Page 1 of 1

คาวตอง สมุนไพรมือปราบมะเร็ง และโรคติดเชื้อ

Posted: Tue Mar 13, 2012 6:05 am
by Sam
Image
[rimg]http://www.radioshopthailand.com/shop/img/logo.jpg?1323477417[/rimg]
Radio Shop (เรดิโอ ซอฟ) จัดจำหน่ายสินค้าเพื่อสุขภาพ ที่ผ่านการรับรองจาก องค์การอาหารและยา (อย.) เท่านั้น สนใจสั่งซื้อสินค้าหรือติดต่อเป็นตัวแทนจำหน่าย โทร. 081 089 8381 075 612 317 / 075 612 366 อีเมลล์ [email protected] เวบไซต์ http://www.radioshopthailand.com" onclick="window.open(this.href);return false;

สมุนไพรคาวตองกับมะเร็งปอด
Image
ชื่ออื่น ๆ: ผักก้านตอง ผักคาวตอง ผักคาวทอง พลูแก
ชื่อทางวิทยาศาสตร์: Houttuynia cordata Thunb.
ชื่อสามัญ: Chameleon

สรรพคุณ: ใบ แก้กามโรค ทำให้น้ำเหลืองแห้ง แก้เข้าข้อ แก้โรคผิวหนังทุกชนิด ทำให้แผลแห้ง ทั้งต้น ขับปัสสาวะ แก้บวมน้ำ แก้ฝีบวมอักเสบ แก้ปอดอักเสบ แก้หลอดลมอักเสบ แก้ไอ แก้บิด แก้โรคติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ แก้หูชั้นกลางอักเสบ แก้ริดสีดวงทวาร ไม่ระบุส่วนที่ใช้ ใช้พอกฝีดูดหนองหัวฝี เรียกเนื้อ

ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา : ยับยั้งเอนไซม์ Cyclooxygenase ยับยั้งการเกาะกลุ่มของเกล็ดเลือด ยับยั้งเอนไซม์ HMG-CoA reductase มีผลต่อการจับของ cholecystokinin receptorยับยั้งเอนไซม์ angiotensin converting enzyme ยับยั้ง glutamate-pyruvate transaminase
ต้านไวรัส ต้านเชื้อรา ยับยั้งเนื้องอก ต้านการแพ้ ยับยั้งการหลั่งฮีสตามีน กระตุ้นผิวหนังให้เกิดการแพ้ช้าลง กระตุ้นเซลล์น้ำเหลือง ลดไข้ กระตุ้นการทำงานของ phagocyte ลดการซึมผ่านของหลอดเลือดฝอย ลดการอักเสบ ต้านเชื้อแบคทีเรีย ต้านพิษงู ต้านความเป็นพิษ ยับยั้งการขับไขมันจากต่อมไขมันของผิวหนัง ยับยั้งการก่อกลายพันธุ์ ยับยั้งการออกซิเดชั่น ยับยั้งโรคเบาหวาน ขับปัสสาวะ ยับยั้งการเจริญของพืช กระตุ้นการเจริญของรากพืช ทำให้ผิวหนังอ่อนนุ่ม

โดยปกติคนเราจะรู้ตัวเราเองได้ดีที่สุด เมื่อเราพบว่าร่างกายเราไม่แข็งแรง ภูมิต้านทานต่ำ วิธีที่จะเสริมภูมิคุ้มกัน มีหลักการสองประการใหญ่ ๆ คือ ลดภาระงานของระบบภูมิต้านทาน และเสริมสร้างภูมิต้านทาน การเสริมสร้างภูมิต้านทานทำได้โดยรับประทานสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น โปรตีน ผัก ผลไม้ ธัญพืชฯ เพื่อให้ร่างกายนำไปใช้เป็นวัตถุดิบในการสร้างเซลล์ระบบภูมิคุ้มกันและการรับประทานสมุนไพรกลุ่มที่สามารถกระตุ้นภูมิต้านทานให้ร่างกายได้ ซึ่งพบว่ามีสมุนไพรหลายชนิดที่ออกฤทธิ์กระตุ้นภูมิต้านทานได้ เช่น ฟ้าทลายโจร คาวตองเป็นต้น (ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย ปี พ.ศ. 2542) ก็ช่วยลดภาระงานภูมิคุ้มกันในทางเดินอาหารและกระตุ้นภูมิต้านทานได้ดี

ตายนาทีละ 4 คน เป็นการตายที่ทรมานที่สุดกับความเจ็บปวดกับโรคร้าย นั่นคือ "มะเร็ง" ซึ่งสำนักงานสถิติได้บันทึกไว้ว่า โรคนี้คร่าชีวิตคนไทยในชาติไปนานชั่วนาตาปี

