ไทยแอร์เอเชียกร้าวภูเก็ตฮับ บินตรงอาเซียน-เอเชียใต้
Posted: Thu Sep 24, 2009 7:56 pm
สัมภาษณ์
ธุรกิจโลว์คอสต์แอร์ไลน์ยังคงสร้างสีสันให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวเมืองไทยปลายปีนี้ มีอนาคตสดใส เมื่อ "ทัศพล แบเลเว็ลด์" ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ไทย แอร์เอเชีย ให้สัมภาษณ์พิเศษ "ประชาชาติธุรกิจ" ถึงยุทธศาสตร์ใหม่ใช้ "สนามบินนานาชาติภูเก็ต" เป็นฮับโลว์คอสต์ดูดตลาดท่องเที่ยวกลุ่มประเทศอาเซียน
- ตารางบินฤดูหนาวหน้าท่องเที่ยวปีนี้มี กลยุทธ์เด็ดๆ มาโชว์หรือไม่
มี ครับ ! ผมจะพัฒนาภูเก็ตเป็นศูนย์กลางเครือข่ายการบิน (aviation hub) บริการบินตรงแบบประจำระหว่างประเทศ ทันทีที่รับแอร์บัส A320 เข้าประจำฝูงอีก 2 ลำ เริ่มพฤศจิกายนนี้เป็นต้นไป จะใช้ ลำแรกบินไป-กลับ ภูเก็ต ปลายทาง โฮจิมินห์ เมดาน เชียงใหม่ ลำที่สอง ไป-กลับ ภูเก็ต ปลายทางฮ่องกง จาการ์ตา
เส้นทางใหม่ที่สุด คือ เมดาน อินโดนีเซีย เมืองนี้มีนักธุรกิจรายได้สูงต้องการมาเที่ยวภูเก็ต แต่ทุกวันนี้ไม่มีสายการบินใดเข้าไปบริการ ไทย แอร์เอเชีย เป็นเจ้าแรก ส่วนโฮจิมินห์กับฮ่องกง ตอนนี้บินจากกรุงเทพฯ 2 เที่ยว/วัน เมื่อเปิดเพิ่มจากภูเก็ต จะกลายเป็น 3 เที่ยว/วัน แผนธุรกิจครั้งนี้ ผู้ประกอบการโรงแรม บริษัทนำเที่ยวในจังหวัดตื่นเต้นมาก พร้อมให้การสนับสนุนเต็มที่ทั้งโปรโมชั่นและกิจกรรมส่งเสริมตลาดการขาย
ธันวาคม นี้จะเปิดเส้นทางใหม่ ไป-กลับกรุงเทพฯ ปลายทางมุมไบ (อินเดีย) กรุงเทพฯ-คล้าก (ฟิลิปปินส์) ปี 2553 จะขยายไป เนปาล ภูฏาน มัณฑะเลย์ (พม่า) หลวงพระบาง (สปป.ลาว)
ไตรมาส 4 ปีนี้ ตลาดต่างประเทศ ผมจะเล่นกับตลาดอาเซียน ซึ่งตัดสินใจเดินทาง ง่ายและเร็ว ประการสำคัญ ประชากรในภูมิภาครวมกันมีกว่า 680 ล้านคน เดินทางกันเองภายในอาเซียนประมาณ 55% เป็น ผู้โดยสารที่ใช้บริการสายการบินแห่งชาติของแต่ละประเทศรวมกัน แต่ละปีราว 100 ล้านคน ยังมีนักธุรกิจรุ่นใหม่และวัยรุ่นกลุ่มเพิ่งเริ่มท่องเที่ยวอีกหลายร้อยล้าน คน พร้อมจะเดินทางหากมีโอกาสหรือเมื่อโลว์คอสต์ แอร์ไลน์ เสนอทางเลือกด้วยราคาน่าสนใจ โรงแรมทำห้องพักแบบประหยัด
ดีกว่ารอ พึ่งนักท่องเที่ยวยุโรป อเมริกา หายไปตั้งแต่ปิดสนามบินสุวรรณภูมิ จนถึงวันนี้กลับมาน้อยมาก ตลาดในประเทศจะเน้นการทำกิจกรรมการขายร่วมกับองค์กรสมาคม เช่น สมาคมโรงแรมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)
