Page 1 of 1

กูรูชี้เที่ยวเชียงรายไม่บูมเหตุโลจิสติกส์เชื่อมGMSไม่คล่อง

Posted: Sun Jul 15, 2012 8:03 am
by Sam
Image
บริษัททัวร์เผยท่องเที่ยวภูมิภาคลุ่มน้ำโขงยังไม่บูม เปิดเคสเชียงรายทำเลทองแต่ยังไม่รุ่งเหตุ สายการบินต่างชาติยังบินตรงเข้าหาพื้นที่ไม่มาก ด้านกลุ่มสมาชิก จีเอ็มเอส หาทางอุดรูรั่ว หวังสานมือรัฐ-เอกชน แก้โจทย์ มอง 20 ปีนับจากนี้ต้องรุ่ง

Mr.วิลเล็ม นิไมเยอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร “คีรี แทรเวล” บริษัทนำเที่ยวในกลุ่มลุ่มน้ำโขงมานาน 18 ปี ได้ฉายถึงปัญหาภาพรวมของการท่องเที่ยวในกลุ่มจีเอ็มเอสให้ฟัง โดยได้ยก “เชียงราย” เป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจว่า แม้เชียงรายจะเป็นจุดหมายปลายทางที่ได้เปรียบเรื่องที่ตั้งเพราะติดกับพม่าและลาว ทั้งยังมีสินค้าท่องเที่ยวที่สวยงาม แต่สนามบินแม่ฟ้าหลวง (เชียงราย) ซึ่งอัพเกรดเป็นระดับนานาชาติเมื่อปี 1992 ไม่ได้มีสายการบินระหว่างประเทศเปิดเส้นทางบินตรงเพิ่มขึ้นมากนัก โดยเปรียบเทียบจากนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามาเชียงรายเมื่อปี 2553 มีประมาณ 3.85 แสนคน ต่างจากนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้าเชียงใหม่มากถึง 1.7 ล้านคน และเข้าภูเก็ตอีก 4.5 ล้านคน มุมนี้เป็นเรื่องที่น่าผิดหวังมาก เพราะเชียงรายมีศักยภาพด้านท่องเที่ยว ไม่ได้ขาดแคลนสิ่งดึงดูดใจ มีทั้งศูนย์กลางด้านศิลปวัฒนธรรมอย่างวัดร่องขุ่นแคมป์ช้าง โครงการหลวง หมู่บ้านชาวเขา โบราณสถานในเชียงแสน หอฝิ่น และมีโรงแรมคุณภาพสูงเป็นทางเลือกหลายแห่ง เช่น เดอะ โฟร์ซีซั่น อนันตรา และเลอ เมอริเดียน แต่กลับไม่ได้รับความนิยมมากนัก

Mr.วิลเล็ม ยังได้ชี้ถึงปัญหาที่แท้จริงอีกจุดว่า การขนส่งนักท่องเที่ยวทางรถยนต์ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ผ่านชายแดนและด่านตรวจคนเข้าเมืองไปยังพม่า ลาว และจีน ไม่ได้รับการอำนวยความสะดวกมากนัก จึงไม่ต่างอะไรกับ “ทางตัน” ที่รอวันปลดล็อก

สำหรับการท่องเที่ยวในลุ่มน้ำโขง หลังจากได้ลองผิดลองถูกกันมานานถึง 20 ปี สิ่งสำคัญคือจะต้องทำให้ดีกว่านี้ในอีก 20 ปีข้างหน้า โดยเราเชื่อว่าเชียงรายจะเป็นจุดหมายปลายทางที่ยูนีคมากในอนาคต เพราะมีทั้งแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและวัฒนธรรมที่สวยงาม และมีปัจจัยบวกด้านการเดินทางทางรถยนต์จากพม่า ลาว และจีน ที่คาดว่าจะได้รับความสะดวกขึ้น