คณะวิจัยทางการแพทย์ได้พยายามหาหนทางที่จะลดความสูญเสียและเร่งค้นคว้ายารักษาโรคมะเร็ง แต่ติดขัดปัญหาค่าใช้จ่ายที่สูงมากรวมทั้งเครื่องมือต่าง ๆ ที่มีราคาแพง แต่คณะวิจัยดังกล่าวสามารถค้นพบสมุนไพรไทยโบราณชนิดหนึ่งมีสารต่อต้านมะเร็ง สมุนไพรชนิดนี้มีชื่อว่า " คาวตอง" (Houttuyniardata Thund) เป็นพืชสมุนไพรที่มีอยู่ทางภาคเหนือของประเทศไทย เป็นพืชตระกูลเดียวกับพลู แต่มีลักษณะแตกต่างกันที่ใต้ใบจะมีสีแดงตั้งแต่อ่อน ๆ ไปจนถึงแดงเข้ม เมื่อนำมาใส่มือขยี้เบาเบา จะมีกลิ่นเหมือน กลิ่นคาวปลาออกมารุนแรงมาก

ประโยชน์ของ IMC Life บรรเทาอาการของโรคดังต่อไปนี้
• เบาหวาน
• วิงเวียนศีรษะ โรคลม ช่วยบำรุงเลือด
• โรคไมเกรน ปวดศรีษะ
• ความดันโลหิตสูง, ต่ำ
• เส้นโลหิตตีบ, ตัน
• โรคกระเพาะ, ลำไส้ไม่ปกติ, ระบบขับถ่ายมีปัญหา
• โรคเก๊าต์ ปวดตามกระดูกตามข้อต่าง ๆ
• ริดสีดวงทวาร ประจำเดือนไม่ปกติ
• อาการวัยทองทั้งหญิงทั้งชาย
• โรคภูมิแพ้, ภูมิคุ้มกันบกพร่อง

เมื่อนำมาสกัดเป็นยาน้ำ ทดลองกับผู้ป้วยโรคมะเร็ง 5 ชนิด
1. มะเร็งปอด
2. มะเร็งต่อมไทรอยด์
3. มะเร็งปากมดลูก
4. เนื้องอกบริเวณสมอง
5. เนื้องอก Soft Tissuesarcoma

ใช้ดื่มบำรุงร่างกายควบคู่กับการรักษาจากแพทย์โดยการฉายรังสี ปรากฏว่าสามารถทำให้ผู้ป่วยมะเร็งหายจากโรคร้ายนี้ได้รวดเร็วกว่าการรักษาแบบเดิม และจากการทำวิจัยนี้ ได้ทราบถึงข้อเท็จจริงว่าสีแดงใต้ใบของคาวตองเป็นสารเฮลตีแบคทีเรียมีจุลินทรีย์ และแลคโตบาซิลัสสายพันธุ์หนึ่ง ที่ไปกระตุ้นภูมิคุ้มกันในร่างกายของมนุษย์ ให้ทำงานดีขึ้น อีทั้งยังช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตและต้านทานเนื้องอก (Anti - Tumor) พร้อม ๆ กับช่วยขับพิษที่เป็นสารก่อมะเร็งออกจากร่างกาย


Image
คาวตอง มหัศจรรย์ แห่งสมุนไพรไทย
ปัจจุบันโรคต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับร่างกายของมนุษย์ จำแนกตามสภาพได้ดังนี้.-
1.โรคที่เกิดจากความเสื่อมของร่างกาย เช่น เบาหวาน ความดันโลหิต ความจำเสื่อม โรคหัวใจ เส้นเลือดตีบ เหน็บชา โลหิตจาง อ่อนเพลีย ไมเกรน อัมพฤต อัมพาต โรคกระเพาะ โรคลำไส้ วัยทอง อาการปวดเมื่อยตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย ประจำเดือนมาไม่ปกติ โรคเสื่อมสมรรถภาพ

2.โรคที่เกิดจากการมีสารพิษตกค้างในร่างกาย เช่น มะเร็ง ภูมิแพ้ หอบหืด ไขข้ออักเสบ โรคตับแข็ง ไตวาย ปอดอักเสบ ทอลซิล ริดสีดวงทวาร ไทรอยด์ รูมาติซั่ม นิ่ว โรคผิวหนัง สะเก็ดเงิน กลาก เกลื้อน ลมพิษ สิว ฝ้า

