ชิมชา-ขาหมูสูตรยูนนาน ที่บ้านยาง สัมผัสวิถีเกษตรบนที่สูง ชม.
Posted: Sun Sep 06, 2009 9:28 pm
ท่องเที่ยวเกษตร
ว่าที่ ร.ต.หญิง พิมพ์ใจ กัญชนะ
ชิมชา-ขาหมูสูตรยูนนาน ที่บ้านยาง สัมผัสวิถีเกษตรบนที่สูง จังหวัดเชียงใหม่

"บ้าน ยาง" ตั้งอยู่ที่ ตำบลแม่งอน อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นหมู่บ้านขนาดเล็กแต่เปี่ยมด้วยเสน่ห์ ทั้งแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรมและธรรมชาติที่น่าสนใจ พร้อมสัมผัสวิถีชีวิตความเป็นอยู่แบบชาวจีนยูนนาน ตามวิถีเกษตรบนที่สูง
คุณ สุชาติ สุวรรณ รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กล่าวว่า "โครงการพัฒนาชุมชนได้รับนโยบายจากรัฐบาลให้ดำเนินการ 1 ตำบล 1 ผลิตภัณฑ์ เพื่อให้เกิดหมู่บ้านหรือตำบลที่มีผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ โดยการเปิดผลิตภัณฑ์โอท็อป และหมู่บ้านท่องเที่ยวขึ้น มีวัตถุประสงค์เพื่อนำสิ่งที่ดีๆ เป็นจุดขายของชุมชน หรือหมู่บ้านตำบลนั้น เป็นจุดดึงดูดให้นักท่องเที่ยว ได้เข้ามาเยี่ยมชมหรือมาพักผ่อน ซื้อผลิตภัณฑ์ หมู่บ้านยาง อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ ได้มีการส่งเสริมหมู่บ้านให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว พร้อมจำหน่ายผลิตภัณฑ์โอท็อป อย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2549 ภายหลังจากที่กระทรวงการพัฒนาชุมชนได้มีการคัดเลือกหมู่บ้านท่องเที่ยวทั้ง หมด 80 หมู่บ้าน และนำผู้นำชุมชนไปศึกษาดูงานหมู่บ้านโออิตะ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นหมู่บ้านต้นแบบของประเทศญี่ปุ่น หลังจากนั้น ผู้นำชุมชนก็นำเอาความรู้และประสบการณ์จากการศึกษาดูงานมาพัฒนาชุมชนของตน เอง ขณะเดียวกัน หมู่บ้านยางเป็นอีกหมู่บ้านหนึ่งที่ได้รับคัดเลือกในจำนวน 8 หมู่บ้าน เมื่อปี พ.ศ. 2551 และในปี พ.ศ. 2552 ได้เปิดตัวหมู่บ้านโอท็อปเป็นหมู่บ้านที่ 4 โดยจุดเด่นของหมู่บ้านยาง คือการอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข สมานสามัคคี ถึงแม้ว่าจะต่างศาสนา เพราะที่นี่มีผู้นับถือศาสนาทั้งศาสนาพุทธ คริสต์ และอิสลาม พร้อมทั้งมีการพัฒนาหมู่บ้านให้เข้มแข็ง นอกจากนี้ ยังขึ้นชื่อในเรื่องของอาหารที่มีรสชาติดีและอร่อย อาทิ ชา ขาหมูสูตรยูนนานรับประทานพร้อมหมั่นโถว สุกี้ยูนนานที่ใช้วัตถุดิบปรุงอาหารแบบชาวจีน และยังมีแบบโฮมสเตย์สะอาดสวยงามท่ามกลางสิ่งแวดล้อมที่สดชื่น ไว้คอยบริการนักท่องเที่ยวที่มาเยือน"
