ชงครม.รื้อมติเงินกู้ท่องเที่ยว5พันล้าน
Posted: Tue Jul 14, 2009 6:41 am
คมชัดลึก :กระทรวงท่องเที่ยวฯ เตรียมเสนอครม.ปรับเงื่อนไขเงินกู้ช่วยเอกชนวงเงิน 5 พันล้าน พร้อมเวลาไปถึง 30 มิถุนายนปีหน้า ชี้ปัญหาเงินกู้อืดเพราะมติ ครม.ไม่ชัด ขณะที่ทั้งเอสเอ็มอีแบงก์และผู้ประกอบการก็มีปัญหา

นายชุมพล ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและ กีฬา กล่าวภายหลังการประชุมร่วมกันระหว่างกระทรวง ธนาคารเพื่อการพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอีแบงก์) และตัวแทนผู้ประกอบการท่องเที่ยว ว่ากระทรวงจะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ทบทวนมติ ครม. ในมาตรการเงินกู้เพื่อช่วยเหลือด้านการเงินแก่ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวที่ ได้รับผลกระทบจากการปิดสนามบินสุวรรณภูมิและดอนเมือง วงเงิน 5,000 ล้านบาท ซึ่งออกมาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ แต่ผู้ประกอบการยังไม่ได้รับความช่วยเหลือ
ทั้งนี้ เพื่อขอปรับเงื่อนไขมาตรการ โดยตัดคำว่า การให้เงินกู้ต้องมีประสิทธิภาพและโปร่งใส ซึ่งเอสเอ็มอีแบงค์ถือปฏิบัติออกไป รวมถึงขอให้รัฐบาลรับประกันความเสียหายแก่เอสเอ็มอีแบงก์หากเกิดผลกระทบจาก การปล่อยเงินกู้แก่เอกชนอย่างผ่อนปรนดังกล่าว นอกจากนี้ ยังมีแผนที่จะเสนอให้ขยายกรอบเวลาการกู้จากที่จะสิ้นสุดเดือนตุลาคม 2552 เป็นสิ้นสุด 30 มิถุนายน 2553 เพื่อช่วยเหลือภาคเอกชนที่ก่อนหน้านี้ไม่ได้รับการพิจารณา
"ปัญหาที่ทำให้การกู้เงินทำไม่ได้ในช่วงที่ผ่านมาเรื่องหลักคือ ความไม่ชัดเจนของมติ ครม. ที่กำหนดให้การปล่อยกู้ต้องเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและโปร่งใส ทำให้เอสเอ็มอีแบงก์ต้องระวังในการปล่อยกู้ ขณะที่แบงก์เองก็เกิดปัญหาติดขัดในการดำเนินการ และในส่วนของผู้ประกอบการท่องเที่ยวที่ ใช้การเซ็นค้ำไขว้ ส่วนใหญ่มีปัญหาหนี้เสีย ทำให้การยื่นกู้มีปัญหาเช่นกัน" นายชุมพลกล่าว และว่า ในช่วงเดือนสิงหาคมนี้ ตนจะไปเยือนประเทศจีนอีกครั้ง เพื่อชี้แจงสถานการณ์ในประเทศให้เกิดความมั่นใจต่อประเทศไทยมากขึ้น
วันที่ 14 กรกฎาคม 2552 http://www.komchadluek.net

นายชุมพล ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและ กีฬา กล่าวภายหลังการประชุมร่วมกันระหว่างกระทรวง ธนาคารเพื่อการพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอีแบงก์) และตัวแทนผู้ประกอบการท่องเที่ยว ว่ากระทรวงจะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ทบทวนมติ ครม. ในมาตรการเงินกู้เพื่อช่วยเหลือด้านการเงินแก่ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวที่ ได้รับผลกระทบจากการปิดสนามบินสุวรรณภูมิและดอนเมือง วงเงิน 5,000 ล้านบาท ซึ่งออกมาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ แต่ผู้ประกอบการยังไม่ได้รับความช่วยเหลือ
ทั้งนี้ เพื่อขอปรับเงื่อนไขมาตรการ โดยตัดคำว่า การให้เงินกู้ต้องมีประสิทธิภาพและโปร่งใส ซึ่งเอสเอ็มอีแบงค์ถือปฏิบัติออกไป รวมถึงขอให้รัฐบาลรับประกันความเสียหายแก่เอสเอ็มอีแบงก์หากเกิดผลกระทบจาก การปล่อยเงินกู้แก่เอกชนอย่างผ่อนปรนดังกล่าว นอกจากนี้ ยังมีแผนที่จะเสนอให้ขยายกรอบเวลาการกู้จากที่จะสิ้นสุดเดือนตุลาคม 2552 เป็นสิ้นสุด 30 มิถุนายน 2553 เพื่อช่วยเหลือภาคเอกชนที่ก่อนหน้านี้ไม่ได้รับการพิจารณา
"ปัญหาที่ทำให้การกู้เงินทำไม่ได้ในช่วงที่ผ่านมาเรื่องหลักคือ ความไม่ชัดเจนของมติ ครม. ที่กำหนดให้การปล่อยกู้ต้องเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและโปร่งใส ทำให้เอสเอ็มอีแบงก์ต้องระวังในการปล่อยกู้ ขณะที่แบงก์เองก็เกิดปัญหาติดขัดในการดำเนินการ และในส่วนของผู้ประกอบการท่องเที่ยวที่ ใช้การเซ็นค้ำไขว้ ส่วนใหญ่มีปัญหาหนี้เสีย ทำให้การยื่นกู้มีปัญหาเช่นกัน" นายชุมพลกล่าว และว่า ในช่วงเดือนสิงหาคมนี้ ตนจะไปเยือนประเทศจีนอีกครั้ง เพื่อชี้แจงสถานการณ์ในประเทศให้เกิดความมั่นใจต่อประเทศไทยมากขึ้น
วันที่ 14 กรกฎาคม 2552 http://www.komchadluek.net