Page 1 of 1

ปิดถนนทางเข้าอาคารผู้โดยสารสุวรรณภูมิซ้อมแผนคุมฝูงชน

Posted: Thu Aug 06, 2009 7:31 am
by Sam
Image

สุวรรณภูมิ ปิดถนนยกระดับทางเข้าอาคารผู้โดยสารบางส่วนในคืนวันที่ 6 สิงหาคมนี้ เพื่อฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุด้านการควบคุมฝูงชน ซึ่งจะมีผู้เข้าร่วมการฝึกกว่า 1,000 คน

วันนี้ (5 ส.ค.) นายนิรันดร์ ธีรนาทสิน ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) กล่าวว่า ในวันที่ 6 สิงหาคม 2552 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) มีแผนที่จะปิดถนนยกระดับทางเข้าอาคารผู้โดยสารจากถนนมอเตอร์เวย์ช่วง กม. 12 ชั่วคราว ตั้งแต่เวลา 23.00 – 01.00 น. เพื่อทำการฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุในการบริหารเหตุการณ์และการควบคุมฝูงชนร่วม กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตช.) ตามสถานการณ์จำลองการก่อกวนของฝูงชน ซึ่งจะมีผู้เข้าร่วมการฝึกซ้อมกว่า 1,000 คน ทั้งนี้้ผู้โดยสารเดินทางเข้า ทสภ. ยังเดินทางได้ตามปกติ โดยทอท.ได้มีการจัดเส้นทางเบี่ยงและมีป้ายบอกทิศทางรวมทั้งจัดให้มีเจ้า หน้าที่จราจรและรักษาความปลอดภัยคอย อำนวยความสะดวกตลอดการฝึกซ้อม อย่างไรก็ตามการฝึกซ้อมครั้งนี้อาจกระทบต่อการเดินทางของผู้โดยสารบ้าง จึงขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ ที่นี้ และหากผู้โดยสารต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Call Center โทร. 02-132-1888

ผอ.ทอท. กล่าวต่อว่า การจัดฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุฯ ในครั้งนี้ จะเป็นการฝึกซ้อมร่วมกันของหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการรักษาความปลอดภัยของ ทสภ. เช่น ตำรวจ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ทสภ. และหน่วยงานของจังหวัดสมุทรปราการ โดยจะนำแผนเผชิญเหตุแบบบูรณาการที่จัดทำขึ้นร่วมกันมาทำการฝึกซ้อม ตามสถานการณ์จำลองในสถานที่จริง เพื่อให้สามารถรับทราบถึงปัญหาและอุปสรรคในการปฎิบัติตามแผนเผชิญเหตุ เพื่อนำไปเป็นข้อมูลในการปรับปรุงและแก้ไขให้แผนเผชิญเหตุของ ทสภ. เมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

นายนิรัน ดร์ กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการรักษาความปลอดภัย ทสภ. ต่างก็มีแผนฉุกเฉินและแผนเผชิญเหตุเพื่อรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินของตนเองอยู่ แล้ว เมื่อเกิดเหตุการณ์จริง แต่ละฝ่ายต่างทำงานในส่วนที่ตนรับผิดชอบ ซึ่งอาจทำให้การแก้ไขสถานการณ์ไม่เป็นระบบและไม่มีประสิทธิภาพ เนื่องจากขาดการวางแผนที่ดีและการร่วมกันทำงานเป็นทีม ดังนั้นการอบรมและการฝึกซ้อมในครั้งนี้จึงเป็นโอกาสดีที่ได้มีการนำแผนเผชิญ เหตุของแต่ละหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ฝ่ายรักษาความปลอดภัย ทสภ. ตำรวจภูธร จ.สมุทรปราการ สภ.ราชาเทวะ และหน่วยงานต่าง ๆ ของจังหวัดสมุทรปราการ มาจัดทำแผนเผชิญเหตุแบบบูรณาการและฝึกซ้อมตามแผนในสถานการณ์จำลองร่วมกัน ซึ่งถือว่ามีประโยชน์อย่างยิ่งต่อ ทสภ. โดยจะทำให้ ทสภ. ได้มีแผนเผชิญเหตุการรักษาความปลอดภัย ด้านการบริหารการควบคุมฝูงชนแบบบูรณาการที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น

ด้าน พลตำรวจตรีชิษณุพงศ์ ยุกตะทัต ผู้บังคับการตำรวจภูธร จังหวัดสมุทรปราการ กล่าวว่า ในการฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุในครั้งนี้จะได้มีการจำลองสถานการณ์ว่า มีกลุ่มผู้ชุมนุมรวมตัวประท้วงโดยมีเป้าหมายที่จะเดินทางไปยังอาคารผู้ โดยสาร ซึ่งทางตำรวจจะต้องเข้าแก้ไขสถานการณ์ให้กลับสู่สภาวะปกติโดยเร็ว เพื่อส่งผลกระทบต่อการใช้บริการของผู้โดยสารให้น้อยที่สุด โดยในการฝึกซ้อมครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมการฝึกซ้อมกว่า 1,000 คน โดยแบ่งเป็น กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจกองร้อยควบคุมฝูงชน จากตำรวจภูธร ภาค 1 จำนวน 4 กองร้อย รวมมีเจ้าหน้าที่ 600 นาย เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ราชาเทวะ จำนวน 70 นาย เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ทสภ. 120 นาย เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่าง ๆ จังหวัด สมุทรปราการ จำนวน ประมาณ 50 คน และได้รับความร่วมมือจากอาสมัคร ป้องกันภัย ฝ่ายพลเรือนจังหวัดสมุทรปราการ จัดเจ้าหน้าที่กว่า 200 นาย แสดงเป็นผู้ชุมนุมและผู้โดยสาร โดยตำรวจได้จัดเส้นทางให้ผู้ใช้บริการใช้ทางเลี่ยงเข้าสู่ตัวอาคารผู้โดยสาร ได้ โดยให้รถที่วิ่งเข้ามาจากถนนมอเตอร์เวย์เลี้ยวซ้ายลงจากทางยกระดับที่จะไป ลานจอดรถระยะยาว เพื่อไปกลับรถที่สะพานกลับรถด้านหน้าศูนย์ขนส่งสาธารณะ และขับรถผ่านหน้าอาคารศูนย์ปฎิบัติการลูกเรือของ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ( อาคาร OPC) เพื่อที่จะเลี้ยวซ้ายขึ้นทางยกระดับเข้าสู่อาคารผู้โดยสารต่อไป ซึ่งผู้ใช้บริการจะใช้เวลาในการเลี่ยงเส้นทางดังกล่าวไม่เกิน 5 นาทีเท่านั้น

ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.สมุทรปราการ กล่าวต่อว่า การฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุฯ ในครั้งนี้ ทางตำรวจจำเป็นต้องมีการจำลองสถานการณ์ให้สมจริงมากที่สุด เพื่อจะได้ทราบว่าแผนเผชิญเหตุฯ ที่ได้ร่วมกันจัดทำระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ สามารถนำมาปฎิบัติได้จริงอย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่ ซึ่งภายหลังการฝึกซ้อมในครั้งนี้แล้ว จะได้มีการสรุปและประเมินผลการดำเนินงาน เพื่อนำไปปรับปรุงแก้ไขแผนเผชิญเหตุให้มีความสมบูรณ์และสามารถปฎิบิตงาน เมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินจริงต่อไป

ที่มา: Image http://www.thairath.co.th/content/eco/24349" onclick="window.open(this.href);return false;