เชียงรายสะพานมิตรภาพแห่งที่4เชียงของ-ห้วยทรายลงนามสร้างแล้ว
Posted: Sat May 15, 2010 7:49 am
ไทย-ลาว ร่วมสร้างสะพานเชื่อมสัมพันธ์ประเทศ "โสภณ" เผย ใช้งบประมาณกว่า 1.486 พันล้าน โดยรัฐบาลไทยและจีนเป็นคนรับผิดชอบ ระบุใช้เวลาก่อสร้าง 30 เดือน
เมื่อวันที่ 14 พ.ค.2553 นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังการลงนามความตกลงระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาล แห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ซึ่งมีนายสมมาด พนเสนา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงโยธาธิการและขนส่ง สปป.ลาว เป็นตัวแทนว่า เป็นการลงนามว่าด้วยการสร้างสะพานมิตรภาพแห่งที่ 4 ที่บริเวณเชียงของ-ห้วยทราย โดยทางกรมทางหลวงของไทย และกรมขัวทางของลาวได้ว่าจ้างบริษัท CR5-KT Joint Venture ซึ่งเป็นบริษัทร่วมลงทุนระหว่าง บริษัท China Railway No.5 Engineering Group และบริษัท กรุงธนเอ็นจิเนียร์ จำกัด ในวงเงิน 1,486.5 ล้านบาท ซึ่งใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 30 เดือน หรือเสร็จในปี 2555 โดยงบก่อสร้างดังกล่าวทางฝ่ายรัฐบาลไทยและรัฐบาลจีนรับผิดชอบกันฝ่ายละครึ่ง
“โดยเมื่อก่อสร้างสะพานดังกล่าวเสร็จแล้วจะทำให้เกิดประโยชน์ทาง ด้านการค้า และเศรษฐกิจระหว่าง 3 ประเทศคือ ไทย ลาว และจีน” รมว.คมนาคม กล่าว
ด้านนายสมมาด กล่าวว่า หลังจากเส้นทางดังกล่าวเสร็จแล้วจะทำให้ปริมาณสินค้าที่เข้าออก 3 ประเทศจะเพิ่มมากขึ้น และทั้ง 3 ประเทศได้ผลประโยชน์ร่วมกัน โดยแนวทางการปฏิบัตินั้นจะให้ดำเนินการให้คล้ายกับสะพานแห่งที่ 1 และ 2 ที่ก่อสร้างเสร็จไปแล้ว โดยจะให้ความสะดวกสำหรับรถที่ผ่านไปมา ซึ่งปัจจุบันทางลาวได้เปิดให้มีรถเข้าออกโดยไม่จำกัดจำนวน และเมื่อสะพานแห่งที่ 4 เสร็จแล้วจะทำให้ปริมาณสินค้าที่เข้าออกมีเพิ่มมากขึ้นอย่างแน่นอน
ขณะที่นายวิทวัส ศรีวิหค เอกอัครราชทูตไทย ประจำประเทศ สปป.ลาว กล่าวว่า หลังลงนามเอ็มโอยูกันไปแล้วทั้ง 2 ฝ่ายจะต้องไปเจรจาเรื่องการอำนวยความสะดวกในเรื่องการเก็บค่าผ่านแดน และการกำหนดอัตราภาษีกันต่อไป ซึ่งคาดว่าน่าจะยึดแนวทางปฏิบัติเป็นมาตรฐานเดียวกัน โดยสะพานแห่งนี้เป็นสะพานเชื่อมเส้น R 3 ซึ่งจะเป็นเส้นทางสำหรับการค้าการลงทุนเป็นหลัก รองลงมาคือด้านการท่องเที่ยวในระหว่างเส้นทาง ซึ่งในส่วนนี้ สปป.ลาวยังขาดเรื่องที่พักและสิ่งอำนวยความสะดวกด้านพื้นฐานอยู่
นาย วิทวัส กล่าวต่อว่า จากการหารือระหว่างรัฐมนตรีคมนาคมของไทยและรัฐมนตรีโยธาฯของ สปป.ลาวนั้น ทางฝ่ายลาวอยากให้ไทยเป็นเสรีการบิน หรือOpen Sky ให้ สปป.ลาวให้มากขึ้นด้วย เพราะในอนาคตมีแผนที่จะเชื่อมโยงการขนส่งทางอากาศให้มากขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกในด้านการท่องเที่ยว ซึ่งเรื่องดังกล่าวก็จะต้องไปทำกรบอการทำงานก่อน อีกทั้งจะต้องนำเรื่องเสนอรัฐสภาตามกฎหมายรัฐธรรมนูญมาตรา 190 ด้วย
