กรณีศึกษา 'ดอนหลวง' 'หมู่บ้านผ้าฝ้าย'
Posted: Tue Jul 14, 2009 6:25 am
'ฮึดสู้!' สร้างสุขชุมชน

“ถูกกว่าซื้อในเมือง ครึ่งต่อครึ่ง !!” ...เป็นเสียงแสดงความม่วนอกม่วนใจของนักท่องเที่ยวที่ชาวบ้าน “บ้านดอนหลวง” ต.แม่แรง อ.ป่าซาง จ.ลำพูน ได้ยินชินหู แต่ถึงแม้จะได้ยินบ่อย ๆ ก็ยังถือเป็นเสียงสวรรค์ที่ทำให้ชุมชนแห่งนี้ยิ้มออกได้อยู่เรื่อย ๆ ซึ่งบ้านดอนหลวงแห่งนี้ถือเป็น “แหล่งผลิตผ้าฝ้ายทอมือแบบโบราณที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย” สมัยก่อนผลิตอย่างไร สมัยปัจจุบันก็ผลิตเช่นนั้น สินค้าผ้าฝ้ายของที่นี่โด่งดังและเป็นที่ต้องการ เหตุเพราะฝีมือการตัดเย็บที่ดี สินค้ามีคุณภาพ ในขณะที่ราคาไม่แพงเกินเหตุ
แต่กว่าจะมีวันนี้...ชุมชนแห่งนี้ก็ต้องฝ่าฟัน
“บ้านดอนหลวง” ที่นี่จึงเป็นอีกกรณีศึกษา !!
“ทุกวันนี้คนส่วนใหญ่ก็ยังเข้าใจว่าผ้าฝ้ายที่ขาย ๆ กันอยู่ในเชียงใหม่ ล้วนเป็นของเชียงใหม่ แต่ความจริงสินค้ากว่า 80% ที่ขายอยู่ ส่งไปจากที่นี่แทบทั้งสิ้น” ...เป็นเสียงของ บุญเมือง คำปัน แห่งร้านบุญเมืองผ้าฝ้าย ซึ่งเธอเล่าว่า บ้านดอนหลวงเป็นหมู่บ้านที่มีการทอผ้าฝ้ายไว้ใช้ในครัวเรือนมาตั้งแต่ดั้ง เดิม เธอเองก็ได้รับภูมิปัญญานี้มาจากรุ่นพ่อแม่ พอจบ ป.4 ก็หัดทอผ้าจนชำนาญ ยุคหนึ่งฝีมือทอผ้าของเธอและชาวบ้านดอนหลวงเป็นที่ต้องการถึงขนาดมีการกว้าน ซื้อตัวเพื่อทอผ้าป้อนให้กับโรงงานชื่อดังกันเลยทีเดียว
เป็นช่วงที่บ้านดอนหลวงเป็นที่รู้จักกันลับ ๆ ในกลุ่มผ้าฝ้าย
ต่อมาเมื่อเกิดการตัดถนนใหม่แทนที่ถนนป่าซาง หรือถนนต้นยาง ทุกอย่างก็เปลี่ยน การคมนาคมเปลี่ยน อาชีพรับจ้างทอผ้าเริ่มตกต่ำ นายจ้างมองว่าไม่คุ้มทุน จึงเปลี่ยนเส้นทางผลิตใหม่ เกิดคนว่างงานจำนวนมาก ขณะที่บางส่วนลาออกเพราะรู้สึกไม่อิสระ กิจกรรมทอผ้าช่วงนั้นจึงหยุดนิ่ง อีกทั้งชาวบ้านส่วนใหญ่มีความรู้น้อย ไม่กล้าที่จะสร้างตลาดเอง ส่วนใหญ่ต้องพึ่งพ่อค้าคนกลาง ทำให้ผลผลิตภูมิปัญญายืนตรงข้ามกับราคามาตลอด แต่ในที่สุดชาวบ้านก็ “ฮึดสู้” รวมกลุ่มเพื่อสร้างทางเลือกให้ตัวเอง จนกลายเป็น “หมู่บ้านทอผ้าฝ้าย”
