แอร์เอเชียนำสำรวจลาวใต้ มรดกล้ำค่าทางธรรมชาติในปากเซ
Posted: Mon Apr 26, 2010 9:24 pm
คนไทยกับคนลาวเป็นพี่น้องกัน เป็นคำพูดที่ไม่เกินจริง เพราะคนไทยกับคนลาวมีวัฒนธรรมคล้ายคลึงกัน ทั้งสภาพความเป็นอยู่คล้ายภาคอีสาน อาหารการกิน ศาสนา ภาษาใกล้เคียงกันมาก และมักเดินทางท่องเที่ยวหรือไปมาหาสู่กันบริเวณแนวตะเข็บชายแดน มีปัจจัยดึงดูดหลายอย่าง โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายไม่แพงมากนัก บางครั้งอาจถูกกว่าเที่ยวในประเทศตอนนี้มีเส้นทางบุกเบิกใหม่ให้ นักท่องเที่ยวจะได้ไม่จำเจกับพื้นที่เดิม ๆ และเป็นการกระจายความเจริญลงมาทาง "ภาคใต้" ของลาว ซึ่งมีแนวโน้มอนาคตอันใกล้จะเจริญตามหัวเมืองเหนือและเมืองหลวง ตามที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศลาวตั้งใจไว้
ทริปท่องเที่ยวลาวใต้ ครั้งนี้ "ไทย แอร์เอเชีย" ซึ่งเปิดบินตรง กรุงเทพฯ-อุบลราชธานี พาบินลัดฟ้าจัดเชื่อมต่อการเดินทางจาก "อุบลราชธานี" สู่ สปป.ลาว ผ่านทาง "ด่านช่องเม็ก" เขตอำเภอสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี จุดหมายปลายทาง คือ "แขวงจำปาสัก" อดีตเมืองหลวงสำคัญของลาวใต้ (แขวงหมายถึงจังหวัด) และแขวงจำปาสัก มีเมืองที่น่าสนใจและคุ้นหูคนไทยแน่นอน หากได้ดูภาพยนตร์เรื่อง "สะบายดี หลวงพระบาง" จะมี "เมืองปากเซ" หรือเรียกแบบไทยว่า "อำเภอปากเซ" เป็น เมืองท่าสำคัญ มีแม่น้ำของ หรือ "โขง" ไหลผ่าน วิธีเข้าเมืองนี้ต้องข้ามสะพานลาว-ญี่ปุ่น
ปากเซเป็นเมืองเล็ก ๆ อันสงบที่ความเจริญทางวัฒนธรรมสมัยใหม่ยังเข้ามาไม่มากนัก ได้เห็นชาวบ้านยังคงดำรงวิถีชีวิตแบบเดิมให้เห็นอยู่ ไม่ว่าอาหาร การกิน การทำบุญตักบาตร การจับจ่ายซื้อของในตลาด ซึ่งเป็นวิถีชีวิตดั้งเดิมของคน ที่นี่ มีตลาดสำคัญประจำเมือง คือ ตลาดดาวเรือง คล้าย ๆ ตลาดนัดของไทย มีทั้งพืชผัก ผลไม้ เสื้อผ้าของใช้ต่าง ๆ สินค้ายอดนิยม คือ ปลาเนื้ออ่อนจากแม่น้ำของ (โขง) ทั้งตัวใหญ่และสด แถมราคาสูงใช้ได้ กิโลกรัมละ 200 บาท นับเป็นอาหาร ยอดฮิตของชาวลาวใต้เลยก็ว่าได้ เพราะ ทุกเมนูอาหารต้องมีปลาวางอยู่บนโต๊ะทุกมื้อ ถ้ามาถึงลาวใต้แล้วไม่ได้กินปลา เท่ากับว่าท่านมาไม่ถึงกันทีเดียว
