ทั้งนี้ ที่ผ่านมาผู้ประกอบการย่านราชประสงค์ได้เรียกร้องให้รัฐบาลให้การช่วยเหลือ ภายหลังจากที่ต้องปิดกิจการชั่วคราว ทำให้ขาดรายได้ และขาดสภาพคล่องในการดำเนินธุรกิจ ซึ่งทางสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยได้เคยประเมินความเสียหายจากการชุมนุม บริเวณดังกล่าว ไว้อยู่ที่ประมาณ 70,000 ล้านบาท แต่หากปล่อยให้สถานการณ์การชุมนุมยืดเยื้อกว่านี้อาจทำให้มีความเสียหาย เพิ่มมากขึ้น
ด้านนายโสฬส สาครวิศว กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) กล่าวถึงมาตรการช่วยเหลือผู้ค้ารายย่อยที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุม ว่า ธนาคารจะใช้สินเชื่อเพื่อการท่องเที่ยวในการเยียวยากลุ่มผู้ประกอบการที่ เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวทั่วประเทศ ซึ่งจะรวมถึงกลุ่มกิจการค้าขายทั่วไป โดยใช้เพียงบุคคลค้ำประกัน ถือเป็นมาตรการต่อเนื่องจากปีที่แล้ว ซึ่งรัฐบาลอนุมัติวงเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ 5,000 ล้านบาท และยังมีวงเงินเหลือประมาณ 1,000 ล้านบาท
ส่วนกรณีที่สมาคมไทยบริการท่องเที่ยวจะขอให้รัฐบาลเพิ่มวงเงินสินเชื่อในปี นี้อีก 5,000 ล้านบาทนั้น หากมีความจำเป็นต้องใช้ธนาคารก็ไม่ขัดข้อง เพราะหลังจากเดือนพ.ค.นี้จะเป็นช่วงโลว์ซีซั่นต่อเนื่อง 4 เดือน ซึ่งจะทำให้ผู้ประกอบการประสบปัญหาหลังขาดโอกาสในช่วงไฮซีซั่นเพราะมีการ ชุมนุมในไตรมาสแรกของปี
สำหรับสินเชื่อเพื่อธุรกิจท่องเที่ยวจะให้กู้รายละไม่เกิน 5 ล้านบาท ผ่อนชำระภายใน 5 ปี อัตราดอกเบี้ย 4% ใน 2 ปีแรก โดยมีระยะเวลาปลอดต้น 1 ปี และธนาคารกำลังพิจารณาจะปรับเงื่อนไขให้ดียิ่งขึ้น เช่น ยืดเวลาให้อัตราดอกเบี้ยต่ำมากกว่า 2 ปี และยืดเวลาผ่อนชำระมากกว่า 5 ปี เนื่องจากในเดือนพ.ค.นี้ ผู้ประกอบการบางส่วนที่กู้ยืมเมื่อปีที่แล้วกำลังจะครบกำหนดชำระเงินต้น อาจะทำให้มีปัญหาสภาพคล่องได้
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ผลกระทบต่อธุรกิจท่องเที่ยว กระจายไปทั่วประเทศ ไม่ใช่เฉพาะสี่แยกราชประสงค์เท่านั้น เพราะนักท่องเที่ยวหลายประเทศงดเว้นการเดินทางมาประเทศไทย และขณะนี้ธนาคารยังไม่สามารถประเมินความเสียหายออกมาเป็นตัวเลขได้ แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีลูกค้ารายใดมีปัญหาขาดการชำระเงินต้น
วันที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2553 ปีที่ 20 ฉบับที่ 7087 ข่าวสดรายวัน หน้า 8