ทั้งนี้เมื่อกลางเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา การประชุมประจำปี “แม่โขง ทัวริสซึ่ม ฟอรั่ม 2012″ ที่จังหวัดเชียงราย ได้ถกกันถึงประเด็นการพัฒนาและส่งเสริมสินค้าท่องเที่ยวในกลุ่มจีเอ็มเอส โดยให้น้ำหนักกับการส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน และการพัฒนาทรัพยากรบุคคลนาย สุวัตร สิทธิหล่อ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาบอกว่า ไทยต้องชูบทบาทการเป็นฮับของกลุ่มจีเอ็มเอส เพราะได้เปรียบเรื่องที่ตั้ง ส่วนเป้าหมายร่วมกันของกลุ่มคือ เร่งดึงนักท่องเที่ยวจากประเทศอื่นนอกอนุภูมิภาคเข้ามาเที่ยวมากขึ้น ผ่านการโปรโมตเป็นจุดหมายปลายทางเดียว (single destination)โดยคณะ กรรมการด้านการตลาดจะร่วมกันออกแบบแพ็กเกจท่องเที่ยวเส้นทางเชื่อมโยงตามชาย แดน และจะร่วมกับหน่วยงานส่งเสริมการท่องเที่ยว (เอ็นทีโอ) ของแต่ละประเทศเพื่อเพิ่มจำนวนวันพักเฉลี่ยของนักท่องเที่ยว

Mr.มาร์ติน เครกส์ ประธานบริหารสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (พาต้า) มองว่า พาต้าจะร่วมกับภาคเอกชนออกแบบแพ็กเกจท่องเที่ยวราคาสูงเพื่อจับตลาดนักท่อง เที่ยวคุณภาพ เป็นแพ็กเกจแบบเอ็กซ์คลูซีฟพริวิเลจ เจาะกลุ่มที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ (อีโคทัวริสซึ่ม) รวมถึงกลุ่มไฮเอนด์ที่ต้องการความสะดวกสบาย เชื่อว่าโมเดลท่อง เที่ยวในลุ่มน้ำโขงมีความเป็นไปได้ที่จะประสบความสำเร็จ เพราะจำนวนนักท่องเที่ยวใน 6 ประเทศมีแนวโน้มขยายตัวสูง มีปัจจัยหนุนด้านการเดินทาง อย่างทางรถยนต์ก็กำลังจะมีสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 4 ในเร็ว ๆ นี้ อีกทั้งต้องดึงนักท่องเที่ยวจากเชียงใหม่ให้มาเที่ยวเชียงรายต่อให้ได้

ส่วนทางเครื่องบิน กลยุทธ์หลักที่ต้องเร่งทำคือ เพิ่มจำนวนเที่ยวบิน โดยขณะนี้ได้ประสานไปยัง 3 สายการบิน ได้แก่ โคแม็คจากจีน ซูโคยจากรัสเซีย และมิตซูบิชิจากญี่ปุ่น เปิดบินตรงเข้าเชียงราย

ด้านสตีเฟ่น ชิปานี ตัวแทนจากธนาคารพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) เล่าว่า เอดีบีจะเพิ่มการสนับสนุนแก่ประเทศที่สนใจลงทุนด้านซอฟต์แวร์ เช่น การเทรนนิ่งบุคลากร เพิ่มผู้เชี่ยวชาญ ผู้ประสานงานเชิงเทคนิค และระบบรองรับต่าง ๆ รวมถึงการสร้างถนนหนทางเพราะเอดีบีมองว่าเมื่อสาธารณูปโภคได้รับการพัฒนา ภาคธุรกิจรายย่อยก็จะโตตาม

เมสัน ฟลอเรนซ์ ผู้อำนวยการบริหาร “แม่โขงทัวร์” ชี้ว่า แม้จำนวนนักท่องเที่ยวและรายได้ด้านท่องเที่ยวในกลุ่มจีเอ็มเอสจะเพิ่มสูง ขึ้น แต่เรื่องเร่งด่วนที่ผู้ประกอบการเห็นร่วมกันก็คือ ต้องการให้การท่องเที่ยวในลุ่มน้ำโขงเติบโตอย่างยั่งยืน จึงต่างแบ่งปันกรณีศึกษาที่ดีที่สุดและน่าสนใจมากขึ้นในงานสัมมนาที่ผ่านมา เพื่อกำหนดอนาคตด้านท่องเที่ยวที่ดีร่วมกัน

สำหรับการประชุมประจำปี 2556 ประเทศจีนจะรับหน้าที่เป็นเจ้าภาพในขณะที่นาย สรรเสริญ เงารังษี รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชียและแปซิฟิกใต้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้เรื่อง “ซิงเกิลวีซ่า” กำลังอยู่ในขั้นตอนการประสานงานและเจรจา เมื่อเสร็จสมบูรณ์ก็จะส่งผลให้การท่องเที่ยวในกลุ่มลุ่มน้ำโขงรวมถึงเชียงรายดีขึ้น ทั้งนี้ คาดว่ากระบวนการซิงเกิลวีซ่าจะสามารถนำมาใช้ได้ทันปี 2558 รับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนแน่นอน

แหล่งข่าว: chiangmainews.co.th