3.โรคที่เกิดจากการได้รับเชื้อไวรัส แบคทีเรีย หรือเชื้อรา เช่น โรคภูมิค้มกันบกพร่อง โรคภูมิแพ้ตัวเอง ไข้เลือดออก ไขหวัดใหญ่ วัณโรค ไวรัสตับอักเสบ งูสวัด กามโรค ไข้หวัดนก โรคซาร์ มาลาเรีย ท้องร่วง

โรคทั้งสามประการข้างต้นเป็นโรคที่ต้องใช้ระยะเวลา เงินทองจำนวนมากในการรักษา แล้วก็รักษาไม่หายด้วย และในที่สุดก็ต้องเสียชีวิตลง สมุนไพรคาวต้องช่วยท่านได้ เพราะมีผลการวิจัยในหลายประเทศว่ามีส่วนประกอบสำคัญในการบำรุงร่างกายให้สุขภาพแข็งแรง ช่วยป้องกันและบรรเทาได้ทุกโรค โดยเฉพาะผลงานการวิจัยผู้ป่วยโรคมะเร็ง ภูมิคุ้มกันบกพร่อง(HIV.) ผู้ป่วยที่เข้าร่วมโครงการเป็นจำนวนมากที่มีสุขภาพสมบูรณ์ แข็งแรงดีขึ้น สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างคนปกติ อีกทั้งสถาบันวิจัยสมุนไพร กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ฯ ได้เผยแพร่สรรพคุณของสมุนไพรคาวตองจนเป็นที่ยอมรับ และเป็นที่ต้องการของผู้ที่รักสุขภาพ อยากมีร่างกายแข็งแรง ผิวพรรณเปล่งปลั่งสดใส และหายป่วยจากโรคต่างๆ ทำให้เกิดกระแสการบริโภคคาวตองขึ้นอย่างรวดเร็ว จึงได้รับการยอมรับว่าเป็นสมุนไพรมหัศจรรย์แห่งประเทศไทยอย่างแท้จริง

---------------------------------------------------------
มยุรี ดำรงค์เชื้อ (บรรณาธิการ) (2554 : 63) กล่าวว่า
1. มีฤทธิ์ในการทำลายเซลล์มะเร็ง 5 ชนิด คือ เซลล์มะเร็งปอด เซลล์มะเร็งรังไข่ เซลล์มะเร็งเนื้องอกที่เป็นเนื้อร้ายแต่ละชนิดอย่างมีนัยสำคัญ
2. มีฤทธิ์ในการยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งเม็ดเลือดขาว
3. มีฤทธิ์ในการทำลายเซลล์มะเร็งอื่น ๆ ในประเทศจีน มีการใช้สมุนไพรพลูคาวในการรักษามะเร็งทางเดินอาหาร มะเร็งทางเดินหายใจ เนื้องอกในรังไข่ (OOPHOROMA) มะเร็งปากมดลูกและมะเร็งเต้านม มะเร็งปอด มะเร็งหลอดอาหาร มะเร็งกระเพาะอาหาร เซลล์มะเร็งสมอง (HUMAN CNS CARCINOMA) เซลล์มะเร็งลำไล้ เป็นต้น

เอกสารอ้างอิง : มยุรี ดำรงค์เชื้อ (บรรณาธิการ). (2554). พลูคาว : สมุนไพรมือปราบมะเร็ง และโรคติดเชื้อ. นิตยสาร Be Well. เล่มที่ 76 ปีที่ 6 สิงหาคม 2554, 60-64.

---------------------------------------------------------
Image
ผักคาวตองกับมะเร็ง (5, 6)

กัลยา อนุลักขณาปกรณ์ (2548 : 37-39)

มะเร็งเป็นเนื้องอกชนิดร้ายแรง เกิดจากเซลล์สูญเสียคุณสมบัติที่เรียกว่า contact inhibition ทำให้เกิดการแบ่งตัวเป็นเซลล์ก้อนใหญ่เรียก เนื้องอก (tumor) เนื้องอกบางชนิดเป็น benign tumor จะจำกัดตัวเองตัวเองอยู่กับที่บริเวณเริ่มต้นลักษณะเป็นตุ่ม เติบโตช้า เช่น หูด (wart) ถ้าเป็นเนื้องอกชนิดร้ายจะมีการรุกล้ำ (invasion) และแพร่กระจาย (metastasis) ไปยังที่อื่น ๆ ได้ดี ซึ่งระยะแรกมักไม่มีอาการเจ็บปวดต่อเมื่อก้อนเซลล์โตมากขึ้นจะเริ่มมีอาการปวด และปวดมากขึ้น ร่างกายทรุดโทรม จนถึงแก่ชีวิต