“การสืบทอดภูมิปัญญาการทอผ้า นอกจากให้ประโยชน์ด้านรายได้แล้ว ยังเป็นตัวอย่างให้ชุมชนอื่นเกิดแรงบันดาลใจ วันนี้ก็ถือว่าดีขึ้น จากเดิมที่ไม่คิดว่าอาชีพทอผ้าจะสามารถเลี้ยงครอบครัวได้ และที่ยิ่งดีใจมากก็คือสามารถกระตุ้นให้เกิดการสร้างงานขึ้นในชุมชน มีความสุขที่ได้เห็นคนเฒ่าคนแก่ ได้เห็นคนหนุ่มคนสาวอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากัน เพราะอาชีพนี้” ...บุญเมืองกล่าว
ขณะที่ สุนทรี ทานุโวหาร คุณยายวัย 70 ปี แห่งร้านบัวเพชรผ้าฝ้าย ก็เล่าว่า... การทอผ้าฝ้ายนี้คนเชื้อสายยองเรียกว่า “ตำหูก” ลวดลายที่ถักทอมีชื่อเรียกตามอุปกรณ์ชิ้นสำคัญในการเดินเส้นผ้าที่เรียกว่า “ตะกอ” โดยลายพื้นฐานจะเป็นลายที่เรียกว่าลายทอ 2 ตะกอ และลวดลายจะซับซ้อนขึ้นตามความชำนาญโดยดูได้จากจำนวนตะกอ ที่เคยเห็นมากที่สุดคือ 50 ตะกอ ถือว่าละเอียดมาก ปัจจุบันแทบหาดูไม่ได้แล้ว ซึ่งก่อนหน้าที่จะรวมกลุ่มกัน ชาวบ้านส่วนใหญ่ผ่านการเป็นคนงานโรงงานทอผ้า เพราะตอนนั้นไม่มีทางเลือก ความรู้ก็ไม่มี คนสนับสนุนก็น้อย ต่อมาทำไปนาน ๆ เข้าก็รู้สึกอึดอัด ไม่เป็นอิสระ และรายได้ก็ไม่ได้ดีอย่างที่คิด
“ลวดลายมันต้องเกิดจากใจ เราสังเกตเลยว่าวันไหนใจดี อารมณ์ดี ทำอะไรก็ไหลลื่น แต่วันไหนหงุดหงิด จะเดินเส้นพุ่ง เส้นยืน เหมือนมันติดขัดไปหมด เราทำได้ไม่นานก็อึดอัด จึงตัดสินใจว่าไม่เอาแล้ว กลับมาทำเองที่บ้านดีกว่า ได้เงินน้อยก็ไม่เป็นไร มีน้อยก็ใช้แต่น้อย สิ่งสำคัญคือคุณค่าความเป็นตัวเรามันไม่เสีย” ...เป็นบางส่วนจากความในใจของคุณยายช่างทอผ้ารายนี้
ทั้งนี้ ข้อมูลของสถาบันวิจัยสังคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โครงการพิพิธภัณฑ์วัฒนธรรมและชาติพันธุ์ล้านนา “ไทยอง” หรือ “คนยอง” นั้นเป็นชื่อที่ใช้เรียกคน “ไทลื้อ” ที่ตั้งบ้านเรือนอยู่ที่เมืองยอง ซึ่งมาอยู่ในประเทศไทยเรียกไทยอง เป็นที่รู้จักมาตั้งแต่ปี 2348 เมื่อมีการอพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานในลำพูน และที่ “บ้านดอนหลวง” ก็ถือเป็นจุดกำเนิดหนึ่งที่เป็นชุมชนเก่ามาแต่อดีต ซึ่งภูมิปัญญาฝีมือทอผ้าก็เป็นมรดกสำคัญ