- กลยุทธ์นี้จะช่วยเพิ่มผู้โดยสารได้มากขนาดไหน
แอร์ บัสใหม่ A320 ขนาด 180 ที่นั่ง 2 ลำ เฉพาะ 3 เดือน ตุลาคม-ธันวาคมนี้ จะเพิ่มนักท่องเที่ยวตลาดอาเซียนเข้าภูเก็ตเพิ่มได้ประมาณ 50,000-60,000 คน ทำได้สบายๆ ด้วยอัตราบรรทุกเฉลี่ยเที่ยวละ 80% ราคาตั๋วโดยสารอย่างภูเก็ต-เชียงใหม่ เริ่มต้นเพียง 2,200 บาท/เที่ยว เที่ยวบินระหว่างประเทศก็เช่นกัน ราคาจะไม่ห่างกันเท่าไร เพราะกลยุทธ์การทำราคาขายจะแบ่งเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรก ราคาโปรโมชั่นลดพิเศษเฉพาะช่วงเวลาตามโควตาที่ตั้งไว้ กลุ่มสอง ราคาปกติเป็นขั้นบันได
เพราะสูตรของโลว์คอสต์ที่ประสบ ความสำเร็จ มีลูกค้าอุดหนุนมากๆ เพราะแม่เหล็กดึงดูด 3 ส่วน ได้แก่ "ราคา" สายการบินไหนทำได้ถูกก็เป็นเจ้าของตลาด "เส้นทางการบิน" เข้าถึงจุดหมายปลายทาง "ความถี่" ต้องมากพอเพื่อความสะดวก เดินทางได้ทุกเวลา
- ปลายปีนี้จะออกแคมเปญอะไรบ้างเพื่อกระตุ้นตลาด
แคม เปญต้อนรับปิดเทอมใหญ่ กลางเดือนตุลาคมนี้ จัดแพ็กเกจ "แพนด้า" 3 วัน 2 คืน ราคาประมาณ 3,000 บาท/คน รวมตั๋วเครื่องบินไป-กลับ สามารถนำบัตรขึ้นเครื่องไทย แอร์เอเชีย ไปแสดงแทนบัตรเพื่อเข้าชมแหล่งท่องเที่ยว 3 แห่ง สวนสัตว์เชียงใหม่ที่อยู่ของครอบครัวแพนด้า สโนว์โดม (เล่นสกีหิมะ) และอะควาเรียม ใต้อุโมงค์ยาวที่สุด เป็นการสร้างแรงจูงใจตลาดครอบครัวในประเทศมีโอกาสเดินทางไปพักผ่อนและท่อง เที่ยวเชียงใหม่จะได้คึกคักขึ้นมาบ้าง
- จะหารายได้จาก by product ด้วยหรือไม่
เพิ่ง เซ็นสัญญาทำสื่อโฆษณาร่วมกับ 2 บริษัท ได้แก่ JC DE GAUX บริษัทจัดทำป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ และบริษัท 124 จำกัด หาลูกค้ามาซื้อพื้นที่บนลำตัวเครื่องบินไทย แอร์เอเชีย พิมพ์แอ็ดสินค้าเหล่านั้นเผยแพร่ไปทุกที่ที่เครือข่ายเส้นทางบินบริการ ตั้งเป้าจะมีรายได้จากกิจกรรมนี้ 80-100 ล้านบาท
ส่วนรายได้รวมตลอด ปี 2552 ตั้งเป้า จะเพิ่มขึ้น 5% หรือประมาณ 20,000 ล้านบาท มากกว่าปีที่ผ่านมาทำไว้ 18,000 ล้านบาท แต่ส่วนต่างกำไรจะน้อยมาก เพราะค่าใช้จ่ายเรื่องต้นทุนราคาน้ำมันพุ่งขึ้นไปถึง 45% ของทั้งหมด
หน้า 29 http://www.prachachat.net/view_news.php ... 2009-09-24" onclick="window.open(this.href);return false;