สำหรับวิถีชุมชนและวัฒนธรรม ของหมู่บ้านยาง มีความเป็นมาที่น่าสนใจ พอสังเขปดังนี้ เมื่อปี พ.ศ. 2496 ทหารจีน (กองพล 93-95) และประชาชน อพยพเข้ามาประเทศไทยในช่องทางดอยอ่างขาง (ปัจจุบันคือ บ้านหลวง) และย้ายถิ่นมาที่บ้านยาง ณ หมู่บ้านแห่งนี้ ชาวบ้านได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พร้อมพระบรมวงศานุวงศ์ ได้เสด็จเยี่ยมหลายครั้ง พระองค์ทรงส่งเสริมโครงการพระราชดำริหลายโครงการ เช่น สถานีอนามัย โรงสีข้าว การประปาภูเขา โรงงานหลวงอาหารสำเร็จรูป โรงไฟฟ้าพลังงานน้ำ เป็นต้น โดยในส่วนโครงการหลวงมีการจัดทำอาคารพิพิธภัณฑ์ แสดงความเป็นมาของโครงการหลวง โรงงานอาหารสำเร็จรูป และบริษัท ดอยคำผลิตอาหาร จำกัด ชาวบ้านยางยังคงทำการเกษตรเป็นหลัก มีพืชผักผลไม้เมืองหนาวที่น่ารับประทานหลายชนิด เช่น สตรอเบอรี่ มะเขือเทศ ลูกพลับ ลูกท้อ ลูกสาลี่ ผักสลัดต่างๆ ซึ่งมีความสด กรอบ และรสชาติดี ราคาถูก นอกจากนี้ ยังมีดอกไม้เมืองหนาว เช่น คาร์เนชั่น กุหลาบพันปี เป็นต้น
คุณเกษม ทิพย์แก้ว ผู้จัดการโรงงานหลวงอาหารสำเร็จรูป 1 กล่าวเพิ่มเติมว่า "หมู่บ้านยาง มีแหล่งท่องเที่ยวเส้นทางศึกษาธรรมชาติและวัฒนธรรมหลายแห่ง เช่น พิพิธภัณฑ์โรงงานหลวงฯ ตามโครงการปรัชญา "เศรษฐกิจพอเพียง" เป็นพิพิธภัณฑ์มีชีวิต (Living Site Museum) ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2515 เพื่อส่งเสริมอาชีพราษฎร ทั้งนี้สืบเนื่องจากการตัดไม้ทำลายป่าเพื่อปลูกฝิ่นของราษฎรในพื้นที่ ก่อให้เกิดปัญหาอันใหญ่หลวงตามมามากมาย เช่น ปัญหาป่าต้นน้ำถูกทำลาย ดินเสื่อมสภาพ การย้ายแหล่งทำกินบ่อยๆ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเล็งเห็นและให้ความสำคัญในเรื่องนี้มาก จึงมีการวิจัยพืชในพื้นที่สูงเพื่อทดแทนการปลูกฝิ่นในพื้นที่และทำให้มี แหล่งรองรับวัตถุดิบในส่วนที่ชาวบ้านได้รับการส่งเสริมปลูกเพื่อขาย และเหลือจากการขายสามารถนำเอาไปแปรรูปได้ จึงเกิดโรงงานขึ้นมา เรียกได้ว่าเป็นโรงงานโครงการหลวงแห่งแรกที่อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อรองรับผลผลิตที่ชาวบ้านปลูกนำมาแปรรูปสินค้าในตราสัญลักษณ์โครงการหลวง ดอยคำ ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2537 ภายใต้ชื่อบริษัท ดอยคำ ในตราสัญลักษณ์ของดอยคำ เพื่อเป็นการบริหารแบบนิติบุคคลมากขึ้น นอกจากนี้ โครงการหลวงยังดำเนินตามรอยพระราชดำริในเรื่องของการพัฒนาชุมชน การส่งเสริมพืชเชิงอุตสาหกรรมให้กับชาวบ้านเพื่อรองรับเกษตรกรในพื้นที่ให้ มีรายได้ วิถีชีวิตที่ดีขึ้น ทำให้เกิดเป็นบริษัท ดอยคำ เกิดการบริหารจัดการเป็นธุรกิจมากขึ้น แต่ไม่ทิ้งในเรื่องการส่งเสริมเกษตรกร มีการส่งเสริมปลูกพืชต่างๆ ที่แปรรูปได้ เช่น สตรอเบอรี่ ถั่วเหลือง