เผ่าทอง ทองเจือ ผู้เชี่ยวชาญผ้าโบราณและนักประวัติศาสตร์ล้านนา ระบุว่า... บ้านดอนหลวงรักษาการทอผ้าแบบโบราณไว้อย่างดี โดยผ้าฝ้ายของที่นี่ได้รับการยอมรับเรื่องคุณภาพการตัดเย็บและโดดเด่นเรื่อง การให้สี ซึ่งในอดีตชาวบ้านมีปัญหาถูกกดราคา ถูกโกง จนทำให้ชาวบ้านมีความคิดจัดตั้งกลุ่มลุกขึ้นมาสู้
“ถือเป็นตัวอย่างที่ดีในการปรับตัวสู้วิกฤติ จากเดิมที่ชาวบ้านต้องวิ่งเข้าไปหางานในเมือง ก็กลายเป็นว่าคนเมืองวิ่งเข้าหาชาวบ้าน ถือเป็นชุมชนกรณีศึกษาที่น่าสนใจ” ...ผู้เชี่ยวชาญผ้าโบราณระบุ
ขณะที่ สีหพันธุ์ ชุมสาย ณ อยุธยา ผู้บริหารสายการบินนกแอร์ ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว ก็บอกว่า... วันนี้การท่องเที่ยวในภาคเหนือไม่ได้จำกัดหรือหยุดอยู่แค่เชียงใหม่เพียง แห่งเดียวอีกต่อไป แต่ยังสามารถกระจายตัวออกไปยังเมืองหรือจังหวัดใกล้เคียงได้อีกมาก เช่น จ.ลำพูน ซึ่ง “บ้านดอนหลวง” เป็นอีกกรณีที่น่าสนใจ ไม่เพียงประเด็นสินค้าราคาถูกเหลือเชื่อเมื่อเทียบกับการซื้อผลิตภัณฑ์เดียว กันที่อื่น...
“สิ่งสำคัญคือนักท่องเที่ยวยังมีโอกาสเปิดมุมมองใหม่ ๆ เป็นการท่องเที่ยวเพื่อเรียนรู้ได้อีกด้วย” ...เป็นเสียงสะท้อนจากมุมมองผู้บริหารสายการบินนกแอร์ เอกชนที่ร่วมส่งเสริมการท่องเที่ยวภาคเหนือ
“บ้านดอนหลวง” จ.ลำพูน จากนี้ไปจะไม่ลึกลับอีกแล้ว
ด้วย “ผ้าฝ้าย” ที่โดดเด่น-ความเป็น “หมู่บ้านทอผ้า”
กับการเป็น “กรณีศึกษาพัฒนาชุมชน-พึ่งพาตนเอง”.
วันอังคาร ที่ 07 กรกฎาคม 2552 เวลา 0:00 น http://dailynews.co.th/newstartpage/ind ... egoryID=23

“ถูกกว่าซื้อในเมือง ครึ่งต่อครึ่ง !!” ...เป็นเสียงแสดงความม่วนอกม่วนใจของนักท่องเที่ยวที่ชาวบ้าน “บ้านดอนหลวง” ต.แม่แรง อ.ป่าซาง จ.ลำพูน ได้ยินชินหู แต่ถึงแม้จะได้ยินบ่อย ๆ ก็ยังถือเป็นเสียงสวรรค์ที่ทำให้ชุมชนแห่งนี้ยิ้มออกได้อยู่เรื่อย ๆ ซึ่งบ้านดอนหลวงแห่งนี้ถือเป็น “แหล่งผลิตผ้าฝ้ายทอมือแบบโบราณที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย” สมัยก่อนผลิตอย่างไร สมัยปัจจุบันก็ผลิตเช่นนั้น สินค้าผ้าฝ้ายของที่นี่โด่งดังและเป็นที่ต้องการ เหตุเพราะฝีมือการตัดเย็บที่ดี สินค้ามีคุณภาพ ในขณะที่ราคาไม่แพงเกินเหตุ
แต่กว่าจะมีวันนี้...ชุมชนแห่งนี้ก็ต้องฝ่าฟัน
“บ้านดอนหลวง” ที่นี่จึงเป็นอีกกรณีศึกษา !!