สาเหตุหรือปัจจัยหลายอย่างมีส่วนร่วมกันในการที่จะทำให้คนหรือสัตว์เกิดเป็นโรคมะเร็ง คือ

1. ปัจจัยภายในร่างกายที่เอื้ออำนวยในการทำให้เกิดเป็นโรคมะเร็ง เช่น พันธุกรรม ภาวะทางระบบภูมิต้านทางโรค ภาวะทางโภชนาการ เป็นต้น

2. ปัจจัยจากภายนอก คือ สารก่อมะเร็งในสิ่งแวดล้อม พฤติกรรมสุขภาพ และสภาวะทางเศรษฐกิจและสังคม สารก่อมะเร็งมีมากมายหลายชนิด เช่น สารเคมีบุหรี่ สารจากกระบวนการอุตสาหกรรม ฝุ่นและแร่ธาตุ อาหารและสารที่ปนเปื้อนอยู่ในอาหาร รังสี ยาบางชนิด รวมทั้งการติดเชื้อเรื้อรัง และวิธีการรักษาโรคบางชนิดก็เป็นสาเหตุให้เกิดโรคมะเร็งด้วยกลไกที่ต่างกัน

การได้รับปัจจัยเสี่ยงหลาย ๆ อย่างร่วมกัน จะทำให้เกิดเป็นโรคมะเร็งมากขึ้น และเร็วขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่การเกิดโรคมะเร็งมักจะมีสาเหตุมาจากวิถีการดำเนินชีวิตและสิ่งแวดล้อม ปัจจุบันความรู้เกี่ยวกับโรคมะเร็งมีการพัฒนาไปมากในหลาย ๆ ด้าน มะเร็งบางชนิดสามารถรักษาให้หายขาดได้ ถ้าสามารถตรวจพบได้ตั้งแต่อยู่ในระยะเริ่มแรก มะเร็งบางชนิดแม้ว่าจะให้การดูแลรักษาอย่างดีเพียงใด ก็ทำได้เพียงบรรเทาความเจ็บปวดและความทุกข์ทรมานของผู้ป่วย และทำให้มีชีวิตยืนยาวกว่าที่ไม่ได้รับการรักษาเท่านั้น

รายงานการวิจัยฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาของผักคาวตองที่เกี่ยวข้องกับมะเร็ง
1. ฤทธิ์ในการทำลายเซลล์มะเร็ง (Cytotoxicity againt tumor cell lines)
มีรายงานการวิจัยว่า aristolactam B, piperolactum A, aristolactum A, norcepharadione B, cepharadione B, และ splendidin ซึ่งเป็นอัลคาลอยด์ที่แยกได้จากส่วนเหนือดินของผักคาวตองแสดงฤทธิ์ปานกลางในหลอดทดลองในการทำลายเซลล์มะเร็งเพาะเลี้ยง 5 ชนิด คือ A-549 (เซลล์มะเร็งปอด; human lung adenocarcinoma), SK-OV-3 (เซลล์เนื้องอกที่เป็นเนื้อร้าย; human malignant melanoma), XF-498 (เซลล์มะเร็งสมอง, human CNS carcinoma) และ HCT-15 (เซลล์มะเร็งลำไส้ใหญ่; human colon adenocarcinoma) (7) และยังพบว่า splendidin มีฤทธิ์ทำลายเซลล์มะเร็งแต่ละชนิดอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติโดยมีค่า ED50 3.4, 2.6, 5.8, 2.6 และ 1.4 µg/ml. ตามลำดับ ในขณะที่ aristolactam B จะมีฤทธิ์เฉพาะต่อ XF-498 โดยมีค่า ED50 0.84 µg/ml.

2. ฤทธิ์ในการยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งเม็ดเลือดขาว (Antileukemic activity)
เมื่อนำเซลล์เพาะเลี้ยงเม็ดเลือดขาว (leukemic cell lines) 5 ชนิด ได้แก่ L1210, U937, K526, Raja และ P3HR1 ไปเพาะเลี้ยงในอาหารเลี้ยงเซลล์ที่มีส่วนสกัดด้วยน้ำของผักคาวตอง พบว่าสารสกัดผักคาวตองมีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญของ leukemic cell lines ทั้ง 5 ชนิด (8) โดยมีค่า IC50 อยู่ระหว่าง 478-662 µg/ml.