ธุรกิจโลว์คอสต์แอร์ไลน์ยังคงสร้างสีสันให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวเมืองไทยปลายปีนี้ มีอนาคตสดใส เมื่อ "ทัศพล แบเลเว็ลด์" ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ไทย แอร์เอเชีย ให้สัมภาษณ์พิเศษ "ประชาชาติธุรกิจ" ถึงยุทธศาสตร์ใหม่ใช้ "สนามบินนานาชาติภูเก็ต" เป็นฮับโลว์คอสต์ดูดตลาดท่องเที่ยวกลุ่มประเทศอาเซียน- ตารางบินฤดูหนาวหน้าท่องเที่ยวปีนี้มี กลยุทธ์เด็ดๆ มาโชว์หรือไม่
มี ครับ ! ผมจะพัฒนาภูเก็ตเป็นศูนย์กลางเครือข่ายการบิน (aviation hub) บริการบินตรงแบบประจำระหว่างประเทศ ทันทีที่รับแอร์บัส A320 เข้าประจำฝูงอีก 2 ลำ เริ่มพฤศจิกายนนี้เป็นต้นไป จะใช้ ลำแรกบินไป-กลับ ภูเก็ต ปลายทาง โฮจิมินห์ เมดาน เชียงใหม่ ลำที่สอง ไป-กลับ ภูเก็ต ปลายทางฮ่องกง จาการ์ตา
เส้นทางใหม่ที่สุด คือ เมดาน อินโดนีเซีย เมืองนี้มีนักธุรกิจรายได้สูงต้องการมาเที่ยวภูเก็ต แต่ทุกวันนี้ไม่มีสายการบินใดเข้าไปบริการ ไทย แอร์เอเชีย เป็นเจ้าแรก ส่วนโฮจิมินห์กับฮ่องกง ตอนนี้บินจากกรุงเทพฯ 2 เที่ยว/วัน เมื่อเปิดเพิ่มจากภูเก็ต จะกลายเป็น 3 เที่ยว/วัน แผนธุรกิจครั้งนี้ ผู้ประกอบการโรงแรม บริษัทนำเที่ยวในจังหวัดตื่นเต้นมาก พร้อมให้การสนับสนุนเต็มที่ทั้งโปรโมชั่นและกิจกรรมส่งเสริมตลาดการขาย
ธันวาคม นี้จะเปิดเส้นทางใหม่ ไป-กลับกรุงเทพฯ ปลายทางมุมไบ (อินเดีย) กรุงเทพฯ-คล้าก (ฟิลิปปินส์) ปี 2553 จะขยายไป เนปาล ภูฏาน มัณฑะเลย์ (พม่า) หลวงพระบาง (สปป.ลาว)
ไตรมาส 4 ปีนี้ ตลาดต่างประเทศ ผมจะเล่นกับตลาดอาเซียน ซึ่งตัดสินใจเดินทาง ง่ายและเร็ว ประการสำคัญ ประชากรในภูมิภาครวมกันมีกว่า 680 ล้านคน เดินทางกันเองภายในอาเซียนประมาณ 55% เป็น ผู้โดยสารที่ใช้บริการสายการบินแห่งชาติของแต่ละประเทศรวมกัน แต่ละปีราว 100 ล้านคน ยังมีนักธุรกิจรุ่นใหม่และวัยรุ่นกลุ่มเพิ่งเริ่มท่องเที่ยวอีกหลายร้อยล้าน คน พร้อมจะเดินทางหากมีโอกาสหรือเมื่อโลว์คอสต์ แอร์ไลน์ เสนอทางเลือกด้วยราคาน่าสนใจ โรงแรมทำห้องพักแบบประหยัด
ดีกว่ารอ พึ่งนักท่องเที่ยวยุโรป อเมริกา หายไปตั้งแต่ปิดสนามบินสุวรรณภูมิ จนถึงวันนี้กลับมาน้อยมาก ตลาดในประเทศจะเน้นการทำกิจกรรมการขายร่วมกับองค์กรสมาคม เช่น สมาคมโรงแรมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)