บ๊วยต่างๆ โดยรับวัตถุดิบมาจากโครงการหลวงแต่ละแห่ง มาแปรรูป การดำเนินงานของโครงการจึงมีความสอดคล้องกับงานที่สร้างรายได้เกิดขึ้นใน หมู่บ้าน ลูกหลานในหมู่บ้านมีงานทำ ไม่ต้องไปหางานทำที่อื่น มีการพัฒนาพืช จัดสรรหาพืช วัตถุดิบต่างๆ แม้แต่พืชในฤดูกาล ไม่ว่าจะเป็นลิ้นจี่ ลำไย ในท้องถิ่นสามารถนำมาแปรรูปที่โรงงานแห่งนี้ ซึ่งผลิตภัณฑ์ของที่นี่มีหลายรูปแบบ ทั้งในรูปแบบบรรจุกระป๋อง ขวดแก้ว อบแห้ง และแช่แข็ง
เมื่อปี พ.ศ. 2549 โรงงานหลวงประสบอุทกภัยน้ำป่าไหลหลาก สร้างความเสียหายแก่โรงงานทั้งหมด สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงทราบเรื่อง จึงได้พระราชทานความช่วยเหลือ และรับสั่งให้สร้างโรงงานหลวงฯ 1 ใหม่ วงเงิน 180 ล้านบาท ทรงรับสั่งให้เปลี่ยนโครงสร้างการผลิตเป็นไปในรูปแบบเชิงอนุรักษ์ และพัฒนาองค์ความรู้เพื่อเป็นต้นแบบแหล่งเรียนรู้ และทรงให้จัดตั้งพิพิธภัณฑ์โรงงานหลวงที่ 1 (ฝาง) มีศูนย์วัฒนธรรมชาวจีน จัดแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน เช่น ดนตรี นาฏศิลป์ การฟ้อนรำ พัฒนาองค์ความรู้มากขึ้น เป็นโรงงานหลวงที่มีโครงสร้างสอดคล้องกับท้องถิ่นมากขึ้น เป็นต้นแบบแหล่งเรียนรู้ของหน่วยงาน สถาบันต่างๆ ที่จะเข้ามาศึกษาดูงานและยังคงการแปรรูปและรับวัตถุดิบในพื้นที่ ส่งเสริมชาวบ้านให้มีอาชีพมีงานทำเช่นเดิม ซึ่งชาวบ้านรู้สึกภูมิใจที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีรับสั่งให้สร้างพิพิธภัณฑ์ขึ้นที่หมู่บ้านแห่งนี้เพื่อเป็นศูนย์รวมของ หมู่บ้าน ทำให้มีกิจกรรม รายได้และอาชีพเสริมเกิดขึ้น"
นอกจากโรงงาน หลวง 1 และพิพิธภัณฑ์แล้ว ที่นี่ยังขึ้นชื่อเรื่องอาหารที่รสชาติอร่อย เนื่องจากประชากรส่วนใหญ่มีเชื้อสายจีนยูนนานที่ขึ้นชื่อว่าทำอาหารเก่งและ อร่อย โดยเฉพาะขาหมูหมั่นโถว สุกี้ยูนนานหรือภาษาถิ่นเรียก หยูนหนานโห่วโกว ใช้วัตถุดิบในการปรุงอาหารแบบจีน เครื่องปรุงในหม้อสุกี้มี 8 อย่าง คือ แฮมยูนนาน ไก่ดำ หน่อไม้แห้ง หมูชุบแป้งมันทอด ฟองเต้าหู้ เผือก ผักกาดเขียวปลี ในหม้อสุกี้สามารถเติมผักสดได้อีก เช่น โตว่เหมี่ยวหรือยอดถั่วลันเตา ผักกาดแก้ว ผักกาดขาว และผักกวางตุ้ง เป็นต้น จุดเด่นของสุกี้ยูนนาน คือ แฮมต้องทำเอง โดยทำจากหมูสะโพกหมักเกลือ ซึ่งจะทำเฉพาะในฤดูหนาวเท่านั้น และเก็บไว้ได้นานหลายปีโดยแช่เย็นไว้ แฮมยูนนานมีกลิ่นหอมมากกว่าแฮมทั่วไป
