สสปน.ขยายมหานครไมซ์เชียงใหม่ เอกชนตีปีกจีบแอร์ไลน์จีนอินเดีย

ข่าวกิจกรรมท่องเที่ยวในพื้นที่ภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ประกอบด้วย เชียงราย สิบสองปันนา เชียงตุง-เมืองลา หลวงพระบาง
Post Reply
Sam
Site Admin
Posts: 1786
Joined: Sun Mar 11, 2007 9:03 pm
Location: เชียงราย
Contact:

สสปน.ขยายมหานครไมซ์เชียงใหม่ เอกชนตีปีกจีบแอร์ไลน์จีนอินเดีย

Post by Sam »

Imageเมื่อสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) "สสปน." เดินหน้าแผนการสร้าง "มหานครไมซ์" (meeting-incentive-convention-exhibition : MICE) นำร่อง 4 จังหวัด กรุงเทพฯ พัทยา เชียงใหม่ ภูเก็ต เพื่อขยายรายได้จากตลาดไมซ์กระจายเข้าสู่ผู้ผลิตในชุมชนรากหญ้าอย่างแท้จริง ขณะเดียวกันประเทศก็จะได้ลูกค้าคุณภาพสูงจากทั่วโลกซึ่งพร้อมจะใช้จ่ายเงิน มากกว่านักท่องเที่ยวทั่วไปถึง 3 เท่า

สสปน.ขับเคลื่อนมหานครไมซ์เชียงใหม่

ม.ร.ว. ดิศนัดดา ดิศกุล ประธานกรรมการ (บอร์ด) สสปน.เปิดเผยว่า เดินสายทำข้อตกลงความเข้าใจเบื้องต้น (MOU) เรียบร้อยแล้ว 3 จังหวัด คือกรุงเทพฯ พัทยา และล่าสุดวันที่ 1 กันยายน 2552 ประกาศให้ "เชียงใหม่" ขับเคลื่อนมหานครไมซ์ร่วมกับนายอมรพันธุ์ นิมานันท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ โดย สสปน.จะสนับสนุนด้วยโครงการ MICE 4 YOUTH ปูพื้นบุคลากรในสถานศึกษาเชียงใหม่ 9 สถาบัน นำผู้เชี่ยวชาญไมซ์ระดับโลกจากเวียนนา ออสเตรเลีย และบาร์เซโลนามาเป็นผู้ฝึกทักษะให้แก่กลุ่มนักศึกษาเหล่านี้ได้เรียนรู้และ ทำความเข้าใจไมซ์ครบวงจร ทั้งการใช้ภาษาต่างประเทศที่จะนำไปสื่อสารกับตลาดโลก การจัดการ การบริการเตรียมไว้รองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมในอนาคตที่เชียงใหม่มี ศักยภาพสูงพอจะเบียดกับพัทยาก้าวขึ้นเป็นมหานครไมซ์อันดับ 2 ของประเทศ

ระหว่าง นี้ก็เดินหน้าประมูลงานไมซ์ในต่างประเทศเข้ามาเมืองไทยกระจายให้จัดใน 4 มหานคร ผู้ประกอบการขนาดกลางและย่อม (SMEs) จะได้รับผลพลอยได้ทั้งการท่องเที่ยวและร่วมทุนไปพร้อมกัน สสปน.จ้าง IP&C ทำสำรวจวิจัยพบว่า "เชียงใหม่" ได้รับความนิยมจากกลุ่มประชุมและอินเซนทีฟมากถึง 70% ส่วนคอนเวนชั่น-เอ็กซิบิชั่นมีเพียง 30% เพราะต้องประมูลชิงงานแข่งกับประเทศอื่น การเอ็มโอยูครั้งนี้จะช่วยขยายผลการเพิ่มส่วนแบ่งตลาดคอนเวนชั่น -เอ็กซิบิชั่น จากนั้นก็จะได้ลูกค้าประชุมและอินเซนทีฟตามมาโดยอัตโนมัติ

แต่ ธุรกิจจะเดินหน้าได้ต้องขึ้นอยู่กับความเป็น "เอกภาพ" ของภาคเอกชนกับรัฐพร้อมทำจริงขนาดไหน จะแข่งขันกันเองโดยไม่สนใจภาพรวมหรือเปล่า