ในประเทศจีน มีการใช้ผักคาวตองเป็นส่วนประกอบในตำรับยาผงสำหรับรับประทาน ใช้ในการรักษามะเร็งทางเดินอาหารและมะเร็งทางเดินหายใจ รวมไปถึงเนื้องอกในรังไข่ (Oophoroma) มะเร็งปากมดลูก และมะเร็งเต้านม (CN1228310) ใช้ผักคาวตองเป็นส่วนประกอบในตำรับยาสำหรับรักษามะเร็งปอด (CN1178110) เป็นส่วนประกอบในตำรับยาจีนซึ่งกล่าวว่ามีสรรพคุณในการกำจัดความร้อนและสารพิษเพิ่มการไหลเวียนของเลือด และใช้รักษามะเร็งหลอดอาหาร (CN1141799) ใช้ผักคาวตองเป็นส่วนประกอบในตำรับยารับประทาน สำหรับยับยั้งและทำลายเซลล์มะเร็ง และเพิ่มภูมิต้านทาน (CN1113789) ใช้เป็นส่วนประกอบในตำรับยาในรูป ointment สำหรับใช้ทางภายนอกรักษาเต้านมอักเสบ และมะเร็งเต้านม (CN1099989) ใช้ผักคาวตองเป็นส่วนประกอบในตำรับยาทั้งในรูปแบบที่ใช้รับประทาน และเป็นยาฉีดสำหรับรักษามะเร็งกระเพาะอาหาร (CN1100951) ใช้ผักคาวตองเป็นส่วนประกอบในตำรับยาจีนสำหรับรักษามะเร็ง และรักษาอาการข้างเคียงที่เกิดจากการใช้รังสีรักษาและเคมีบำบัด (CN1098932) ใช้ผักคาวตองเป็นส่วนประกอบในตำรับยาน้ำรับประทานรักษาโรคมะเร็งลำไส้ส่วน rectum มะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งหลอดอาหาร และมะเร็งเต้านม (CN1105246)

-----------------------------
(5) ถนอมศรี วงศ์รัตนาสถิต. 2537. สมุนไพรต้านมะเร็ง; ในความก้าวหน้าของสมุนไพรและยาต้านจุลชีพ. บริษัท ที.พริ้นท์ จำกัด กรุงเทพ ฯ หน้า 154.
(6) แผนการวิจัยเพื่อป้องกันและควบคุมโรคมะเร็ง : ในการประชุมแผนการป้องกัน และควบคุมมะเร็งแห่งชาติ. 2542.
(7) Kim SK, Ryu SY, No. J, Choi SU, and Kim YS. 2001. Cytotoxic alkaloids from Houttuynia cordata. Arch Pharm Res. 24(6);518-521
(8) Chang JS, Ciang LC, Chen CC, Liu LT, Wang Kc, and Lin CC.2001. Antileukemic activity of Bidens pilosa L. var. minor (Blume) Sherff. And Houttuynia cordata Thunb. Am J Chin Med. 29(2):303-312.

เอกสารอ้างอิง : สถาบันวิจัยสมุนไพร กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (ปราณี ชวลิตธำรง และคณะ; บรรณาธิการ). สมุนไพรน่ารู้ (1) : ผักคาวตอง. (พิมพ์ครั้งที่ 3). นนทบุรี : บริษัท 1241 มิราคูลัส จำกัด, 2548.

ที่มา: http://www.bloggang.com/mainblog.php?id ... 01&gblog=1" onclick="window.open(this.href);return false;

วิจัยพบ"คาวตอง"รักษาการติดเชื้อต้านเชื้อไวรัสและแบคทีเรียได้

Posted: Tue Mar 13, 2012 6:23 am
by Sam
Image
ไทยใจชื้นหลังสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติพบสมุนไพรพื้นบ้าน "คาวตอง" มีคุณสมบัติพิเศษในการรักษาการติดเชื้อ ต้านเชื้อไวรัสและแบคทีเรียได้ เตรียมศึกษาเชิงลึก เพื่อพัฒนาเป็นยาต้านเชื้อหวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ด้านผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุของค์การอนามัยโลกยอมรับการแพร่ระบาดของเชื้อหวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 อยู่เหนือความคาดหมาย และพบนัยใหม่ คนวัย 50 อัพ ไม่ใช่กลุ่มเสี่ยงติดเชื้อ แต่เด็ก-คนวัยทำงาน กลับเสี่ยงติดเชื้อและตายมากกว่า เหตุเพราะขาดภูมิต้านทาน เชื่ออนาคตเชื้อหวัดมรณะจะดื้อยาโอเซลทามิเวียร์ ส่วนหมอไทยชี้เส้นทางแพร่ระบาดของเชื้อหวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ผกผันกับเชื้อหวัดนก คือเริ่มจากเมืองสู่ชนบท เตือนกรุงเทพฯ จะรับมือการแพร่ระบาดได้ยาก ระบุโรงเรียนเป็นแหล่งที่ต้องดูแลมากเป็นพิเศษ