นอกจากอาหารที่ขึ้นชื่อของบ้านยางแล้ว ยังมีแบบโฮมสเตย์ที่บริการนักท่องเที่ยว มีบรรยากาศอบอุ่นท่ามกลางวิถีชีวิตพื้นบ้าน ผู้ที่ชอบอากาศหนาวควรไปพักระหว่างเดือนธันวาคม-มกราคม ในบริเวณหมู่บ้านยังมีน้ำตกบ้านยางที่สวยงาม เดินทางด้วยเส้นทางเท้าใช้เวลาเดินทางเพียง 20 นาที เส้นทางไม่ยากลำบาก พอได้อรรถรส มีความร่มรื่นเป็นธรรมชาติภายในหมู่บ้าน ยังมีแปลงสมุนไพรที่ปลูกพืชสมุนไพรพื้นบ้านนานาชนิด, โรงไฟฟ้าพลังน้ำบ้านยาง สำหรับแหล่งผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานธรรมชาติเพื่อแจกจ่ายกระแสไฟฟ้าให้โรง งานหลวงฯ และบ้านเรือนภายใน, แปลงสาธิต พืชผักเมืองหนาวสำหรับใช้เป็นวัตถุดิบส่งเข้าโรงงานหลวงฯ นอกจากนี้ ยังมีโรงเรียนสอนภาษาจีน เป็นโรงเรียนสอนวิชาต่างๆ ด้วยภาษาจีนกลาง เปิดสอนตั้งแต่ระดับอนุบาลถึงมัธยมศึกษาตอนต้น เมื่อได้เยี่ยมชมโรงเรียนแล้วจะมีความรู้สึกว่าที่นี่มีบรรยากาศเหมือนอยู่ ประเทศจีน อีกทั้งยังมีศาลเจ้าแม่กวนอิม ตั้งอยู่บนเนินเขาซึ่งเป็นที่ดินที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานให้เมื่อปี พ.ศ. 2524 บนศาลเจ้าแห่งนี้ใช้ประกอบพิธีการสำคัญ ดังเช่น วันตรุษจีน เทศกาลถือศีลกินเจ ชาวบ้านยางจะขึ้นมาทำพิธีกันแน่นขนัด ที่นี่ยังเป็นจุดชมวิวหมู่บ้านที่ดีที่สุดด้วย
ในหมู่บ้านยังมี บ้านดิน หรือบ้านที่สร้างด้านดินจากภูมิปัญญาท้องถิ่นชาวจีนยูนนาน ซึ่งปัจจุบันหาดูได้ยาก คุณบัญชา วสุวัติ ชาวบ้านบ้านยาง ผู้ร่วมก่อสร้างบ้านดิน กล่าวว่า "ตนเองได้มีที่มีโอกาสถวายงานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยการออกแบบสร้างบ้านดิน ซึ่งอาศัยภูมิปัญญาท้องถิ่น ในการก่อสร้างได้ขอคำแนะนำจากปราชญ์ชาวบ้าน และประสานกรมพัฒนาที่ดินเพื่อปรับภูมิทัศน์รอบโรงงานหลวง ซึ่งเดิมชาวบ้านมองโรงงานหลวงฯ ว่าอยู่ห่างไกลกับชาวบ้าน ทำให้ชาวบ้านไม่มีส่วนร่วม แต่ทางโรงงานหลวงพยายามสร้างการมีส่วนร่วมกับชุมชน โดยการช่วยเหลือชุมชนในทุกด้านจนชาวบ้านมีงานทำ มีรายได้ มีเวลาใกล้ชิดครอบครัว ทำให้ความทุกข์ร้อนจางหายไป และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณโดยช่วยกันพัฒนาเป็นหมู่บ้านสีขาว ปลอดยาเสพติด สนองเบื้องพระยุคลบาท"
หมู่บ้านยางนับว่าเป็นหมู่บ้านตัวอย่างของ ความสมานสามัคคี และอนุรักษ์ไว้ซึ่งวิถีชีวิต วัฒนธรรมอันดีงาม ตลอดจนรักษาไว้ซึ่งความเป็นธรรมชาติของชุมชนไว้อย่างสมบูรณ์ จึงไม่แปลกว่าที่หมู่บ้านแห่งนี้จะมีเสน่ห์ และเป็นที่แวะมาเยือนของนักท่องเที่ยวอย่างไม่ขาดสาย
หากผู้สนใจ ท่องเที่ยวหมู่บ้านยาง ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอฝาง (053) 451-570 สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดเชียงใหม่ โทร. (053) 112-647-8 และผู้ใหญ่บ้าน (084) 378-5560