“ทุกวันนี้คนส่วนใหญ่ก็ยังเข้าใจว่าผ้าฝ้ายที่ขาย ๆ กันอยู่ในเชียงใหม่ ล้วนเป็นของเชียงใหม่ แต่ความจริงสินค้ากว่า 80% ที่ขายอยู่ ส่งไปจากที่นี่แทบทั้งสิ้น” ...เป็นเสียงของ บุญเมือง คำปัน แห่งร้านบุญเมืองผ้าฝ้าย ซึ่งเธอเล่าว่า บ้านดอนหลวงเป็นหมู่บ้านที่มีการทอผ้าฝ้ายไว้ใช้ในครัวเรือนมาตั้งแต่ดั้ง เดิม เธอเองก็ได้รับภูมิปัญญานี้มาจากรุ่นพ่อแม่ พอจบ ป.4 ก็หัดทอผ้าจนชำนาญ ยุคหนึ่งฝีมือทอผ้าของเธอและชาวบ้านดอนหลวงเป็นที่ต้องการถึงขนาดมีการกว้าน ซื้อตัวเพื่อทอผ้าป้อนให้กับโรงงานชื่อดังกันเลยทีเดียว
เป็นช่วงที่บ้านดอนหลวงเป็นที่รู้จักกันลับ ๆ ในกลุ่มผ้าฝ้าย
ต่อมาเมื่อเกิดการตัดถนนใหม่แทนที่ถนนป่าซาง หรือถนนต้นยาง ทุกอย่างก็เปลี่ยน การคมนาคมเปลี่ยน อาชีพรับจ้างทอผ้าเริ่มตกต่ำ นายจ้างมองว่าไม่คุ้มทุน จึงเปลี่ยนเส้นทางผลิตใหม่ เกิดคนว่างงานจำนวนมาก ขณะที่บางส่วนลาออกเพราะรู้สึกไม่อิสระ กิจกรรมทอผ้าช่วงนั้นจึงหยุดนิ่ง อีกทั้งชาวบ้านส่วนใหญ่มีความรู้น้อย ไม่กล้าที่จะสร้างตลาดเอง ส่วนใหญ่ต้องพึ่งพ่อค้าคนกลาง ทำให้ผลผลิตภูมิปัญญายืนตรงข้ามกับราคามาตลอด แต่ในที่สุดชาวบ้านก็ “ฮึดสู้” รวมกลุ่มเพื่อสร้างทางเลือกให้ตัวเอง จนกลายเป็น “หมู่บ้านทอผ้าฝ้าย”
“การสืบทอดภูมิปัญญาการทอผ้า นอกจากให้ประโยชน์ด้านรายได้แล้ว ยังเป็นตัวอย่างให้ชุมชนอื่นเกิดแรงบันดาลใจ วันนี้ก็ถือว่าดีขึ้น จากเดิมที่ไม่คิดว่าอาชีพทอผ้าจะสามารถเลี้ยงครอบครัวได้ และที่ยิ่งดีใจมากก็คือสามารถกระตุ้นให้เกิดการสร้างงานขึ้นในชุมชน มีความสุขที่ได้เห็นคนเฒ่าคนแก่ ได้เห็นคนหนุ่มคนสาวอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากัน เพราะอาชีพนี้” ...บุญเมืองกล่าว
ขณะที่ สุนทรี ทานุโวหาร คุณยายวัย 70 ปี แห่งร้านบัวเพชรผ้าฝ้าย ก็เล่าว่า... การทอผ้าฝ้ายนี้คนเชื้อสายยองเรียกว่า “ตำหูก” ลวดลายที่ถักทอมีชื่อเรียกตามอุปกรณ์ชิ้นสำคัญในการเดินเส้นผ้าที่เรียกว่า “ตะกอ” โดยลายพื้นฐานจะเป็นลายที่เรียกว่าลายทอ 2 ตะกอ และลวดลายจะซับซ้อนขึ้นตามความชำนาญโดยดูได้จากจำนวนตะกอ ที่เคยเห็นมากที่สุดคือ 50 ตะกอ ถือว่าละเอียดมาก ปัจจุบันแทบหาดูไม่ได้แล้ว ซึ่งก่อนหน้าที่จะรวมกลุ่มกัน ชาวบ้านส่วนใหญ่ผ่านการเป็นคนงานโรงงานทอผ้า เพราะตอนนั้นไม่มีทางเลือก ความรู้ก็ไม่มี คนสนับสนุนก็น้อย ต่อมาทำไปนาน ๆ เข้าก็รู้สึกอึดอัด ไม่เป็นอิสระ และรายได้ก็ไม่ได้ดีอย่างที่คิด