ผู้ว่าฯชู 2 ฮับใช้ 8 งานวัดฝีมือเมืองไมซ์

นาย อมรพันธุ์ นิมานันท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า เชียงใหม่ ยุทธศาสตร์หลักในยุคของตนจะผลักดัน 2 เทรนด์ คือมหานครไมซ์และศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ (medical hub) ช่วง 5 เดือนนี้จะเริ่มก้าวเข้าสู่มหานครไมซ์ โดยจัดกิจกรรมระดับประเทศและนานาชาติ 8 งาน ได้แก่ 1.อะเมซิ่งล้านนาเจ้า ระหว่างนี้-มีนาคม 2553 2.ทำไมซ์ซิตี้ต้อนรับรัฐมนตรี 10 ประเทศ 15-17 ตุลาคมนี้ 3.งานประชุมสมาชิกมาคมบริษัทนำเที่ยวอินเดีย (Travel Agent Federation India : TAFI) 22-25 ตุลาคมนี้ 1,500 คน เปิดเวทีจับคู่ธุรกิจระหว่างเชียงใหม่กับ ผู้ประกอบการจากอินเดีย 4.จัดงานนอร์ธเทิร์นอีโคแทรเวลมาร์ต ครั้งที่ 1 ระหว่าง 6-8 พฤศจิกายนนี้

5.เป็น สถานที่จัดประชุม Habitat for Humanity Thailand มูลนิธิที่อยู่อาศัย เพื่อมนุษยชาติ โดยมีอดีตประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกามาสร้างบ้าน 72 หลัง 12-20 พฤศจิกายนนี้ 6.การประชุมหอการค้าทั่วประเทศ 28-29 พฤศจิกายนนี้ 3,000 คน 7.จัดประชุมสมาชิกสโมสรไลออนทั่วประเทศ 18-21 พฤศจิกายนนี้ 4,000 คน 8.นำผู้ประกอบการเอกชนโรดโชว์ช่วงงานไชน่าอินเตอร์เนชั่นแนลแทรเวลมาร์ต คุนหมิง เดือนธันวาคมนี้

ส่วนยุทธศาสตร์เมดิคอลฮับ ขณะนี้ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โรงพยาบาลมหาราชและจังหวัดได้รับการสนับสนุนจากองค์กร GRANT เนเธอร์แลนด์ยินดีให้เงินลงทุน 65 ล้านยูโร เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการแพทย์และบริการครอบคลุมเชียงใหม่รวมภาค เหนือ 17 จังหวัด อนาคตอาจขยายไปถึงกลุ่มประเทศอินโดจีน พม่า กัมพูชา ลาว เวียดนาม ขั้นตอนการดำเนินงานโครงการนี้ จังหวัดได้ทำแผนเสนอรัฐบาลไทยแล้ว มีโอกาสจะได้รับพิจารณาและรู้ผลภายใน 2 เดือนนี้ จากนั้นจะขอรัฐอุดหนุนงบฯเพิ่มอีก 65%

เสนอลุยฮับบินก่อนหวังพึ่งเจ็ตแอร์/ไชน่าฯ

ทั้ง นี้ภาครัฐและเอกชนมีความเห็นตรงกันว่าเชียงใหม่จะเป็นมหานครไมซ์และเมดิคัล ฮับได้ สิ่งแรกที่จะต้องทำให้สำเร็จคือการเป็นฮับการบินก่อน เพราะทุกวันนี้มีสายการบินนานาชาติบินตรงเพียง 5 แอร์ไลน์เท่านั้น ได้แก่ซิลค์แอร์สิงคโปร์ ไชน่าแอร์ไลน์ โคเรียนท์แอร์ไลน์ลาวแอร์ไลน์ แอร์เอเชีย

นายวรพงษ์ หมู่ชาวใต้ เลขาธิการสมาคมท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า สมาคมรุกเจรจากับสายการบินต่างชาติ เข้ามาบินเพิ่มตั้งแต่ตุลาคมนี้เป็นต้นไป แอร์มัณฑะเลย์ พม่า จะบินมัณฑะเลย์-เชียงใหม่ 4 เที่ยว/สัปดาห์ ช่วงการประชุม TAFI อินเดีย 22-25 ตุลาคมนี้ จะเปิดเจรจากับเจ็ตแอร์เวย์ส สายการบินพรีเมี่ยมจากอินเดีย บินตรงมุมไบ-เชียงใหม่ และเชียงใหม่-กรุงเทพฯ เพราะเชียงใหม่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ ตลาดอินเดียนิยม สูงมาก ปีนี้มีกว่า 10,000 คน อนาคต จะเพิ่มเป็น 1 แสนคน

