Page 1 of 1

ททท.วาง 5 กลยุทธ์ประกาศจุดขายอีสาน แหล่งเรียนรู้ อู่อารยธรรม

Posted: Sat Apr 24, 2010 10:03 pm
by Sam
Imageททท. วาง 5 กลยุทธ์ ปั๊มรายได้ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือปีนี้แตะ 5.2 หมื่นล้านบาท เร่งโหมตลาดเชิงรุก ปิดท้ายปีท่องเที่ยวอีสาน พร้อมวางแผนโปรโมตระยะยาว ตั้งเป้าปี 2554-2558 ประกาศจุดขายให้อีสานเป็น"แหล่งเรียนรู้...อู่อารยธรรม"

นายอภิชาติ อินทร์พงษ์พันธุ์ ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคตะวันออกเฉียงเหนือ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ"ถึงแผนการส่งเสริมการท่องเที่ยวของภาคอีสานในปีนี้ว่า ททท. ได้กำหนดกลยุทธ์การทำตลาดในประเทศ สำหรับปี 2553-2554 ไว้ 5 กลยุทธ์หลักคือ สร้างกระแสให้การท่องเที่ยวเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต, ส่งเสริมการเดินทางเชื่อมโยง, สร้างการรับรู้ความเป็นเอกลักษณ์ของพื้นที่, รณรงค์ให้เกิดการท่องเที่ยวอย่างรู้คุณค่า รักษาแหล่งท่องเที่ยว และสุดท้าย ส่งเสริมการท่องเที่ยวในมิติของการเรียนรู้ โดยภาคอีสานได้กำหนดกลุ่มเป้าหมายเป็นนักท่องเที่ยวทั่วไป 65% และนักท่องเที่ยวผู้สนใจเฉพาะ (กลุ่มสัมมนา ผู้สนใจด้านศาสนา ประวัติศาสตร์ และกลุ่มเยาวชน) 35%

สำหรับแนวทางการทำตลาดท่องเที่ยวภาคอีสานในต่างประเทศ ได้มีการวางตลาดเป้าหมายคือ เน้นการทำตลาดในประเทศเพื่อนบ้านมากกว่าตลาดระยะไกล อย่างสหรัฐอเมริกา และยุโรป เนื่องจากสามารถทำได้ตลอดปีโดยไม่มีฤดูกาล, หาโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยได้พบปะผู้ประกอบการในประเทศเพื่อนบ้าน และส่งเสริมการขายเชื่อมโยงภาคอีสานและประเทศเพื่อนบ้าน

โดยตลาดสำคัญที่ททท. อีสาน จะเน้นการขยายตลาด จะมองไปที่ตลาดญี่ปุ่น โดยในช่วงตั้งแต่ปลายเดือนมกราคม-พฤษภาคมนี้ จะนำผู้ประกอบการญี่ปุ่นร่วมกับสมาคมไทย-ญี่ปุ่น ครูอาจารย์ในโรงเรียนญี่ปุ่น ตลอดจนสื่อมวลชนญี่ปุ่น เดินทางไปสำรวจเส้นทาง เช่น เส้นทางที่ 1 อุบลราชธานี-ปากเซ เส้นทางที่ 2 ขอนแก่น-กาฬสินธุ์ นำเยาวชนญี่ปุ่นไปดูซากไดโนเสาร์ ให้เป็นนักธรณีวิทยาน้อย เพื่อเชื่อมโยงเยาวชนไทยกับญี่ปุ่น เช่น พาไปดูพิพิธภัณฑ์สิรินธร จ.กาฬสินธุ์ นับเป็นการเชื่อมโยงกับต่างชาติ ถ้าคนญี่ปุ่นในประเทศไทยรู้จักแหล่งท่องเที่ยวอีสาน ก็จะบอกต่อๆ กันไป และสื่อมวลชนเองก็จะเผยแพร่ต่อ

นอกจากนี้ ยังได้ร่วมมือกับ ททท.เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในการไปโรดโชว์ที่เมืองโอซากา ฟูโคโอกะ และโตเกียว พร้อมทั้งเจรจากับนายกสมาคมญี่ปุ่น ผู้ประกอบการญี่ปุ่น เหตุที่ทำการตลาดในญี่ปุ่นเพราะญี่ปุ่นให้ความสนใจตรงนี้อยู่ ในขณะที่ตลาดไกลอย่างยุโรปยังนิยมการท่องเที่ยวชายทะเล เช่น ภูเก็ต สมุย เป็นต้น ซึ่งอีสานไม่มีแหล่งท่องเที่ยวเฉพาะ จึงต้องมีวิธีเจาะกลุ่มเฉพาะพร้อมกันนี้ ผู้อำนวยการ ททท. ในยุโรปทั้งหมด และผู้จัดการการตลาด จะเดินทางมาสำรวจแหล่งท่องเที่ยวอีสาน ในวันที่ 19-24 เมษายนนี้ ในเส้นทาง กรุงเทพฯ-อุดรธานี-เวียงจันทน์-กรุงเทพฯ เพื่อให้มาเห็นจริง และกลับไปโปรโมตได้ ส่วนในวันที่ 22 เมษายนนี้ จะมีการประชุมโฟกัสกรุ๊ป ซึ่งจะต้องเอาข้อมูลแต่ละภาคมาคุยกับต่างประเทศ ก่อนเข้าสู่การประชุมใหญ่ในเดือนมิถุนายนนี้ โดยมีผู้อำนวยการ ททท. ทั้งสำนักงานในไทยและต่างประเทศทั้งหมดมาร่วมประชุม เป็นการวางแผนเข้าสู่ปี 2554

