ชงรมว.คลังยกเว้นภาษีสปา10%
Posted: Fri Aug 28, 2009 11:13 pm
เตรียมชง รมว.คลังยกเว้นภาษีสปา 10% หนุนจ้างงาน ดันไทยเป็นศูนย์กลางบริการ คาดดึงนักท่องเที่ยวใช้บริการเพิ่มเป็น 20%

นายสาธิต รังคสิริ รองปลัดกระทรวงการคลัง หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านรายได้เปิดเผยว่า เร็วๆ นี้ จะหารือกับนายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง และ นายสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ ปลัดกระทรวงการคลัง เพื่อเสนอให้ยกเว้นการจัดเก็บภาษีธุรกิจสปาจากปัจจุบันจัดเก็บในอัตรา 10% ของรายได้ เพื่อส่งเสริมให้ธุรกิจสปาในประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของการบริการดังกล่าว และส่งผลดีต่อรายได้จากการท่องเที่ยว และทำให้มีการจ้างงานเพิ่มขึ้น
ทั้งนี้ ที่ผ่านมามีผู้ประกอบการเรียกร้องเข้ามาจำนวนมากให้ยกเว้นภาษีดังกล่าว เนื่องจากจัดเก็บเท่ากับธุรกิจสถานบริการอาบน้ำ นวดตัว ขณะที่การบริการสปาเป็น บริการเพื่อสุขภาพ และมีอัตราการจ้างงานที่สูง อีกทั้งยังเกี่ยวเนื่องกับภาคการท่องเที่ยว ดังนั้น จึงเห็นว่าธุรกิจดังกล่าวควรได้รับการสนับสนุน
“เชื่อว่าจะเป็นการดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเข้ามาใช้บริการมากกว่าที่ ผ่านๆ มา จากเดิมที่เข้ามาใช้บริการประมาณ 10% ก็จะมากขึ้นได้ถึง 20% นับว่าคุ้มค่ามากกับรายได้ที่สูญเสียไปแค่หลักร้อยล้านบาทและสามารถทำได้ เร็ว” นายสาธิตกล่าวและว่า เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานเดียวกัน ได้ขอให้กระทรวงสาธารณสุขเข้าไปตรวจสอบสถานบริการสปาต่างๆ ว่า เข้าหลักเกณฑ์หรือไม่ เพราะส่วนใหญ่จะไม่เข้าเกณฑ์เป็นสถานประกอบการเพื่อความงาม เห็นได้จากการที่มีห้องน้ำหรือห้องล้างตัวอยู่รวมกับห้องนวด ขณะที่แสงไฟที่ใช้ภายในก็สว่างไม่เพียงพอ
แหล่งข่าว: คมชัดลึก http://www.komchadluek.net/detail/20090828/26283" onclick="window.open(this.href);return false;
ภาพประกอบข่าว: http://th.88dbmedia2.jobsdb.com/DB88Upl ... 2702DC.jpg" onclick="window.open(this.href);return false;

นายสาธิต รังคสิริ รองปลัดกระทรวงการคลัง หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านรายได้เปิดเผยว่า เร็วๆ นี้ จะหารือกับนายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง และ นายสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ ปลัดกระทรวงการคลัง เพื่อเสนอให้ยกเว้นการจัดเก็บภาษีธุรกิจสปาจากปัจจุบันจัดเก็บในอัตรา 10% ของรายได้ เพื่อส่งเสริมให้ธุรกิจสปาในประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของการบริการดังกล่าว และส่งผลดีต่อรายได้จากการท่องเที่ยว และทำให้มีการจ้างงานเพิ่มขึ้น
ทั้งนี้ ที่ผ่านมามีผู้ประกอบการเรียกร้องเข้ามาจำนวนมากให้ยกเว้นภาษีดังกล่าว เนื่องจากจัดเก็บเท่ากับธุรกิจสถานบริการอาบน้ำ นวดตัว ขณะที่การบริการสปาเป็น บริการเพื่อสุขภาพ และมีอัตราการจ้างงานที่สูง อีกทั้งยังเกี่ยวเนื่องกับภาคการท่องเที่ยว ดังนั้น จึงเห็นว่าธุรกิจดังกล่าวควรได้รับการสนับสนุน
“เชื่อว่าจะเป็นการดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเข้ามาใช้บริการมากกว่าที่ ผ่านๆ มา จากเดิมที่เข้ามาใช้บริการประมาณ 10% ก็จะมากขึ้นได้ถึง 20% นับว่าคุ้มค่ามากกับรายได้ที่สูญเสียไปแค่หลักร้อยล้านบาทและสามารถทำได้ เร็ว” นายสาธิตกล่าวและว่า เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานเดียวกัน ได้ขอให้กระทรวงสาธารณสุขเข้าไปตรวจสอบสถานบริการสปาต่างๆ ว่า เข้าหลักเกณฑ์หรือไม่ เพราะส่วนใหญ่จะไม่เข้าเกณฑ์เป็นสถานประกอบการเพื่อความงาม เห็นได้จากการที่มีห้องน้ำหรือห้องล้างตัวอยู่รวมกับห้องนวด ขณะที่แสงไฟที่ใช้ภายในก็สว่างไม่เพียงพอ
แหล่งข่าว: คมชัดลึก http://www.komchadluek.net/detail/20090828/26283" onclick="window.open(this.href);return false;
ภาพประกอบข่าว: http://th.88dbmedia2.jobsdb.com/DB88Upl ... 2702DC.jpg" onclick="window.open(this.href);return false;