ท่องเที่ยวไทยเปิดทุกช่องทางดึงตลาดอินเดีย
Posted: Fri Aug 07, 2009 11:17 am
ความร่วมมือร่วมใจของหน่วยงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) และสถานทูต/สถานกงสุลไทย ตามเมืองต่างๆ ใน "อินเดีย" ซึ่งเป็นตลาดการท่องเที่ยวดาวรุ่งและเป็นที่พึ่งหลักของไทย ช่วงครึ่งปีหลังนี้ทั้ง 3 หน่วยงานจะกอดคอกันดึงกำลังซื้อแดนภารต นำเงินเข้ามาท่องเที่ยวเมืองไทยให้ได้ตามเป้า 5.3 แสนคนททท.โหมโรดโชว์ดูดเศรษฐี 3 ตลาด
นาย ฉัททันต์ กุญชร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานนิวเดลี เปิดเผยว่า นักท่องเที่ยวอินเดียสนใจราคาเป็นเรื่องแรก หลังจากรัฐบาลไทยประกาศยกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่าไปถึงมีนาคม 2553 ททท.นำผู้ประกอบการเอกชนจัดโรดโชว์ ผู้ขายเจรจาธุรกิจกับบริษัทผู้ซื้อ 2 รอบ 4 เมือง ในพื้นที่หลัก มุมไบ นิวเดลี และเชนไน กัลกัตต้า กำลังซื้อตอบรับเพิ่มขึ้นทุกเดือน ขณะนี้ต้องชูไทยเป็นเมือง
ท่อง เที่ยวคุ้มค่าเงิน Amazing Thailand and Amazing for Value รองรับตลาดอินเดียปัจจุบันนิยมเดินทางมาไทยทุกสัปดาห์ ใช้เงินเฉลี่ยคนละ 20,000 รูปี/ทริป (ประมาณ 14,000 บาท) เลือกพักกรุงเทพฯ 2 คืน พัทยา 2 คืน
จากนี้ไปจะทำกิจกรรมส่งเสริมตลาดการขายอย่างเข้มข้นมากขึ้น ช่องทางแรกลงทุนจัดโรดโชว์นำผู้ขายจากไทยไปพบบริษัทตัวแทนผู้ซื้อรายใหญ่ตาม เมืองรอง ในอินเดียที่เศรษฐกิจเติบโตรวดเร็ว เช่น ปูเน่ ลักนาว จันดิก้า อามีดาบัด ททท. ร่วมกับพันธมิตรห้างสรรพสินค้าทำโปรโมชั่นกับลูกค้าห้าง ช่องทางสองกระตุ้นนักท่องเที่ยวกลุ่มสนใจเฉพาะ คือกลุ่มคู่แต่งงานมาจัดในเมืองไทย เพราะจำนวนคนเดินทางแต่ละครั้ง 100-300 คน ใช้เงินครั้งละหลายสิบล้านบาท เลือกเมืองไทยอันดับ 1 มีอินเดียมาจัดแต่งงาน 30 งาน/ปี ในกรุงเทพฯและ จังหวัดชายทะเล พัทยา หัวหิน ภูเก็ต
กลุ่มทัวร์กอล์ฟ หากเล่นในอินเดียจะต้องจ่ายค่าสมาชิกก่อน จากนั้นก็ต้องรอคิว มาเมืองไทยยุ่งยากน้อยกว่า แถมค่าใช้จ่ายรวมทุกอย่างเบ็ดเสร็จยังราคาถูกกว่าถึง 50% กลุ่มไมซ์ (MICE) ททท.ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมการจัดการประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) "สสปน." แต่ละเมืองเศรษฐกิจดี การประชุมสัมมนา ให้รางวัลท่องเที่ยวฟรี และจัดแสดงสินค้าเติบโตเร็วมาก ไทยได้รับการเลือกจากไมซ์อินเดียเป็นอันดับต้นๆแนวโน้มปี 2553 นักท่องเที่ยวทั้ง 3 กลุ่มจะเป็นตลาดหลักสร้างรายได้เพิ่มและภาพลักษณ์ที่ดีให้กับการท่องเที่ยว ไทย และกลยุทธ์การทำงานเป็นทีมกับพันธมิตรจะประสบความสำเร็จมากที่สุดในช่วง สถานการณ์วิกฤต
สำหรับฤดูการขายหรือการเดินทางของนักท่องเที่ยว อินเดียแต่ละเมือง เทศกาลเที่ยวต่างประเทศจะอยู่ระหว่างเมษายน-มิถุนายนของทุกปี และตุลาคม-พฤศจิกายน ปี 2552 จะมีเทศกาล DIWALI วันหยุดอินเดีย 1 สัปดาห์ พนักงานบริษัทจะได้รับโบนัสและคนทั่วไปจะพากันเดินทางเที่ยว ไทยจึงต้องเร่งทำแพ็กเกจวางขายในตลาดล่วงหน้าช่วงสิงหาคม-กันยายนนี้ เพราะมีสายการบินประจำบริการระหว่างไทย-อินเดีย 114 เที่ยว/สัปดาห์