“การขนส่งระหว่างไทยและ สปป.ลาวในปัจจุบันยังใช้ประโยชน์ไม่สูงสุด โดยแต่ละเส้นทางจะมีศักยภาพแตกต่างกันไป”
ส่วนนายชัยรัตน์ สงวนชื่อ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า ในเดือน ก.ค.53 ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพในการทำความตกลงและเจรจาเรื่องการขนส่งสินค้า โดย มีกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านเข้าร่วม ทั้งนี้เพื่อให้ระบการขนส่งสินค้าทางถนนสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น ล่าสุด นายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม และ นายสมมาด พนเสนา รมว.กระทรวงโยธาธิการและขนส่ง แห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ได้หารือในรายละเอียดปลีกย่อยเบื้องต้นระหว่างไทย-ลาวไปบางแล้ว อาทิ ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับ ระบบการจัดการภาษี การขนส่งสินค้าไปยังประเทศที่ 3 ฯลฯ ซึ่งหากมีการทำข้อตกลงกันได้ จะช่วยให้การขนส่งสินค้าสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น ก่อนหน้านี้ ทางกระทรวงพาณิชย์ได้ประสานให้กระทรวงคมนาคมรับข้อมูลเรื่องการหารือเกี่ยว กับระบบการตรวจสอบสินค้าที่เน่าเสียง่าย ให้รวดเร็วขึ้นเพื่อลดค่าความเสียหายของสินค้าในกระบวนการขนส่ง นอกจากนี้ สมาคมผู้รับจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ (TIFFA) ระหว่างไทย-ลาวจะมีการเจรจาเรื่องนี้ ร่วมกับกระทรวงต่างประเทศและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อทำให้ระบบการขนส่ง ทั้งหมดเป็นไปในทิศทางเดียวกัน
แหล่งข่าว: ไทยรัฐออนไลน์ 14 พฤษภาคม 2553, 12:40 น.
เมื่อวันที่ 14 พ.ค.2553 นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังการลงนามความตกลงระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาล แห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ซึ่งมีนายสมมาด พนเสนา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงโยธาธิการและขนส่ง สปป.ลาว เป็นตัวแทนว่า เป็นการลงนามว่าด้วยการสร้างสะพานมิตรภาพแห่งที่ 4 ที่บริเวณเชียงของ-ห้วยทราย โดยทางกรมทางหลวงของไทย และกรมขัวทางของลาวได้ว่าจ้างบริษัท CR5-KT Joint Venture ซึ่งเป็นบริษัทร่วมลงทุนระหว่าง บริษัท China Railway No.5 Engineering Group และบริษัท กรุงธนเอ็นจิเนียร์ จำกัด ในวงเงิน 1,486.5 ล้านบาท ซึ่งใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 30 เดือน หรือเสร็จในปี 2555 โดยงบก่อสร้างดังกล่าวทางฝ่ายรัฐบาลไทยและรัฐบาลจีนรับผิดชอบกันฝ่ายละครึ่ง
“โดยเมื่อก่อสร้างสะพานดังกล่าวเสร็จแล้วจะทำให้เกิดประโยชน์ทาง ด้านการค้า และเศรษฐกิจระหว่าง 3 ประเทศคือ ไทย ลาว และจีน” รมว.คมนาคม กล่าว