หน้า 73 http://info.matichon.co.th/techno/techn ... &search=no" onclick="window.open(this.href);return false;
ว่าที่ ร.ต.หญิง พิมพ์ใจ กัญชนะ
ชิมชา-ขาหมูสูตรยูนนาน ที่บ้านยาง สัมผัสวิถีเกษตรบนที่สูง จังหวัดเชียงใหม่

"บ้าน ยาง" ตั้งอยู่ที่ ตำบลแม่งอน อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นหมู่บ้านขนาดเล็กแต่เปี่ยมด้วยเสน่ห์ ทั้งแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรมและธรรมชาติที่น่าสนใจ พร้อมสัมผัสวิถีชีวิตความเป็นอยู่แบบชาวจีนยูนนาน ตามวิถีเกษตรบนที่สูง
คุณ สุชาติ สุวรรณ รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กล่าวว่า "โครงการพัฒนาชุมชนได้รับนโยบายจากรัฐบาลให้ดำเนินการ 1 ตำบล 1 ผลิตภัณฑ์ เพื่อให้เกิดหมู่บ้านหรือตำบลที่มีผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ โดยการเปิดผลิตภัณฑ์โอท็อป และหมู่บ้านท่องเที่ยวขึ้น มีวัตถุประสงค์เพื่อนำสิ่งที่ดีๆ เป็นจุดขายของชุมชน หรือหมู่บ้านตำบลนั้น เป็นจุดดึงดูดให้นักท่องเที่ยว ได้เข้ามาเยี่ยมชมหรือมาพักผ่อน ซื้อผลิตภัณฑ์ หมู่บ้านยาง อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ ได้มีการส่งเสริมหมู่บ้านให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว พร้อมจำหน่ายผลิตภัณฑ์โอท็อป อย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2549 ภายหลังจากที่กระทรวงการพัฒนาชุมชนได้มีการคัดเลือกหมู่บ้านท่องเที่ยวทั้ง หมด 80 หมู่บ้าน และนำผู้นำชุมชนไปศึกษาดูงานหมู่บ้านโออิตะ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นหมู่บ้านต้นแบบของประเทศญี่ปุ่น หลังจากนั้น ผู้นำชุมชนก็นำเอาความรู้และประสบการณ์จากการศึกษาดูงานมาพัฒนาชุมชนของตน เอง ขณะเดียวกัน หมู่บ้านยางเป็นอีกหมู่บ้านหนึ่งที่ได้รับคัดเลือกในจำนวน 8 หมู่บ้าน เมื่อปี พ.ศ. 2551 และในปี พ.ศ. 2552 ได้เปิดตัวหมู่บ้านโอท็อปเป็นหมู่บ้านที่ 4 โดยจุดเด่นของหมู่บ้านยาง คือการอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข สมานสามัคคี ถึงแม้ว่าจะต่างศาสนา เพราะที่นี่มีผู้นับถือศาสนาทั้งศาสนาพุทธ คริสต์ และอิสลาม พร้อมทั้งมีการพัฒนาหมู่บ้านให้เข้มแข็ง นอกจากนี้ ยังขึ้นชื่อในเรื่องของอาหารที่มีรสชาติดีและอร่อย อาทิ ชา ขาหมูสูตรยูนนานรับประทานพร้อมหมั่นโถว สุกี้ยูนนานที่ใช้วัตถุดิบปรุงอาหารแบบชาวจีน และยังมีแบบโฮมสเตย์สะอาดสวยงามท่ามกลางสิ่งแวดล้อมที่สดชื่น ไว้คอยบริการนักท่องเที่ยวที่มาเยือน"