ในขณะที่ทั่วโลกยังคงผวากับการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ที่เกิดจากเชื้อเอ/ เอช 1 เอ็น 1 เนื่องจากเชื้อหวัดมรณะนี้ยังคร่าชีวิตพลเมืองของนานาประเทศอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน ก็ยังไม่มีวัคซีน หรือยารักษาแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาดนั้น ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 28 พ.ค. ว่า จากการเปิดเผยของนายศุภชัย หล่อโลหการ ผอ.สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (สนช.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) ว่า ขณะนี้ สนช. สนับสนุนงบประมาณการวิจัยพืชสมุนไพรทางการแพทย์ เพื่อรักษาโรคต่างๆ โดยเฉพาะโรคที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสชนิดต่างๆ รวมทั้งเชื้อไข้หวัดใหญ่ 2009 ล่าสุดได้มีการค้นพบสมุนไพรพื้นบ้านที่เรียกว่า "คาวตอง" หรือ "ภูคาว" ซึ่งเป็นพืชสมุนไพรพื้นบ้านของไทยตระกูลเดียวกับพลู พบมากทางภาคเหนือของประเทศ ลักษณะเป็นพืชล้มลุกชนิดเถา มีกลิ่นค่อนข้างคาวเหมือนคาวปลา แต่มีคุณสมบัติพิเศษในการรักษาการติดเชื้อ รักษาแผล รักษามะเร็ง ต้านเชื้อไวรัสและแบคทีเรียได้

นายศุภชัยกล่าวอีกว่า สมุนไพรดังกล่าวชาวบ้านทางภาคเหนือนำไปเป็นส่วนผสมของอาหาร แต่ไม่ได้รับความนิยมมาก เพราะมีกลิ่นแรง ไม่หอมเหมือนใบโหระพาและกะเพรา อย่างไรก็ตาม สมุนไพรดังกล่าวได้รับความนิยมมากในประเทศเกาหลี อินเดีย และกลุ่มประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในการนำสมุนไพรดังกล่าวไปรักษาโรคต่างๆ โดยเฉพาะโรคมะเร็ง โรคริดสีดวงทวารโรคติดเชื้อ เป็นต้น ขณะที่ สนช. ได้ร่วมกับ รศ.ดร.นพ. กำพล ศรีวัฒนกุล ประธานบริษัท ไบโอคอนซัลท์ จำกัดดำเนินการวิจัยสมุนไพรคาวตอง โดยจะศึกษาคุณสมบัติเชิงลึกว่าทำงานได้อย่างไร และมีประโยชน์ในการต้านไวรัสชนิดใดได้บ้าง คาดว่าใช้เวลาการวิจัยและพัฒนา 2 ปี

ด้าน รศ.ดร.นพ.กำพล กล่าวว่า เตรียมหารือกับกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อศึกษาคุณสมบัติของคาวตอง ว่าสามารถนำมาพัฒนาเป็นยาต้านไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ได้หรือไม่ เชื่อว่าจะสามารถต้านเชื้อไวรัสชนิดอื่นๆได้เช่นกัน โดยเฉพาะเชื้อเอชไอวี โดยอาจต้องใช้ร่วมกับสมุนไพรชนิดอื่น เช่น ฟ้าทะลายโจร ซึ่งมีคุณสมบัติเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย และในต้นเดือน มิ.ย.นี้ จะหารือกับกลุ่มแพทย์จากประเทศญี่ปุ่น เพื่อที่จะพัฒนาวัคซีนไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009

