วงการท่องเที่ยวคึกคักจับตาศึกชิงเก้าอี้ประธานสภาฯ ส.ค.นี้
Posted: Thu Jul 08, 2010 9:00 pm

3กลุ่มชิง"ประธาน"สภาฯท่องเที่ยว ลุ้นนโยบายเพื่อกลุ่มหรือส่วนรวม
เตรียมชิงเก้าอี้ "ประธาน" สภาท่องเที่ยว ส.ค.นี้ โผล่แล้ว 3 กลุ่ม "เจริญ-ทักษิณ- ปิยะมานต์" แถมมีชื่อ "ชนินทร์-วิจิตร" พ่วงด้วย สมาชิกทั่วประเทศจับตาแผนหาเสียง ชูนโยบายเสียสละเพื่อส่วนรวมหรือหวังประโยชน์เฉพาะกลุ่ม
วงการอุตสาหกรรมท่องเที่ยวใน ประเทศรายงานว่า เริ่มมีหลายกลุ่มเคลื่อนไหวเตรียมลงสมัครชิงตำแหน่งประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ที่กำหนดจัดการเลือกตั้งระหว่างการประชุมสมาชิกเดือนสิงหาคมนี้ กลุ่มแรก นางปิยมานต์ เตชะไพบูลย์ กรรมการสภาฯท่องเที่ยว กลุ่ม 2 นายทักษิณ ปิโลวาสน์ อดีตนายกสมาคมนำเที่ยวไทยจับมือกับสมาชิกสมาพันธ์ธุรกิจท่องเที่ยวภูมิภาคแห่งประเทศไทยภาคใต้บางขั้ว กลุ่ม 3 นายเจริญ วังอนานนท์ นายกสมาคมไทยบริการท่องเที่ยว (ทีทีเอเอ) ส่งเอกสารสมัครเข้าเป็นสมาชิกสภาท่องเที่ยวแล้วเมื่อเร็ว ๆ นี้ และมีชื่อนายชนินทร์ โทณวณิก ประธานบริหารเครือดุสิตอินเตอร์ และนายวิจิตร ณ ระนอง รวมอยู่ด้วย
ล่าสุดนายกงกฤช หิรัญกิจ ประธานคนปัจจุบันได้จัดทำระบบมาตรฐานข้อมูลการพยากรณ์สถิติท่องเที่ยวและราย ได้ รวมถึงเสนอจัดตั้งกองทุนเป็นรูปเป็นร่าง ทำภารกิจประสบความสำเร็จหลายส่วน โดยตั้งเกณฑ์การทำงานไม่ยุ่งกับการเข้าไปกดดันเพื่อเรียกร้องงบประมาณจากภาค รัฐให้สนับสนุนกิจกรรมการตลาดซึ่งเอกชนผู้ได้ประโยชน์จะต้องรับผิดชอบกันเอง แล้วใช้แนวทางบริหารมุ่งเน้นการจัดทำโครงสร้างอุตสาหกรรมให้แข็งแกร่ง พัฒนาธุรกิจ เพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน จัดโครงการอบรมให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการครอบคลุมในต่างจังหวัดทั่วประเทศ และ สร้างมาตรฐานทักษะแรงงานภาคบริการ ทั้งระบบ
ดังนั้นการเลือก ตั้งประธานสภาฯ ท่องเที่ยวเดือนสิงหาคมนี้จึงถูกจับตาจาก ผู้ประกอบการทั้งอุตสาหกรรม ในฐานะเป็นองค์กรที่มีพระราชบัญญัติรองรับถูกต้องตามกฎหมาย ศูนย์กลางตัวแทนธุรกิจ ได้สิทธิตาม พ.ร.บ.การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) คัดเลือกตัวแทนไปเป็นกรรมการ (บอร์ด) ททท.ได้ครั้งละ 3 คน และช่วง 4-6 ปีที่ผ่านมาได้แสดงความสามารถให้ 3 สภาใหญ่ คือ สภาหอการค้าไทย สภาอุตสาหกรรม และสภาสมาคมธนาคารไทย รวมถึงคณะกรรมการร่วม ภาครัฐและเอกชน (กกร.) ยอมรับสูงมาก
เปิดโอกาสเข้าร่วมแสดงความคิดเห็นทั้งทางด้าน การจัดทำแผนยุทธศาสตร์ประเทศ การหารือกับผู้นำรัฐบาล และการมีส่วนร่วมจัดทำโครงการสำคัญ เป็นกระบอกเสียงที่มีน้ำหนักและเสียงดังเพิ่มขึ้นทุกปี จึงเป็นทาง 2 แพร่ง ซึ่งขึ้นอยู่กับตำแหน่งประธานแต่ละยุคสมัยจะพยายามชนะเลือกตั้งเข้ามาใช้สภา เป็นเครื่องมือสร้างอำนาจให้กลุ่ม หรือจะใช้เพื่อพัฒนาประเทศสร้างประโยชน์แก่สมาชิกอย่างจริงใจ ไม่เล่นการเมือง ซึ่งเป็นอุปสรรคทำให้บ้านเมืองขาดความเจริญ มาจนถึงทุกวันนี้
วันที่ 08 กรกฎาคม พ.ศ. 2553 ปีที่ 34 ฉบับที่ 4225 ประชาชาติธุรกิจ หน้า 25