สำหรับวิถีชุมชนและวัฒนธรรม ของหมู่บ้านยาง มีความเป็นมาที่น่าสนใจ พอสังเขปดังนี้ เมื่อปี พ.ศ. 2496 ทหารจีน (กองพล 93-95) และประชาชน อพยพเข้ามาประเทศไทยในช่องทางดอยอ่างขาง (ปัจจุบันคือ บ้านหลวง) และย้ายถิ่นมาที่บ้านยาง ณ หมู่บ้านแห่งนี้ ชาวบ้านได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พร้อมพระบรมวงศานุวงศ์ ได้เสด็จเยี่ยมหลายครั้ง พระองค์ทรงส่งเสริมโครงการพระราชดำริหลายโครงการ เช่น สถานีอนามัย โรงสีข้าว การประปาภูเขา โรงงานหลวงอาหารสำเร็จรูป โรงไฟฟ้าพลังงานน้ำ เป็นต้น โดยในส่วนโครงการหลวงมีการจัดทำอาคารพิพิธภัณฑ์ แสดงความเป็นมาของโครงการหลวง โรงงานอาหารสำเร็จรูป และบริษัท ดอยคำผลิตอาหาร จำกัด ชาวบ้านยางยังคงทำการเกษตรเป็นหลัก มีพืชผักผลไม้เมืองหนาวที่น่ารับประทานหลายชนิด เช่น สตรอเบอรี่ มะเขือเทศ ลูกพลับ ลูกท้อ ลูกสาลี่ ผักสลัดต่างๆ ซึ่งมีความสด กรอบ และรสชาติดี ราคาถูก นอกจากนี้ ยังมีดอกไม้เมืองหนาว เช่น คาร์เนชั่น กุหลาบพันปี เป็นต้น
คุณเกษม ทิพย์แก้ว ผู้จัดการโรงงานหลวงอาหารสำเร็จรูป 1 กล่าวเพิ่มเติมว่า "หมู่บ้านยาง มีแหล่งท่องเที่ยวเส้นทางศึกษาธรรมชาติและวัฒนธรรมหลายแห่ง เช่น พิพิธภัณฑ์โรงงานหลวงฯ ตามโครงการปรัชญา "เศรษฐกิจพอเพียง" เป็นพิพิธภัณฑ์มีชีวิต (Living Site Museum) ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2515 เพื่อส่งเสริมอาชีพราษฎร ทั้งนี้สืบเนื่องจากการตัดไม้ทำลายป่าเพื่อปลูกฝิ่นของราษฎรในพื้นที่ ก่อให้เกิดปัญหาอันใหญ่หลวงตามมามากมาย เช่น ปัญหาป่าต้นน้ำถูกทำลาย ดินเสื่อมสภาพ การย้ายแหล่งทำกินบ่อยๆ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเล็งเห็นและให้ความสำคัญในเรื่องนี้มาก จึงมีการวิจัยพืชในพื้นที่สูงเพื่อทดแทนการปลูกฝิ่นในพื้นที่และทำให้มี แหล่งรองรับวัตถุดิบในส่วนที่ชาวบ้านได้รับการส่งเสริมปลูกเพื่อขาย และเหลือจากการขายสามารถนำเอาไปแปรรูปได้ จึงเกิดโรงงานขึ้นมา เรียกได้ว่าเป็นโรงงานโครงการหลวงแห่งแรกที่อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อรองรับผลผลิตที่ชาวบ้านปลูกนำมาแปรรูปสินค้าในตราสัญลักษณ์โครงการหลวง ดอยคำ ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2537 ภายใต้ชื่อบริษัท ดอยคำ ในตราสัญลักษณ์ของดอยคำ เพื่อเป็นการบริหารแบบนิติบุคคลมากขึ้น นอกจากนี้ โครงการหลวงยังดำเนินตามรอยพระราชดำริในเรื่องของการพัฒนาชุมชน การส่งเสริมพืชเชิงอุตสาหกรรมให้กับชาวบ้านเพื่อรองรับเกษตรกรในพื้นที่ให้ มีรายได้ วิถีชีวิตที่ดีขึ้น ทำให้เกิดเป็นบริษัท ดอยคำ เกิดการบริหารจัดการเป็นธุรกิจมากขึ้น แต่ไม่ทิ้งในเรื่องการส่งเสริมเกษตรกร มีการส่งเสริมปลูกพืชต่างๆ ที่แปรรูปได้ เช่น สตรอเบอรี่ ถั่วเหลือง บ๊วยต่างๆ โดยรับวัตถุดิบมาจากโครงการหลวงแต่ละแห่ง