"แผน ปฏิบัติการส่งเสริมท่องเที่ยว เชียงใหม่ระหว่างจังหวัดกับภาคเอกชนยังไปกันคนละทาง เนื่องจากสมาคมท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่จับมือกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศ ไทย (ททท.) ปั้นจังหวัดเป็นฮับการท่องเที่ยวเชิงนิเวศและผจญภัย (world eco & adventure) แต่จังหวัดมุ่งทำเมดิคอล ฮับกับมหานครไมซ์เป็นหลัก ซึ่งขาดปัจจัยเอื้ออีกหลายอย่าง โดยเฉพาะสายการบินตรงยังน้อยเกินไป ขณะนี้สมาคมในฐานะตัวแทนผู้ประกอบการภาคเอกชนท่องเที่ยวทุกสาขาจึงต้องเร่ง เปิดเจรจากับพันธมิตรต่างๆ"

นายทรงวิทย์ อิทธิพัฒนากุล รักษาการนายกสมาคมท่องเที่ยวเชียงใหม่ กล่าวว่า นัดเจรจากับ ไชน่า อีสเทิร์น แอร์ไลน์ส สายการบินแห่งชาติจีน เปิดบินตรงเข้าเชียงใหม่ จาก 2 เมือง คือเซี่ยงไฮ้ ททท.เพิ่งเปิดสำนักงานเมื่อเร็วๆ นี้ และคุนหมิง ททท.จะเปิดสำนักงานตุลาคมนี้ เบื้องต้นจะเสนอให้ทำเที่ยวบินเช่าเหมาลำ (charter flight) นำนักท่องเที่ยวจีนเข้ามาเฉลี่ย 80% ส่วนผู้ประกอบการเชียงใหม่จะประชุมวันที่ 18 กันยายนนี้ รวมกลุ่มกัน 10-12 บริษัทหาตลาดประจำให้ได้ 20% ใช้บริการสายการบินเดินทางแลกเปลี่ยนไปท่องเที่ยวจีน

นายอุดม ชิดนายี กรรมการผู้จัดการ อุปนายกสมาคมท่องเที่ยวเชียงใหม่ กล่าวว่า เอกชนตั้งเป้าจะบุกเบิกตลาดไมซ์ ระหว่างนี้กำลังหารูปแบบหาเจ้าภาพ หรือตั้งศูนย์ประสานงาน โดยใช้ต้นแบบจาก Housing Bureau ซึ่งเคยทำสมัยจัดงานราชพฤกษ์ เป็นหน่วยประสานจัดการ เพราะตอนนี้ไมซ์เชียงใหม่เติบโตเพิ่มปีละ 10-15% จากการประชุมสัมมนาในประเทศและอาเซียน

นายกนก สุวรรณวิสูตร์ ผู้จัดการทั่วไป โรงแรมดิเอมเพรส เชียงใหม่ กล่าวว่า มีห้องคอนเวนชั่นรองรับตลาดไมซ์ ครึ่งปีแรกขยายตัวดี ขณะนี้ยอดจองใช้สถานที่ล่วงหน้า 2 ปีเต็มแล้วจากตลาดมิสชันนารี่และเอ็นจีโอมาแต่ละครั้งกลุ่มละ 300-1,500 คน ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นครอบครัวของสมาชิกเครือข่ายมิสชันนารี่ ทั่วโลกซึ่งย้ายสถานที่นัดพบจากฟิลิปปินส์มาเชียงใหม่แทน แต่อุปสรรคสำคัญของเชียงใหม่ที่จะเป็นศูนย์กลางคอนเวนชั่น เอ็กซิบิชั่นคือเที่ยวบินและค่าขนส่งในระบบโลจิสติกส์แพงมาก จึงส่งผลกับโรงแรมที่สร้างไว้รับตลาดนี้กว่า 3,000 ห้องกำลังประสบปัญหารุนแรง ขณะนี้แย่งลูกค้ากันอุตลุดด้วยการลดค่าห้องพักและห้องประชุมลงเกินกว่า 60%

แหล่งข่าว: Image หน้า 25 http://www.prachachat.net/view_news.php ... 2009-09-07" onclick="window.open(this.href);return false;