นักธุรกิจฟันธงเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวช้า โดยเเฉพาะท่องเที่ยว
Posted: Tue Sep 01, 2009 10:20 pm
นักธุรกิจเห็นพ้องเศรษฐกิจไทยฟื้นไม่เร็วอย่างใจคิด หวั่นหากรัฐถอนงบกระตุ้นเศรษฐกิจปีหน้า กระทบการฟื้นตัว

นายประเสริฐ บุญสัมพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ. ปตท. กล่าวว่าในงานสัมมนา "กลยุทธ์หลังวิกฤติทิศทางปี 2553" จัดโดยศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ ว่า เศรษฐกิจไทย รวมถึงธุรกิจพลังงานได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว โดยไม่เชื่อว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวเป็นรูปตัววี และแอล แต่เชื่อว่าเป็นการปรับตัวขึ้นอย่างช้าๆ โดยที่ราคาน้ำมันไม่สูงมาก ขณะที่ความเสี่ยงที่เศรษฐกิจโลกจะทรุดตัวมาก ไม่น่าจะเกิดขึ้น
แต่ที่น่าห่วงคือ ธุรกิจท่องเที่ยวของไทยยังคงต้องใช้เวลาฟื้นตัว และหากการเมืองยังแบ่งแยกสีกันอยู่จะส่งผลกระทบต่อธุรกิจโรงแรม ภัตตาคารค่อนข้างมาก
ขณะที่ธุรกิจพลังงาน เจาะสำรวจปิโตร และโรงกลั่น น่าจะเอาตัวรอดได้ และคาดว่าจะฟื้นตัวใน 1-2 ปีข้างหน้า แม้ว่าปริมาณการกลั่นจะยังเหลืออยู่มาก
"โดยภาพรวมธุรกิจพลังงานจะฟื้นและดีขึ้นใน 1-2 ปีข้างหน้า ตามเศรษฐกิจที่ฟื้นตัว แต่สิ่งสำคัญคือรัฐบาลจะต้องสร้างความเชื่อมั่นให้ทุกฝ่าย ทั้งนักลงทุนและผู้บริโภค และนักท่องเที่ยว"
สำหรับการปรับตัวของธุรกิจปตท. เขากล่าวว่า หลังเศรษฐกิจผ่านจุดต่ำสุดแล้วจะเน้นการรักษาสภาพคล่องของเงินสด ไม่ว่าจะเป็นการออกหุ้นกู้ เพื่อนำเงินมาเสริมสภาพคล่องรวมถึงการบริหารจัดการ และปรับตัวตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง
"ที่ผ่านมาปตท.โตอย่างมาก เพราะเราปรับตัวเอง ทั้งปรับโครงสร้างหนี้ ซื้อ-ขายกิจการ เป็นการบริหารพอร์ตให้เหมาะสม โดยปรับระบบบริหารจัดการ และโครงสร้างบริหาร ตลอดจนเตรียมความพร้อมในการหาโอกาสลงทุนใหม่ๆ"
ด้านนายกานต์ ตระกูลฮุน กรรมการผู้จัดการใหญ่ เครือซิเมนต์ไทย กล่าวว่า การฟื้นตัวเศรษฐกิจในรอบนี้ไม่น่าจะเป็นตัววี แต่จะเป็นตัววีเอียง หรือค่อยๆ ปรับตัวขึ้นมากกว่า จึงเป็นห่วงเป็นว่าหากอีก 1 ปีข้างหน้า หากรัฐบาลถอนการกระตุ้นเศรษฐกิจ อาจกระทบต่อเศรษฐกิจได้
สำหรับเศรษฐกิจไทยในอีก 1 ปีข้างหน้า มองว่า ราคาน้ำมันไม่น่าเกิน 80 เหรียญ และเชื่อว่า ความต้องการจะกลับมา ซึ่งที่ผ่านมาธุรกิจเอสซีจีได้ป้องกันความเสี่ยงมาตลอด ส่วนกลยุทธ์หลังวิกฤติเอสซีจีเน้นการเก็บเงินสดและรักษาสภาพคล่อง ตลอดจนลดต้นทุน พัฒนาการวิจัย และการสร้างแบรนด์
เช่นเดียวกับนายอนันต์ อัศวโภคิน ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการ บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) ที่มองว่า การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยจะเป็นการฟื้นอย่างช้า โดยจะไม่เป็นรูป V เชฟ เนื่องจากขนาดความเสียหายของเศรษฐกิจโลกมีมาก ทำให้ไม่สามารถฟื้นตัวได้เร็ว ขณะเดียวกันจะไม่เป็นรูปตัว U แต่จะเป็นการค่อยๆ เติบโตอย่างช้าๆ มากกว่า
"ปัจจัยที่มีความเสี่ยงต่อการฟื้นตัวเศรษฐกิจยังเป็นภาวะการเมืองที่ยัง มีการแบ่งแยกสีกันอยู่ อย่างไรก็ตามเชื่อว่าสิ้นปีนี้กีฬาสีจะเลิกในสิ้นปีนี้ ซึ่งหากการเมืองนิ่งการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจะเร็วมาก เนื่องจากอัตราการออมของประเทศในภูมิภาคเอเชียสูงกว่าตะวันตก ซึ่งประเทศที่มีอัตราการออมสูงจะฟื้นตัวได้เร็ว" นายอนันต์ กล่าว
แหล่งข่าว: http://www.bangkokbiznews.com" onclick="window.open(this.href);return false;