- กลยุทธ์นี้จะช่วยเพิ่มผู้โดยสารได้มากขนาดไหน
แอร์ บัสใหม่ A320 ขนาด 180 ที่นั่ง 2 ลำ เฉพาะ 3 เดือน ตุลาคม-ธันวาคมนี้ จะเพิ่มนักท่องเที่ยวตลาดอาเซียนเข้าภูเก็ตเพิ่มได้ประมาณ 50,000-60,000 คน ทำได้สบายๆ ด้วยอัตราบรรทุกเฉลี่ยเที่ยวละ 80% ราคาตั๋วโดยสารอย่างภูเก็ต-เชียงใหม่ เริ่มต้นเพียง 2,200 บาท/เที่ยว เที่ยวบินระหว่างประเทศก็เช่นกัน ราคาจะไม่ห่างกันเท่าไร เพราะกลยุทธ์การทำราคาขายจะแบ่งเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรก ราคาโปรโมชั่นลดพิเศษเฉพาะช่วงเวลาตามโควตาที่ตั้งไว้ กลุ่มสอง ราคาปกติเป็นขั้นบันได
เพราะสูตรของโลว์คอสต์ที่ประสบ ความสำเร็จ มีลูกค้าอุดหนุนมากๆ เพราะแม่เหล็กดึงดูด 3 ส่วน ได้แก่ "ราคา" สายการบินไหนทำได้ถูกก็เป็นเจ้าของตลาด "เส้นทางการบิน" เข้าถึงจุดหมายปลายทาง "ความถี่" ต้องมากพอเพื่อความสะดวก เดินทางได้ทุกเวลา
- ปลายปีนี้จะออกแคมเปญอะไรบ้างเพื่อกระตุ้นตลาด
แคม เปญต้อนรับปิดเทอมใหญ่ กลางเดือนตุลาคมนี้ จัดแพ็กเกจ "แพนด้า" 3 วัน 2 คืน ราคาประมาณ 3,000 บาท/คน รวมตั๋วเครื่องบินไป-กลับ สามารถนำบัตรขึ้นเครื่องไทย แอร์เอเชีย ไปแสดงแทนบัตรเพื่อเข้าชมแหล่งท่องเที่ยว 3 แห่ง สวนสัตว์เชียงใหม่ที่อยู่ของครอบครัวแพนด้า สโนว์โดม (เล่นสกีหิมะ) และอะควาเรียม ใต้อุโมงค์ยาวที่สุด เป็นการสร้างแรงจูงใจตลาดครอบครัวในประเทศมีโอกาสเดินทางไปพักผ่อนและท่อง เที่ยวเชียงใหม่จะได้คึกคักขึ้นมาบ้าง
- จะหารายได้จาก by product ด้วยหรือไม่
เพิ่ง เซ็นสัญญาทำสื่อโฆษณาร่วมกับ 2 บริษัท ได้แก่ JC DE GAUX บริษัทจัดทำป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ และบริษัท 124 จำกัด หาลูกค้ามาซื้อพื้นที่บนลำตัวเครื่องบินไทย แอร์เอเชีย พิมพ์แอ็ดสินค้าเหล่านั้นเผยแพร่ไปทุกที่ที่เครือข่ายเส้นทางบินบริการ ตั้งเป้าจะมีรายได้จากกิจกรรมนี้ 80-100 ล้านบาท
ส่วนรายได้รวมตลอด ปี 2552 ตั้งเป้า จะเพิ่มขึ้น 5% หรือประมาณ 20,000 ล้านบาท มากกว่าปีที่ผ่านมาทำไว้ 18,000 ล้านบาท แต่ส่วนต่างกำไรจะน้อยมาก เพราะค่าใช้จ่ายเรื่องต้นทุนราคาน้ำมันพุ่งขึ้นไปถึง 45% ของทั้งหมด
หน้า 29 http://www.prachachat.net/view_news.php ... 2009-09-24" onclick="window.open(this.href);return false;