อย่างไรก็ตามภาพรวมการท่องเที่ยวในปี 2553 ททท.คาดการณ์ไว้ว่าจะมีนักท่องเที่ยวไทยเดินทางเที่ยวในประเทศ 90 ล้านคนต่อครั้ง ขยายตัวจากปี 2552 ราว 3.38% คิดเป็นรายได้ 4.3 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2552 ราว 5.5% แต่สำหรับเฉพาะภาคอีสานตั้งเป้าการท่องเที่ยวในปีนี้ อยู่ที่ 18.11 ล้านคนต่อครั้ง เติบโตจากปี 52 ราว 3.07% คิดเป็นรายได้ 5.2 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2552 ที่มีรายได้ 3.8 หมื่นล้านบาท หรือราว 5.45% และมีค่าใช้จ่ายราว 1,661 บาทต่อครั้ง พร้อมกันนี้ตั้งเป้าปี 2554-2558 เตรียมประกาศให้ภาคอีสานเป็น "แหล่งเรียนรู้...อู่อารยธรรม"

นายอภิชาติ กล่าวต่อว่าการทำตลาดท่องเที่ยวของภาคอีสาน นับเป็นเรื่องท้าทายอย่างยิ่งโดยเฉพาะตลาดต่างประเทศ เนื่องจากภาคอีสานยังมีจุดอ่อนหลายเรื่อง เช่น ภาพลักษณ์แหล่งท่องเที่ยวเพื่อการเรียนรู้ยังไม่เป็นที่จดจำ, แหล่งท่องเที่ยวแต่ละจุดค่อนข้างกระจายและใช้เวลานานในการเดินทาง, สิ่งอำนวยความสะดวกและบริการท่องเที่ยวที่ได้มาตรฐานกระจุกตัวอยู่ในเมือง หลัก, ผู้ประกอบการท่องเที่ยวมีจำนวนน้อยและเป็นผู้ประกอบการรายย่อย และพฤติกรรมการท่องเที่ยวของคนไทยยังเป็นลักษณะของการพักผ่อนมากกว่าการเรียนรู้

ทำให้ในช่วงปี 2551-2553 นี้ ททท.ได้ประกาศให้เป็นปีแห่งการท่องเที่ยวภาคอีสาน โดยในปี 2551 เป็นการสร้างการรับรู้ ปี 2552 เชิญผู้ประกอบการท่องเที่ยวมาส่งเสริมการขาย และปีนี้เป็นปีในการส่งเสริมการขายอย่างจริงจัง ซึ่งภาคอีสานยังมีจุดแข็งอยู่หลายเรื่องด้วยกัน เช่น ภาพลักษณ์ที่โดดเด่นของการท่องเที่ยวด้านการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ ศาสนา และวัฒนธรรมประเพณี, เป็นประตูสู่ประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ลาว เวียดนาม กัมพูชา,ราคาสินค้าและบริการท่องเที่ยวอยู่ในระดับต่ำ, มีแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ ที่อยู่ในกระแสความสนใจของนักท่องเที่ยว เช่น สามพันโบก, มอหินขาว เชียงคาน และมีงานประเพณีท้องถิ่นที่เป็นเอกลักษณ์

ทั้งนี้ ยังมีการเชิญให้ผู้ประกอบการท่องเที่ยวเดินทางสำรวจใน 6 เส้นทาง คือ เส้นทางตามรอยอารยธรรมโบราณ, เส้นทางเยือนถิ่นคาทอลิก, เส้นทางตามรอยไดโนเสาร์, เส้นทางตามรอยอารยธรรมขอม เส้นทางเสน่ห์มนตราริมฝั่งโขง และเส้นทางตามรอยพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต และจากการสอบถามผู้ประกอบการ และสื่อมวลชน ที่ร่วมเดินทางสำรวจเส้นทางว่ารู้สึกอย่างไรต่อภาคอีสาน คำตอบที่ได้รับกลับมาคือ ไกล ขาดแหล่งช็อปปิ้ง และไม่มีแหล่งอำนวยความสะดวกเพียงพอ ซึ่งเรื่องนี้ ททท.อีสาน ต้องไปหารือว่าจะแก้ไขอย่างไร

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,524 22 - 24 เมษายน พ.ศ. 2553