นอกจากนี้ วันเดียวกัน มูลนิธิส่งเสริมการศึกษาไข้หวัดใหญ่ ได้เผยแพร่ข้อสรุปจากงานเสวนาโรคไข้หวัด ใหญ่และโรคติดต่ออุบัติใหม่ ที่จัดร่วมกับกรมควบคุมโรคกระทรวงสาธารณสุข ที่ จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 21-22 พ.ค.ที่ผ่านมา โดย นพ.ริชาร์ด บราวน์ ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขจากองค์การอนามัยโลก ยอมรับว่าสถานการณ์ของการแพร่ ระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 อยู่เหนือความคาดหมายขององค์การอนามัยโลก เพราะเป็นการระบาดของไวรัสสายพันธุ์ใหม่ ชนิดเอ/เอช 1 เอ็น 1 ที่มีรหัสพันธุกรรมมาจากไข้หวัดในหมู คน และนก ซึ่งจากการเฝ้าสังเกตโรคนี้พบว่า กลุ่มผู้ที่มีอายุสูงกว่า 50 ปี ไม่ตกอยู่ในกลุ่มผู้เสี่ยงติดเชื้อ สันนิษฐานว่าเนื่องจากร่างกายมีประสบการณ์ ในการต่อสู้กับเชื้อไวรัสไข้หวัดมาหลายประเภทแล้วจนเกิดภูมิต้านทานขึ้น แต่กลุ่มวัยรุ่น และคนทำงานกลับเป็นกลุ่มที่เสี่ยงและมีอัตราการเสียชีวิตมากกว่า ซึ่งตรงข้ามกับกรณีไข้หวัดประจำปีที่กลุ่มเสี่ยงจะเป็นกลุ่มเด็กเล็กและผู้สูงอายุ และหากเทียบกับไข้หวัดนกแล้วยังไม่พบกลุ่มอายุใดที่มีภูมิต้านทานอยู่เลย ซึ่งนับว่ารุนแรงกว่า ขณะเดียวกันยังพบว่าเชื้อเอช 5 เอ็น 1 ของไข้หวัดนกมีการดื้อยาโอเซลทามิเวียร์ และมีความน่าจะเป็นที่เชื้อไวรัสชนิดเอ 1 เอช 1 เอ็น 1 จะมีการดื้อยาประเภทเดียวกัน

ด้าน นพ.ทวี โชติพิทยสุนนท์ ประธานคณะยุทธศาสตร์และแผนในการต่อสู้โรคไข้หวัดใหญ่ 2009 กล่าวว่า เมื่อเทียบเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ฯ กับไข้หวัดนกพบว่า มีลักษณะตรงข้ามกัน เพราะไข้หวัดนกเป็นโรค ระบาดจากชนบทเข้ามาสู่เมือง แต่ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ ใหม่ ระบาดจากเมืองสู่ชนบท กรุงเทพฯ ที่เป็นเมืองท่าสำคัญ มีคนเดินทางเข้าออกตลอดเวลา จึงน่าจับตามองที่สุด โดยเฉพาะในด้านการเตรียมความพร้อมรับมือการระบาดสำหรับคนในกรุงเทพฯ ไม่ใช่เรื่องง่าย และที่สำคัญโรงเรียนเป็นแหล่งที่ต้องดูแลมากเป็นพิเศษ

นพ.ทวีระบุด้วยว่า จากการเฝ้าติดตามในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา พบว่าโรคนี้สามารถแพร่กระจายไปสู่คนใกล้ตัว ผู้ป่วยได้มากเป็นเท่าตัวของไข้หวัดใหญ่ประจำปี ทุกคนมีสิทธิ์จะติดเชื้อนี้ได้ เพราะยังไม่มีใครมีภูมิคุ้มกัน และโรคนี้จะโจมตีคนที่อายุน้อยในช่วงอายุ 5-15 ปีถึงร้อยละ 61 และอายุมากกว่า 15 ปี ร้อยละ 29 และอาจจะมีการตายสูงกว่าไข้หวัดใหญ่ประจำปีเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยยังถือว่าอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการแพร่ระบาด และเชื่อว่าโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่จะเกิดระลอก 2 และ 3 ตามมาอีก จึงจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมรับมือให้ดี

ส่วนความตื่นตัวในการเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของเชื้อหวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ในจังหวัดต่างๆนั้น ที่ จ.เชียงราย นายปรีชา พัวนุกุลนนท์ รองนายกเทศมนตรี รักษาราชการแทนนายกเทศมนตรีนครเชียงราย เปิดเผยว่า กระทรวงมหาดไทยมีหนังสือสั่งการแจ้งถึงผู้ว่าราชการ จังหวัดทุกจังหวัด จัดตั้งศูนย์อำนวยการเตรียมความพร้อมป้องกันและควบคุมแก้ไขสถานการณ์การระบาดใหญ่ของไข้หวัดใหญ่ จึงขอแจ้งประชาสัมพันธ์ข้อแนะนำแก่ประชาชน ทั่วไปในการปฏิบัติตนดังนี้คือ หากไม่จำเป็นควรเลื่อนหรือชะลอการเดินทางไปยังประเทศที่เป็นพื้นที่เกิดการระบาด จนกว่าสถานการณ์จะยุติลง และหากจำเป็นต้องเดินทางไปพื้นที่เกิดการระบาด ให้หลีกเลี่ยงการใกล้ชิดกับผู้ที่มีอาการไอ หลีกเลี่ยงสถานที่แออัด หมั่นล้างมือด้วยน้ำและสบู่บ่อยๆ หรือเช็ดมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ พร้อมทั้งปฏิบัติตามข้อแนะนำของทางการในพื้นที่นั้นๆ อย่างเคร่งครัด และผู้ที่เดินทางกลับมาจากพื้นที่เกิดการระบาด ถ้ามีอาการของไข้หวัดใหญ่ เช่น มีไข้ ไอ เจ็บคอ ปวดเมื่อยเนื้อตัวมาก ภายใน 7 วันหลังจากเดินทางกลับ ควรสวมหน้ากากอนามัย หรือใช้กระดาษทิชชู หรือผ้าเช็ดหน้าปิดปากจมูกทุกครั้งที่ไอจาม และรีบปรึกษาแพทย์เพื่อรับการรักษาและคำแนะนำในการปฏิบัติอย่างเข้มงวด