มาแปรรูป การดำเนินงานของโครงการจึงมีความสอดคล้องกับงานที่สร้างรายได้เกิดขึ้นใน หมู่บ้าน ลูกหลานในหมู่บ้านมีงานทำ ไม่ต้องไปหางานทำที่อื่น มีการพัฒนาพืช จัดสรรหาพืช วัตถุดิบต่างๆ แม้แต่พืชในฤดูกาล ไม่ว่าจะเป็นลิ้นจี่ ลำไย ในท้องถิ่นสามารถนำมาแปรรูปที่โรงงานแห่งนี้ ซึ่งผลิตภัณฑ์ของที่นี่มีหลายรูปแบบ ทั้งในรูปแบบบรรจุกระป๋อง ขวดแก้ว อบแห้ง และแช่แข็ง
เมื่อปี พ.ศ. 2549 โรงงานหลวงประสบอุทกภัยน้ำป่าไหลหลาก สร้างความเสียหายแก่โรงงานทั้งหมด สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงทราบเรื่อง จึงได้พระราชทานความช่วยเหลือ และรับสั่งให้สร้างโรงงานหลวงฯ 1 ใหม่ วงเงิน 180 ล้านบาท ทรงรับสั่งให้เปลี่ยนโครงสร้างการผลิตเป็นไปในรูปแบบเชิงอนุรักษ์ และพัฒนาองค์ความรู้เพื่อเป็นต้นแบบแหล่งเรียนรู้ และทรงให้จัดตั้งพิพิธภัณฑ์โรงงานหลวงที่ 1 (ฝาง) มีศูนย์วัฒนธรรมชาวจีน จัดแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน เช่น ดนตรี นาฏศิลป์ การฟ้อนรำ พัฒนาองค์ความรู้มากขึ้น เป็นโรงงานหลวงที่มีโครงสร้างสอดคล้องกับท้องถิ่นมากขึ้น เป็นต้นแบบแหล่งเรียนรู้ของหน่วยงาน สถาบันต่างๆ ที่จะเข้ามาศึกษาดูงานและยังคงการแปรรูปและรับวัตถุดิบในพื้นที่ ส่งเสริมชาวบ้านให้มีอาชีพมีงานทำเช่นเดิม ซึ่งชาวบ้านรู้สึกภูมิใจที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีรับสั่งให้สร้างพิพิธภัณฑ์ขึ้นที่หมู่บ้านแห่งนี้เพื่อเป็นศูนย์รวมของ หมู่บ้าน ทำให้มีกิจกรรม รายได้และอาชีพเสริมเกิดขึ้น"
นอกจากโรงงาน หลวง 1 และพิพิธภัณฑ์แล้ว ที่นี่ยังขึ้นชื่อเรื่องอาหารที่รสชาติอร่อย เนื่องจากประชากรส่วนใหญ่มีเชื้อสายจีนยูนนานที่ขึ้นชื่อว่าทำอาหารเก่งและ อร่อย โดยเฉพาะขาหมูหมั่นโถว สุกี้ยูนนานหรือภาษาถิ่นเรียก หยูนหนานโห่วโกว ใช้วัตถุดิบในการปรุงอาหารแบบจีน เครื่องปรุงในหม้อสุกี้มี 8 อย่าง คือ แฮมยูนนาน ไก่ดำ หน่อไม้แห้ง หมูชุบแป้งมันทอด ฟองเต้าหู้ เผือก ผักกาดเขียวปลี ในหม้อสุกี้สามารถเติมผักสดได้อีก เช่น โตว่เหมี่ยวหรือยอดถั่วลันเตา ผักกาดแก้ว ผักกาดขาว และผักกวางตุ้ง เป็นต้น จุดเด่นของสุกี้ยูนนาน คือ แฮมต้องทำเอง โดยทำจากหมูสะโพกหมักเกลือ ซึ่งจะทำเฉพาะในฤดูหนาวเท่านั้น และเก็บไว้ได้นานหลายปีโดยแช่เย็นไว้ แฮมยูนนานมีกลิ่นหอมมากกว่าแฮมทั่วไป
