บ.ทัวร์หลอกนศ.ป.โท 70 คนซื้อทัวร์ไปญี่ปุ่นสูญเงิน 1.3ลบ.
Posted: Mon Aug 23, 2010 7:40 pm

รวบสาวใหญ่ตุ๋นนักศึกษาป.โทไปดูงานญี่ปุ่น
รวบสาวใหญ่เปิดบริษัททัวร์ตุ๋นนักศึกษา ป.โท 70 คน บินไปงานญี่ปุ่น หลอกโอนเงินให้กว่า 1.3 ล้าน ถึงวันเดินทางเบี้ยวนัดทิ้งผู้เสียหายรอเก้อคาสนามบิน แฉเล่ห์เปิดเว็บไซต์โพสต์รูปดาราอ้างเคยไปเที่ยวมาแล้ว คิดค่าใช้จ่ายถูกกว่าบริษัทอื่น
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 22 สิงหาคม พ.ต.อ.ดุสิต สมศักดิ์ ผู้กำกับการ สน.ราษฎร์บูรณะ พ.ต.ท.สมชาย ใจสุข สารวัตรปราบปราม (สวป.) ร.ต.ท.เทอดศักดิ์ วรดิษฐ รอง สวป. นำกำลังเข้าจับกุมนางวิภาวดี สฤษดิพันธุ์ อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 384/4 ซอยนพเก้า แขวงวงศ์สว่าง เขตบางซื่อ กรุงเทพฯ ผู้ต้องหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ตามหมายจับศาลอาญาธนบุรี ที่ จ.718/2553 ลงวันที่ 6 สิงหาคม 2553 โดยจับกุมตัวได้ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ด้านหลังมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์
พ.ต.อ.ดุสิตกล่าวว่า เมื่อวันที่ 12 เมษายน ที่ผ่านมา ดร.บุญเกียรติ เอี้ยววงศ์เจริญ อายุ 36 ปี ประธานหลักสูตรสาขาการจัดการนวัตกรรมและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และนักศึกษาปริญญาโท คณะบัณฑิตวิทยาลัยการจัดการและนวัตกรรม ประมาณ 70 คน เข้าแจ้งความที่ สน.ราษฎร์บูรณะ ให้ดำเนินคดีกับนางวิภาวดี กรรมการบริษัทนำเที่ยว "สไมล์เจมส์แอนด์ทราเวล" ย่านประชาชื่น หลังจากกลุ่มผู้เสียหายซื้อแพ็กเกจทัศนศึกษาที่ประเทศญี่ปุ่น โดยเสียค่าใช้จ่ายคนละ 3.4 หมื่นบาท จากนั้นนางวิภาวดีได้เชิดเงินหนี และทั้งหมดไม่ได้เดินทางไปญี่ปุ่นตามที่ตกลงกันไว้ รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 1,380,000 บาท
น.ส.ปิยรัตน์ กาญจนะสอาด อายุ 29 ปี นักศึกษาปริญญาโท หนึ่งในผู้เสียหาย เล่าว่า เมื่อช่วงเดือนธันวาคมปีที่แล้ว มหาวิทยาลัยจัดโครงการนำนักศึกษาปีสุดท้ายไปดูงานที่ญี่ปุ่น 5 วัน กำหนดการเดินทางในช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา กลุ่มนักศึกษาจึงช่วยกันหาข้อมูลของบริษัทนำเที่ยวทางอินเทอร์เน็ตเพื่อตรวจ สอบราคาค่าใช้จ่ายในการเดินทาง จนพบว่าบริษัทสไมล์เจมส์แอนด์ทราเวล คิดราคาค่าใช้จ่ายต่ำกว่าบริษัทอื่นเล็กน้อย และเลือกสายการบินได้ตามที่ต้องการ จึงโทรศัพท์ไปตามหมายเลขที่ระบุไว้ในเว็บไซต์ ติดต่อกับผู้หญิงชื่อ “ส้ม” ซึ่งมาทราบภายหลังว่าชื่อนางวิภาวดี
ผู้เสียหายรายเดิมเล่าว่า หลังพูดคุยกันจนเชื่อใจ กลุ่มนักศึกษาจึงวางเงินมัดจำในการทำสัญญาคนละ 20,500 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1,380,000 บาท โดยโอนเงินเข้าบัญชีของนางวิภาวดีเมื่อเดือนมกราคม 2553 พร้อมขอเอกสารของผู้ที่จะเดินทางเพื่อไปขอวีซ่าให้ ซึ่งนางวิภาวดีนัดไปรับตั๋วเครื่องบินและวีซ่าที่สนามบินในวันเดินทาง พร้อมจ่ายเงินค่าเดินทางส่วนที่เหลือรายละ 1.5 หมื่นบาท ซึ่งในส่วนนี้มหาวิทยาลัยจะเป็นผู้รับผิดชอบ เมื่อถึงวันนัดหมายปรากฏว่านางวิภาวดีไม่ได้มาตามนัด ทำให้คณะอาจารย์และนักศึกษาไม่ได้ไปดูงานที่ญี่ปุ่น
“พวกเราไม่คิดว่าจะถูกหลอก เพราะตรวจสอบแล้วว่าบริษัทนี้มีใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวจากทางการท่อง เที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ส่วนหน้าเว็บไซต์ของบริษัทก็มีรูปดาราชื่อดังหลายคน อ้างว่าเคยไปทัวร์กับบริษัทนี้มาแล้วจึงดูน่าเชื่อถือ แต่พอไม่ได้เดินทาง ดิฉันกับเพื่อนๆ จึงติดต่อไปหานางวิภาวดีเพื่อสอบถาม แต่กลับบ่ายเบี่ยง พวกเราบางส่วนจึงรวมตัวกันไปตามตัวนางวิภาวดีถึงบริษัท เพราะระหว่างที่ติดต่อซื้อแพ็กเกจทัวร์ไม่เคยให้เจอหน้าเลยแม้แต่ครั้งเดียว พอเจอตัวนางวิภาวดีก็เจรจาจะขอคืนเงินให้ทุกคน ทำให้พวกเราพอใจ แต่สุดท้ายก็ไม่มีใครได้เงินคืน มิหนำซ้ำนางวิภาวดียังปิดบริษัทหนีจึงรวมตัวกันมาแจ้งความ" น.ส.ปิยรัตน์กล่าว
ด้าน ร.ต.อ.ประดิษฐ์ ปลายด่วน พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี กล่าวว่า จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ พร้อมกับขอยื่นประกันตัว แต่จากการตรวจสอบประวัติผู้ต้องหาพบว่า ยังมีหมายจับติดตัวอีก 2 คดี ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ท้องที่ สน.พญาไท และสภ.เมืองนนทบุรี จึงไม่อนุญาตให้ประกันตัว เพราะเกรงว่าจะหลบหนี และในวันที่ 23 สิงหาคมนี้ จะควบคุมตัวไปขออำนาจศาลฝากขังที่ศาลอาญาธนบุรี พร้อมกับยื่นคัดค้านการให้ประกันตัว
แหล่งข่าว: คมชัดลึก วันอาทิตย์ที่ 22 สิงหาคม 2553