บินไทยชูบินใกล้ราคาประหยัด
นายวุฒิชัย กัมปนาทแสนยากร ผู้จัดการทั่วไปประจำกัลกัตต้า อินเดีย บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า นักท่องเที่ยวจากเมืองกัลกัตต้าจะนิยมมาไทยซึ่งได้ตารางเวลาบินเหมาะกับ นักท่องเที่ยวชอบเดินทางกลางคืนไปถึงเช้า จะได้ไม่ต้องเสียค่าห้องพักโรงแรมและยังสามารถเที่ยวได้เต็มวันส่วนจุดแข็งการบินไทยจะได้เปรียบคู่แข่งตรงใช้เวลาบินเข้ากรุงเทพฯเพียง 2 ชั่วโมงเศษ
พฤติกรรม ของผู้โดยสารอินเดียจะ ตัดสินใจเดินทางทันทีโดยไม่นิยมจองตั๋วล่วงหน้า ราคาขายตั๋วของการบินไทย ไป-กลับ รวมค่าธรรมเนียมต่างๆ (ยกเว้นน้ำมัน) ประมาณ 11,000 บาท/ที่นั่ง บริการวันละ 1 เที่ยว ขณะนี้เที่ยวบินวันเสาร์-อาทิตย์เต็มทุกวัน ต่างจากวันธรรมดา จันทร์-ศุกร์ ปริมาณน้อยกว่า ฤดูนี้มีอัตราการบรรทุกเฉลี่ย กัลกัตต้า-กรุงเทพฯ 75%
ส่วน การขนส่งสินค้าทางอากาศระหว่างประเทศ (cargo) มีอัตราการเติบโตดี เช่นเดียวกับแนวโน้มตลาดผู้โดยสารจะขยายตัวขึ้นเรื่อยๆ เมื่อการท่องเที่ยว
แข็งแรง ราคาดึงดูดความสนใจ การบินไทยสามารถขายตั๋วเพื่อบิน
เชื่อมต่อไปยังประเทศอื่นได้เป็นอย่างดี เนื่องจากชาวกัลกัตต้านิยมเดินทาง
3 ช่วง คือช่วงแรกปิดเทอมใหญ่ของนักเรียนทั่วประเทศ ระหว่างเมษายน-พฤษภาคมทุกปี ช่วงสองวันหยุดงาน พิธีทางศาสนา ระหว่าง 22 กันยายน-ตุลาคม จะมีผู้โดยสารเดินทางออกประเทศมากที่สุด ช่วงสามปลายปี เป็นช่วงฤดูท่องเที่ยวสุดคึกคักทุกเสาร์-อาทิตย์ เที่ยวบินจะแน่นมาก
กงสุลไทยผนึก ททท.บูมคู่แต่งงาน
นาย มานพ เมฆประยูร กงสุลใหญ่ประเทศไทย ประจำกรุงกัลกัตต้า อินเดีย กล่าวว่า กัลกัตต้าเป็นเมืองเศรษฐกิจ เป็นนิคมอุตสาหกรรมฐานการผลิตสินค้า ส่งออกหลายชนิด เป็นผลดีกับการท่องเที่ยวเมื่อกระทรวงการต่างประเทศยกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่า ชั่วคราวไปจนถึง 15 มีนาคม 2553 ชาวอินเดียจากเมืองใกล้เคียงแห่กันมาขอวีซ่าวันละ 200-300 คน ปีหน้าจะร่วมมือกับ ททท.จัดแคมเปญแต่งงานในไทย โดยทางสถานทูตไทยกับหน่วยงานพันธมิตรจะมีอินเซนทีฟให้แก่ลูกค้าเพื่อดึงความ สนใจเพิ่มจำนวนและรายได้
จนถึงขณะนี้แม้จะมีสถานการณ์วิกฤตเศรษฐกิจ โลกและปัจจัยลบทางการเมืองในประเทศ แต่อินเดียก็ยังเป็นลูกค้าที่อุดหนุนการท่องเที่ยวไทยเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการใช้เงินช็อปปิ้งแบบไม่อั้น สังเกตจากขากลับเข้าประเทศทุกวัน แต่ละสายการบินจะได้ค่าน้ำหนักขนสินค้าสูงกว่า 2 เท่า เพราะแต่ละคนซื้อสินค้าแฟชั่น ของใช้ เป็นเงินมหาศาล
ปีนี้ไทยใช้ทุกช่องทางเพิ่มตลาดอินเดีย
วันที่ 06 สิงหาคม พ.ศ. 2552 ปีที่ 33 ฉบับที่ 4129 ประชาชาติธุรกิจ หน้า 25 http://www.prachachat.net/view_news.php ... 2009-08-06" onclick="window.open(this.href);return false;