นอกจากอาหารที่ขึ้นชื่อของบ้านยางแล้ว ยังมีแบบโฮมสเตย์ที่บริการนักท่องเที่ยว มีบรรยากาศอบอุ่นท่ามกลางวิถีชีวิตพื้นบ้าน ผู้ที่ชอบอากาศหนาวควรไปพักระหว่างเดือนธันวาคม-มกราคม ในบริเวณหมู่บ้านยังมีน้ำตกบ้านยางที่สวยงาม เดินทางด้วยเส้นทางเท้าใช้เวลาเดินทางเพียง 20 นาที เส้นทางไม่ยากลำบาก พอได้อรรถรส มีความร่มรื่นเป็นธรรมชาติภายในหมู่บ้าน ยังมีแปลงสมุนไพรที่ปลูกพืชสมุนไพรพื้นบ้านนานาชนิด, โรงไฟฟ้าพลังน้ำบ้านยาง สำหรับแหล่งผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานธรรมชาติเพื่อแจกจ่ายกระแสไฟฟ้าให้โรง งานหลวงฯ และบ้านเรือนภายใน, แปลงสาธิต พืชผักเมืองหนาวสำหรับใช้เป็นวัตถุดิบส่งเข้าโรงงานหลวงฯ นอกจากนี้ ยังมีโรงเรียนสอนภาษาจีน เป็นโรงเรียนสอนวิชาต่างๆ ด้วยภาษาจีนกลาง เปิดสอนตั้งแต่ระดับอนุบาลถึงมัธยมศึกษาตอนต้น เมื่อได้เยี่ยมชมโรงเรียนแล้วจะมีความรู้สึกว่าที่นี่มีบรรยากาศเหมือนอยู่ ประเทศจีน อีกทั้งยังมีศาลเจ้าแม่กวนอิม ตั้งอยู่บนเนินเขาซึ่งเป็นที่ดินที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานให้เมื่อปี พ.ศ. 2524 บนศาลเจ้าแห่งนี้ใช้ประกอบพิธีการสำคัญ ดังเช่น วันตรุษจีน เทศกาลถือศีลกินเจ ชาวบ้านยางจะขึ้นมาทำพิธีกันแน่นขนัด ที่นี่ยังเป็นจุดชมวิวหมู่บ้านที่ดีที่สุดด้วย
ในหมู่บ้านยังมี บ้านดิน หรือบ้านที่สร้างด้านดินจากภูมิปัญญาท้องถิ่นชาวจีนยูนนาน ซึ่งปัจจุบันหาดูได้ยาก คุณบัญชา วสุวัติ ชาวบ้านบ้านยาง ผู้ร่วมก่อสร้างบ้านดิน กล่าวว่า "ตนเองได้มีที่มีโอกาสถวายงานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยการออกแบบสร้างบ้านดิน ซึ่งอาศัยภูมิปัญญาท้องถิ่น ในการก่อสร้างได้ขอคำแนะนำจากปราชญ์ชาวบ้าน และประสานกรมพัฒนาที่ดินเพื่อปรับภูมิทัศน์รอบโรงงานหลวง ซึ่งเดิมชาวบ้านมองโรงงานหลวงฯ ว่าอยู่ห่างไกลกับชาวบ้าน ทำให้ชาวบ้านไม่มีส่วนร่วม แต่ทางโรงงานหลวงพยายามสร้างการมีส่วนร่วมกับชุมชน โดยการช่วยเหลือชุมชนในทุกด้านจนชาวบ้านมีงานทำ มีรายได้ มีเวลาใกล้ชิดครอบครัว ทำให้ความทุกข์ร้อนจางหายไป และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณโดยช่วยกันพัฒนาเป็นหมู่บ้านสีขาว ปลอดยาเสพติด สนองเบื้องพระยุคลบาท"
หมู่บ้านยางนับว่าเป็นหมู่บ้านตัวอย่างของ ความสมานสามัคคี และอนุรักษ์ไว้ซึ่งวิถีชีวิต วัฒนธรรมอันดีงาม ตลอดจนรักษาไว้ซึ่งความเป็นธรรมชาติของชุมชนไว้อย่างสมบูรณ์ จึงไม่แปลกว่าที่หมู่บ้านแห่งนี้จะมีเสน่ห์ และเป็นที่แวะมาเยือนของนักท่องเที่ยวอย่างไม่ขาดสาย
หากผู้สนใจ ท่องเที่ยวหมู่บ้านยาง ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอฝาง (053) 451-570 สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดเชียงใหม่ โทร. (053) 112-647-8 และผู้ใหญ่บ้าน (084) 378-5560
หน้า 73 http://info.matichon.co.th/techno/techn ... &search=no" onclick="window.open(this.href);return false;