ภาพประกอบข่าว: http://www.phuketwebshop.com/resizer.ph ... 180636.jpg" onclick="window.open(this.href);return false;

นายประเสริฐ บุญสัมพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ. ปตท. กล่าวว่าในงานสัมมนา "กลยุทธ์หลังวิกฤติทิศทางปี 2553" จัดโดยศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ ว่า เศรษฐกิจไทย รวมถึงธุรกิจพลังงานได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว โดยไม่เชื่อว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวเป็นรูปตัววี และแอล แต่เชื่อว่าเป็นการปรับตัวขึ้นอย่างช้าๆ โดยที่ราคาน้ำมันไม่สูงมาก ขณะที่ความเสี่ยงที่เศรษฐกิจโลกจะทรุดตัวมาก ไม่น่าจะเกิดขึ้น
แต่ที่น่าห่วงคือ ธุรกิจท่องเที่ยวของไทยยังคงต้องใช้เวลาฟื้นตัว และหากการเมืองยังแบ่งแยกสีกันอยู่จะส่งผลกระทบต่อธุรกิจโรงแรม ภัตตาคารค่อนข้างมาก
ขณะที่ธุรกิจพลังงาน เจาะสำรวจปิโตร และโรงกลั่น น่าจะเอาตัวรอดได้ และคาดว่าจะฟื้นตัวใน 1-2 ปีข้างหน้า แม้ว่าปริมาณการกลั่นจะยังเหลืออยู่มาก
"โดยภาพรวมธุรกิจพลังงานจะฟื้นและดีขึ้นใน 1-2 ปีข้างหน้า ตามเศรษฐกิจที่ฟื้นตัว แต่สิ่งสำคัญคือรัฐบาลจะต้องสร้างความเชื่อมั่นให้ทุกฝ่าย ทั้งนักลงทุนและผู้บริโภค และนักท่องเที่ยว"
สำหรับการปรับตัวของธุรกิจปตท. เขากล่าวว่า หลังเศรษฐกิจผ่านจุดต่ำสุดแล้วจะเน้นการรักษาสภาพคล่องของเงินสด ไม่ว่าจะเป็นการออกหุ้นกู้ เพื่อนำเงินมาเสริมสภาพคล่องรวมถึงการบริหารจัดการ และปรับตัวตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง
"ที่ผ่านมาปตท.โตอย่างมาก เพราะเราปรับตัวเอง ทั้งปรับโครงสร้างหนี้ ซื้อ-ขายกิจการ เป็นการบริหารพอร์ตให้เหมาะสม โดยปรับระบบบริหารจัดการ และโครงสร้างบริหาร ตลอดจนเตรียมความพร้อมในการหาโอกาสลงทุนใหม่ๆ"
ด้านนายกานต์ ตระกูลฮุน กรรมการผู้จัดการใหญ่ เครือซิเมนต์ไทย กล่าวว่า การฟื้นตัวเศรษฐกิจในรอบนี้ไม่น่าจะเป็นตัววี แต่จะเป็นตัววีเอียง หรือค่อยๆ ปรับตัวขึ้นมากกว่า จึงเป็นห่วงเป็นว่าหากอีก 1 ปีข้างหน้า หากรัฐบาลถอนการกระตุ้นเศรษฐกิจ อาจกระทบต่อเศรษฐกิจได้
สำหรับเศรษฐกิจไทยในอีก 1 ปีข้างหน้า มองว่า ราคาน้ำมันไม่น่าเกิน 80 เหรียญ และเชื่อว่า ความต้องการจะกลับมา ซึ่งที่ผ่านมาธุรกิจเอสซีจีได้ป้องกันความเสี่ยงมาตลอด ส่วนกลยุทธ์หลังวิกฤติเอสซีจีเน้นการเก็บเงินสดและรักษาสภาพคล่อง ตลอดจนลดต้นทุน พัฒนาการวิจัย และการสร้างแบรนด์
เช่นเดียวกับนายอนันต์ อัศวโภคิน ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการ บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) ที่มองว่า การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยจะเป็นการฟื้นอย่างช้า โดยจะไม่เป็นรูป V เชฟ เนื่องจากขนาดความเสียหายของเศรษฐกิจโลกมีมาก ทำให้ไม่สามารถฟื้นตัวได้เร็ว ขณะเดียวกันจะไม่เป็นรูปตัว U แต่จะเป็นการค่อยๆ เติบโตอย่างช้าๆ มากกว่า
"ปัจจัยที่มีความเสี่ยงต่อการฟื้นตัวเศรษฐกิจยังเป็นภาวะการเมืองที่ยัง มีการแบ่งแยกสีกันอยู่ อย่างไรก็ตามเชื่อว่าสิ้นปีนี้กีฬาสีจะเลิกในสิ้นปีนี้ ซึ่งหากการเมืองนิ่งการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจะเร็วมาก เนื่องจากอัตราการออมของประเทศในภูมิภาคเอเชียสูงกว่าตะวันตก ซึ่งประเทศที่มีอัตราการออมสูงจะฟื้นตัวได้เร็ว" นายอนันต์ กล่าว
แหล่งข่าว: http://www.bangkokbiznews.com" onclick="window.open(this.href);return false;
ภาพประกอบข่าว: http://www.phuketwebshop.com/resizer.ph ... 180636.jpg" onclick="window.open(this.href);return false;