เช่นเดียวกับที่ จ.อุตรดิตถ์ และ จ.สงขลา ก็มีการซักซ้อมแนวทางปฏิบัติในการควบคุมป้องกันไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ 2009 แบบเสมือนจริง เพื่อเฝ้าระวังและรับมือหากพบผู้ติดเชื้อหวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ด้วย

สำหรับความคืบหน้าสถานการณ์ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ในประเทศต่างๆทั่วโลก สำนักข่าวต่างประเทศรายงานตัวเลขผู้เสียชีวิตจากเชื้อหวัดเอ/เอช 1 เอ็น 1 ทั่วโลกพุ่งแล้วถึง 100 ราย โดยเป็นผู้เสียชีวิตรายใหม่ ในสหรัฐอเมริกา 1 ราย เม็กซิโก 4 ราย ส่วนผู้ติดเชื้อตามรายงานขององค์การอนามัยโลก มีจำนวน 13,398 ราย ใน 48 ประเทศ เฉพาะที่เม็กซิโก ผู้ติดเชื้อรวมทั้งหมด 4,821 ราย ผู้เสียชีวิต 89 ราย ส่วนผู้เสียชีวิตในสหรัฐฯ 15 ราย และพบผู้เสียชีวิตในรัฐอิลลินอยส์รายแรก นอกเหนือจากที่ก่อนหน้านี้มีผู้เสียชีวิตแล้วในรัฐเท็กซัส อริโซนา ยูทาห์ มิสซูรีและรัฐวอชิงตัน ขณะที่ผู้ป่วยติดเชื้อในสหรัฐฯ ยังมากที่สุดอยู่ที่ 7,900 ราย

ที่แคนาดา ทางการแถลงระบุตัวเลขผู้ป่วยติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่อยู่ที่ 1,118 ราย เพิ่มขึ้น 197 ราย ยอดผู้เสียชีวิตในแคนาดาอยู่ที่ 2 ราย ผู้ป่วยอยู่ในเขตเมืองออนตาริโอ มณฑลควิเบค 207 ราย บริติชโคลัมเบีย 120 ราย อัลแบร์ตา 109 ราย

ขณะเดียวกัน สำนักข่าวอินเตอร์แฟกซ์ของรัสเซียรายงานยืนยัน พบผู้ติดเชื้อไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ 2 ราย โดยผู้ติดเชื้อรายหนึ่งเพิ่งเดินทางกลับมาจากสาธารณรัฐโดมินิกัน ส่วนอีกรายเพิ่งเดินทางกลับมาจากสหรัฐฯ อาการป่วยของทั้งคู่ยังไม่น่าวิตก ส่วนที่สโลวะเกีย กระทรวงสาธารณสุขแถลงพบผู้ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ รายแรกของประเทศ แต่ไม่เปิดเผยรายละเอียดของผู้ป่วย

ส่วนที่ออสเตรเลีย ทางการสั่งกักบริเวณเรือสำราญลำหนึ่ง ซึ่งมีผู้โดยสารและลูกเรือราว 2,000 คน ขณะแวะจอดเทียบท่าในรัฐควีนแลนด์ ทางภาคเหนือ หลังพบลูกเรือ 3 คน กับผู้โดยสารอีก 1 คน มีอาการป่วยต้องสงสัยติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ขณะที่ยอดผู้ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ในออสเตรเลีย อยู่ที่ 103 ราย เพิ่มจากเดิมร่วม 40 ราย

แหล่งข่าว: วิจัย 'คาวตอง' ฆ่าเชื้อนรก - ไทยรัฐออนไลน์ 29 พฤษภาคม 2552