จากนั้นการเดินทางจากเมืองปากเซ ทางทิศเหนือราว 40 ก.ม. เข้าสู่ "เมือง ปากซอง" ภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นที่ราบสูง ถนนหนทางอาจไม่สะดวกนักเพราะอากาศเย็นชื้น ฝนตกเป็นประจำ อุดมสมบูรณ์ด้วยมีป่าไม้ พื้นที่แห่งนี้จึงเป็นแหล่งปลูกกาแฟและชาที่มีชื่อเสียงของลาวใต้ พร้อมให้ นักท่องเที่ยวเลือกชิมและซื้อ บอกได้อย่างเดียวว่า รสชาติเข้มข้น หอมกรุ่น อร่อยมาก เพราะดินที่ใช้ปลูกไม่เหมือนใคร มาจากภูเขาไฟ รสชาติจึงเข้มอร่อยไม่เหมือนที่อื่น
อีกทั้งยังมีต้นน้ำลำธารและ น้ำตกมากมาย หนึ่งในน้ำตกอันสวยงาม คือ "น้ำตกตาดเยื้อง" จะงดงามมากในฤดูฝน ด้วยธารไหลจากความสูงราว 100 เมตร ด้านล่างมีแหล่งน้ำ สามารถลงไปว่ายน้ำเล่นได้ ถ้าไม่กลัวความเย็น คำว่าตาดแปลว่า "น้ำตก" และเยื้องแปลว่า "เลียงผา" รวมกันได้ว่า "น้ำตกที่มีเลียงผามาชุมนุมกัน" จึงไม่แปลกที่ชาวบ้านแถวนี้จะนำ เนื้อกวางและเก้งมาขายให้นักท่องเที่ยวได้ชิมกัน
รสชาติคล้ายเนื้อ หมูแดดเดียวแต่เนื้อ ไม่เหนียว ราคาแพงใช่เล่น ท่านที่ต้องการจะลิ้มรสเนื้อกวางและเก้งมาชิมได้ที่น้ำตกตาดเยื้องแห่งเดียว นักท่องเที่ยวไม่สามารถซื้อกลับไปเมืองไทยได้ เพราะศุลกากรไทยถือว่าเป็นสัตว์ป่าสงวน ผิดกฎหมาย ห้ามนำสัตว์ป่าเข้าประเทศ
หากต้องการพักแรมก็มีรีสอร์ต ธรรมชาติ "น้ำตกตาดผาส้วม" ในอุทยานแห่งชาติบาเจียง ผาส้วมแปลว่าห้องหอของเจ้าบ่าวหรือเจ้าสาว เป็นน้ำตกที่มีน้ำไหลตลอดทั้งปี สวยงามท่ามกลางแท่นหิน บนผามีขนาดใหญ่เรียงรายเป็นระเบียบตกแต่งสวยงามเหมือนกับห้องนอน ข้างน้ำตกมีร้านอาหารให้นักท่องเที่ยวใช้บริการพร้อมกับชมน้ำตก เป็นการสร้างบรรยากาศระหว่างมื้ออาหารได้ดีทีเดียว อีกไฮไลต์คือ บ้านพักบนต้นไม้ หรือจะพักบ้านริมธารน้ำไหลก็ดี
ถัดจากบ้านพักไปมี หมู่บ้านชาวเขา 13 ชนเผ่า คอยต้อนรับนักท่องเที่ยวผู้มาเยือน เดิมทีพื้นที่แห่งนี้เป็นป่าสภาพเสื่อมโทรม ถูกตัดไม้ทำลายไปมาก สภาพน้ำตกตอนนั้นมีแต่ขยะ กลางปี 1996 "คุณวิมล กิจบำรุง" นักธุรกิจคนไทยได้สิทธิเข้าไปพัฒนาธุรกิจท่องเที่ยวในลาว ใช้เวลาออกแบบการก่อสร้างกว่า 2 ปี จึงได้รับอนุญาตให้เริ่มก่อสร้างปี 1999 ใช้แรงงานท้องถิ่น ปัจจุบันพนักงานในรีสอร์ตทั้งหมดเป็นชาวเผ่าแถบนี้ ตามเจตนารมณ์ที่คุณวิมลตั้งใจจะคืนชีวิตของป่า น้ำตก และผู้คนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่แห่งนี้ได้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี
ฉบับหน้าพบกับเส้นทางหลากความงดงามของลาวใต้ฝั่งที่ติดชายแดนกัมพูชา
วันที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2553 ปีที่ 33 ฉบับที่ 4204 ประชาชาติธุรกิจ หน้า 25 คอลัมน์ พาทัวร์