ประเทศไทยเป็นที่ยอมรับทั้งด้านศัลยกรรมความงาม และการรักษาพยาบาล แต่เป็นการทำตลาดเพียงภาคเอกชนต่างคนต่างทำ ซึ่งการดำเนินงานทางการตลาดของ ททท.ครั้งนี้ นับเป็นครั้งแรก ที่หน่วยงานรัฐเข้ามาช่วยเอกชนในการทำตลาดอย่างจริงจัง ยิ่งทำให้บริการทางการแพทย์ของไทยได้รับความน่าเชื่อถือยิ่งขึ้น สำหรับงบประมาณโครงการ จะนำมาจากงบประชาสัมพันธ์และการตลาดในงบประจำปี ซึ่ง ททท.เน้นสื่อออนไลน์มากขึ้นอยู่แล้ว เชื่อมั่นว่า จะทำให้ธุรกิจบริการทางการแพทย์ของประเทศไทยจะเติบโตแบบก้าวกระโดด นำรายได้เข้าประเทศ หลายหมื่นล้านบาทต่อปี จุดแข็งของประเทศไทย คือ งานด้านบริการ และ ราคา ที่ต่ำกว่าคู่แข่งขัน เกือบ 50% ส่วนแพทย์ก็มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านเป็นที่ยอมรับในระดับสากล

แหล่งข่าว: chiangmainews.co.th 21/4/2553