“ลวดลายมันต้องเกิดจากใจ เราสังเกตเลยว่าวันไหนใจดี อารมณ์ดี ทำอะไรก็ไหลลื่น แต่วันไหนหงุดหงิด จะเดินเส้นพุ่ง เส้นยืน เหมือนมันติดขัดไปหมด เราทำได้ไม่นานก็อึดอัด จึงตัดสินใจว่าไม่เอาแล้ว กลับมาทำเองที่บ้านดีกว่า ได้เงินน้อยก็ไม่เป็นไร มีน้อยก็ใช้แต่น้อย สิ่งสำคัญคือคุณค่าความเป็นตัวเรามันไม่เสีย” ...เป็นบางส่วนจากความในใจของคุณยายช่างทอผ้ารายนี้
ทั้งนี้ ข้อมูลของสถาบันวิจัยสังคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โครงการพิพิธภัณฑ์วัฒนธรรมและชาติพันธุ์ล้านนา “ไทยอง” หรือ “คนยอง” นั้นเป็นชื่อที่ใช้เรียกคน “ไทลื้อ” ที่ตั้งบ้านเรือนอยู่ที่เมืองยอง ซึ่งมาอยู่ในประเทศไทยเรียกไทยอง เป็นที่รู้จักมาตั้งแต่ปี 2348 เมื่อมีการอพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานในลำพูน และที่ “บ้านดอนหลวง” ก็ถือเป็นจุดกำเนิดหนึ่งที่เป็นชุมชนเก่ามาแต่อดีต ซึ่งภูมิปัญญาฝีมือทอผ้าก็เป็นมรดกสำคัญ
เผ่าทอง ทองเจือ ผู้เชี่ยวชาญผ้าโบราณและนักประวัติศาสตร์ล้านนา ระบุว่า... บ้านดอนหลวงรักษาการทอผ้าแบบโบราณไว้อย่างดี โดยผ้าฝ้ายของที่นี่ได้รับการยอมรับเรื่องคุณภาพการตัดเย็บและโดดเด่นเรื่อง การให้สี ซึ่งในอดีตชาวบ้านมีปัญหาถูกกดราคา ถูกโกง จนทำให้ชาวบ้านมีความคิดจัดตั้งกลุ่มลุกขึ้นมาสู้
“ถือเป็นตัวอย่างที่ดีในการปรับตัวสู้วิกฤติ จากเดิมที่ชาวบ้านต้องวิ่งเข้าไปหางานในเมือง ก็กลายเป็นว่าคนเมืองวิ่งเข้าหาชาวบ้าน ถือเป็นชุมชนกรณีศึกษาที่น่าสนใจ” ...ผู้เชี่ยวชาญผ้าโบราณระบุ
ขณะที่ สีหพันธุ์ ชุมสาย ณ อยุธยา ผู้บริหารสายการบินนกแอร์ ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว ก็บอกว่า... วันนี้การท่องเที่ยวในภาคเหนือไม่ได้จำกัดหรือหยุดอยู่แค่เชียงใหม่เพียง แห่งเดียวอีกต่อไป แต่ยังสามารถกระจายตัวออกไปยังเมืองหรือจังหวัดใกล้เคียงได้อีกมาก เช่น จ.ลำพูน ซึ่ง “บ้านดอนหลวง” เป็นอีกกรณีที่น่าสนใจ ไม่เพียงประเด็นสินค้าราคาถูกเหลือเชื่อเมื่อเทียบกับการซื้อผลิตภัณฑ์เดียว กันที่อื่น...
“สิ่งสำคัญคือนักท่องเที่ยวยังมีโอกาสเปิดมุมมองใหม่ ๆ เป็นการท่องเที่ยวเพื่อเรียนรู้ได้อีกด้วย” ...เป็นเสียงสะท้อนจากมุมมองผู้บริหารสายการบินนกแอร์ เอกชนที่ร่วมส่งเสริมการท่องเที่ยวภาคเหนือ
“บ้านดอนหลวง” จ.ลำพูน จากนี้ไปจะไม่ลึกลับอีกแล้ว
ด้วย “ผ้าฝ้าย” ที่โดดเด่น-ความเป็น “หมู่บ้านทอผ้า”
กับการเป็น “กรณีศึกษาพัฒนาชุมชน-พึ่งพาตนเอง”.
วันอังคาร ที่ 07 กรกฎาคม 2552 เวลา 0:00 น http://dailynews.co.th/newstartpage/ind ... egoryID=23