ด้านนายสมมาด กล่าวว่า หลังจากเส้นทางดังกล่าวเสร็จแล้วจะทำให้ปริมาณสินค้าที่เข้าออก 3 ประเทศจะเพิ่มมากขึ้น และทั้ง 3 ประเทศได้ผลประโยชน์ร่วมกัน โดยแนวทางการปฏิบัตินั้นจะให้ดำเนินการให้คล้ายกับสะพานแห่งที่ 1 และ 2 ที่ก่อสร้างเสร็จไปแล้ว โดยจะให้ความสะดวกสำหรับรถที่ผ่านไปมา ซึ่งปัจจุบันทางลาวได้เปิดให้มีรถเข้าออกโดยไม่จำกัดจำนวน และเมื่อสะพานแห่งที่ 4 เสร็จแล้วจะทำให้ปริมาณสินค้าที่เข้าออกมีเพิ่มมากขึ้นอย่างแน่นอน
ขณะที่นายวิทวัส ศรีวิหค เอกอัครราชทูตไทย ประจำประเทศ สปป.ลาว กล่าวว่า หลังลงนามเอ็มโอยูกันไปแล้วทั้ง 2 ฝ่ายจะต้องไปเจรจาเรื่องการอำนวยความสะดวกในเรื่องการเก็บค่าผ่านแดน และการกำหนดอัตราภาษีกันต่อไป ซึ่งคาดว่าน่าจะยึดแนวทางปฏิบัติเป็นมาตรฐานเดียวกัน โดยสะพานแห่งนี้เป็นสะพานเชื่อมเส้น R 3 ซึ่งจะเป็นเส้นทางสำหรับการค้าการลงทุนเป็นหลัก รองลงมาคือด้านการท่องเที่ยวในระหว่างเส้นทาง ซึ่งในส่วนนี้ สปป.ลาวยังขาดเรื่องที่พักและสิ่งอำนวยความสะดวกด้านพื้นฐานอยู่
นาย วิทวัส กล่าวต่อว่า จากการหารือระหว่างรัฐมนตรีคมนาคมของไทยและรัฐมนตรีโยธาฯของ สปป.ลาวนั้น ทางฝ่ายลาวอยากให้ไทยเป็นเสรีการบิน หรือOpen Sky ให้ สปป.ลาวให้มากขึ้นด้วย เพราะในอนาคตมีแผนที่จะเชื่อมโยงการขนส่งทางอากาศให้มากขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกในด้านการท่องเที่ยว ซึ่งเรื่องดังกล่าวก็จะต้องไปทำกรบอการทำงานก่อน อีกทั้งจะต้องนำเรื่องเสนอรัฐสภาตามกฎหมายรัฐธรรมนูญมาตรา 190 ด้วย
“การขนส่งระหว่างไทยและ สปป.ลาวในปัจจุบันยังใช้ประโยชน์ไม่สูงสุด โดยแต่ละเส้นทางจะมีศักยภาพแตกต่างกันไป”
ส่วนนายชัยรัตน์ สงวนชื่อ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า ในเดือน ก.ค.53 ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพในการทำความตกลงและเจรจาเรื่องการขนส่งสินค้า โดย มีกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านเข้าร่วม ทั้งนี้เพื่อให้ระบการขนส่งสินค้าทางถนนสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น ล่าสุด นายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม และ นายสมมาด พนเสนา รมว.กระทรวงโยธาธิการและขนส่ง แห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ได้หารือในรายละเอียดปลีกย่อยเบื้องต้นระหว่างไทย-ลาวไปบางแล้ว อาทิ ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับ ระบบการจัดการภาษี การขนส่งสินค้าไปยังประเทศที่ 3 ฯลฯ ซึ่งหากมีการทำข้อตกลงกันได้ จะช่วยให้การขนส่งสินค้าสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น ก่อนหน้านี้ ทางกระทรวงพาณิชย์ได้ประสานให้กระทรวงคมนาคมรับข้อมูลเรื่องการหารือเกี่ยว กับระบบการตรวจสอบสินค้าที่เน่าเสียง่าย ให้รวดเร็วขึ้นเพื่อลดค่าความเสียหายของสินค้าในกระบวนการขนส่ง นอกจากนี้ สมาคมผู้รับจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ (TIFFA) ระหว่างไทย-ลาวจะมีการเจรจาเรื่องนี้ ร่วมกับกระทรวงต่างประเทศและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อทำให้ระบบการขนส่ง ทั้งหมดเป็นไปในทิศทางเดียวกัน
แหล่งข่าว: ไทยรัฐออนไลน์ 14 พฤษภาคม 2553, 12:40 น.